สมาคมโรคเอดส์ฯ รายงาน ผู้ป่วยเสียชีวิตกว่าหมื่นรายแม้มียาต้านไวรัสแจกฟรีตั้งแต่ปี 2548-ระบบรักษาครอบคลุม จากการเข้าถึงการรักษาล่าช้า ความเข้าใจผิด และการตีตราจากสังคม ผู้เชี่ยวชาญชี้รู้เร็ว รักษาไว โอกาสเสียชีวิตเป็นศูนย์ ลบภาพจำโรคเอดส์เป็นแล้วไม่มีทางออก มองผู้ป่วยโรคนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งวัด 

ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการแถลงข่าวคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวัณโรค “งานเอดส์ประเทศไทย: ก้าวได้ไกล ไปใกล้ถึง” พญ.จุรีรัตน์ บวรวัฒนนุวงศ์ นายกสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยพบกับโรคเอดส์ครั้งแรกในปี 2527

ช่วง 7-8 ปีแรกมีการระบาดสูงมาก ในปี 2544 คนไทยจากโรคเอดส์ 65,000 ราย ความจริงที่อยากให้ทุกคนรู้คือ ประเทศเรามีโครงการยาต้านเอดส์แห่งชาติเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2548 ทำให้ดูแลผู้ป่วยฟรีทุกระบบประกันสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงิน ขณะเดียวกันยาก็พัฒนาดีขึ้น จากราคา 2 หมื่น ตอนนี้ก็แจกฟรีได้ กินวันละเพียง 1 เม็ด ประสิทธิภาพดีมาก กดไวรัสได้ดีจนไม่สามารถวัดไวรัสในกระแสเลือดได้

หลังกินยาได้ 3 เดือน และไม่สามารถแพร่เชื้อ ทำให้ผู้ป่วยมีครอบครัว มีบุตรได้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไทยยังมีองค์ความรู้เรื่องการป้องกันเอดส์น้อย เพราะคนไม่อยากแสดงตัว โจทย์ของเราคือ ตอนนี้ยังพบผู้ป่วยใหม่ปีละ 9,000 ราย ตายปีละ 10,000 ราย ขณะที่เป้าหมายการลดอัตราป่วยใหม่ต้องได้เหลือ 1,000 ราย จึงต้องเน้นย้ำว่า ผู้ป่วยเอดส์ถ้าได้ยาเต็มที่จะไม่ตาย

วันนี้ต้องทำความเข้าใจใหม่ คำว่าเอดส์ระยะสุดท้าย ผู้ป่วยสามารถรักษาได้ กลับมาสดใส เหมือนคนปกติ ส่วนเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดคือการใช้ผู้ป่วยเป็นช่องทางหากิน ดังนั้นอย่าให้ธุรกิจทั้งหลายมาหากินกับเอดส์ โดยยืนยันว่างบการรักษาเอดส์ที่ สปสช.ใช้อยู่ ในปี 2568 มีประมาณ 3,519 ล้านบาท ส่วนงบป้องกัน 689 ล้านบาท ยืนยันว่า เพียงพอ ทำได้ และไม่เป็นปัญหา

พญ.จุรีรัตน์ บวรวัฒนนุวงศ์
พญ.จุรีรัตน์ บวรวัฒนนุวงศ์

ด้าน นพ.พงศ์ธร ชาติพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ไทยเคยพบผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่สูงสุดในปี 2535 สูงถึง 140,00-150,000 ราย โดยปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงมาเรื่อย ๆ เฉลี่ย 8,000 รายต่อปี ซึ่งปัจจุบันสามารถกดไวรัสให้ไม่แพร่ได้ แต่ยังไม่หาย

ส่วนผู้ป่วยสะสมตอนนี้อยู่ที่ 550,000 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วย 400,000 กว่ารายได้รับยาเสมอและกดไวรัสลงมาได้ระดับที่ไม่แพร่เชื้อ ส่วนที่เหลือ 150,000 กว่าราย ต้องอาศัยความเข้าใจของสังคม ให้ผู้ป่วยกล้าออกมารับยาต้านไวรัส

ดังนั้น สังคมจึงไม่ควรไม่ตีตราผู้ป่วย แต่ต้องยอมรับว่า โรคติดต่อทางเพศอื่น ๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน ในปัจจุบันผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนพฤติกรรมในการใช้ถุงยางอนามัย และสะท้อนโอกาสที่จะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้นได้ในอนาคต

ทั้งนี้กรมควบคุมโรคตั้งเป้าว่าในปลายปี 2573 ไทยจะพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่เกิน 1,000 รายต่อปี ตายจากเอดส์โดยตรงไม่เกิน 4,000 รายต่อปี รวมถึงการตีตราและการเลือกปฏิบัติติที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงการรักษา โดยตั้งเป้าลดให้เหลือเพียง 10%

นพ.พงศ์ธร กล่าวถึงแผนการดำเนินงาน ได้แก่

1.การจัดชุดบริการให้กลุ่มเสี่ยงเพื่อให้ได้รับการป้องกันแบบผสมผสานให้ครบทุกพื้นที่

2.ยกระดับงานป้องกัน ให้มีคุณภาพ

3.พัฒนาและเร่งรัดการช่วยเหลือทางสังคม

4.การปรับภาพลักษณ์ความเข้าใจ เสริมสร้างความเข้มแข็งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน รวมถึงพัฒนากลไกลในการคุ้มครองสิทธิผู้ติดเชื้อ

5.เพิ่มความร่วมมือในการรับผิดชอบทุกระดับ

6.ส่งเสริมการใช้ข้อมูลในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายผู้ป่วยเป็นศูนย์

นพ.พงศ์ธร ชาติพิทักษ์
นพ.พงศ์ธร ชาติพิทักษ์

ยาต้านโรคเอดส์ ไทยมีตั้งแต่ปี 48

ขณะที่ “นายนิมิตร์ เทียนอุดม” ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และวัณโรค กล่าวถึงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ของวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ที่มีลักษณะน่าหวาดกลัวจะต้องหมดไปจากประเทศไทย เนื่องจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ให้สิทธิประโยชน์ในการรักษาฟรี ตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งมีทั้งการให้ยาต้านไวรัสและงบประมาณอย่างครอบคลุม

วันนี้สิ่งที่เราจะต้องช่วยกัน คือ การสื่อสารให้ว่า เอดส์รู้เร็วรักษาได้ ไม่ควรจะมีใครมารับการรักษาช้าและเสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันยาต้านไวรัสเอชไอชีตามสิทธิประโยชน์ทุกกองทุนที่จัดสรรให้นั้นมีประสิทธิภาพ รักษาได้และการรักษาดีมาก หากผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบกินยาอย่างดี ภายในระยะเวลา 6 เดือน แทบจะไม่เหลือกลับมาตรวจหาไวรัส แทบจะไม่พบเชื้อแล้ว และไม่สามารถส่งต่อเชื้อสู่ผู้อื่นได้

ตั้งแต่ปี 2548 เริ่มมีกองทุนผู้ป่วยเอดส์มีการซื้อยาต้านไวรัสและมีผู้ป่วยเข้าสู่ระบบปีละประมาณ 30,000 ราย จนปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 20,000 รายเพราะผู้ติดเชื้อรับรู้สิทธิประโยชน์มากขึ้นและทยอยเข้าสู่การรักษา ทำให้ลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต

ดังนั้นคนที่ยังเป็นเหยื่อของการโฆษณาว่า เอดส์เป็นแล้วตาย อาจจะเป็นคนที่มีข้อมูลเดิม แล้วถูกนำไปไว้ที่วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งอาจจะไม่มีเยอะเท่าเมื่อก่อนแต่ก็ยังมี แต่ขอย้ำว่า วันนี้หากเกิดการติดเชื้อสามารถรับการรักษาได้ หากแค่สงสัยก็สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อฟรีปีละ 2 ครั้ง หรือเข้าแอปเป๋าตังค์ ขอชุดตรวจฟรีไปตรวจได้เองที่บ้าน

ในกรณีที่ตรวจแล้วเจอเชื้อก็สามารถเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพตามสิทธิของตัวเอง เพื่อตรวจยืนยันรวมถึงการตรวจการทำงานของตับไตและโรคฉวยโอกาส สิ่งเหล่านี้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ทั้งหมด ขณะนี้ยังมีคนเสียชีวิตจากโรคเอดส์ปีละหมื่นกว่าคน ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยมียาต้านไวรัสมาตั้งแต่ปี 2548 นั่นแสดงว่า ยังมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง นี่คือประเด็นที่เราจะต้องมีการสื่อสารมากยิ่งขึ้น

นี่คือ สิ่งที่พวกเราพยายามส่งสารว่าหากมีข้อสงสัยว่าจะเกิดการติดเชื้อ เช่นการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้จัก และไม่ได้ป้องกัน ก็ควรมาตรวจหาเชื้อสัก 1 ครั้ง หากไม่พบก็แสดงว่ายังโชคดีและหาทางป้องกันต่อไป แต่ถ้าหากพบก็รีบรักษาให้อยู่ในระบบ เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตปีละหมื่นคนลงให้ได้

ด้าน “นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์” กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีการนำผู้ป่วยไปสร้างความเข้าใจความหวาดกลัวให้สังคมและเปิดรับบริจาคเงินเพื่อรักษา ว่า ปัจจุบันนี้ไม่ควรมีการต้องเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์เพราะกระบวนการรักษาและสิทธิต่าง ๆ ค่อนข้างครอบคลุม

เขาย้อนเหตุการณ์กรณีพยาบาลท่านหนึ่งที่เคยทำงานวัดเมื่อ 21 ปีที่แล้ว โดยยืนยันว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องจริง และมีสื่อต่างประเทศนำไปเผยแพร่ว่า พยาบาลท่านนั้นทำงานไปได้ 6 เดือน นำยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพ ผลข้างเคียงน้อยไปให้ผู้ป่วยที่อยู่ในวัด

ปรากฏว่า อาการคนไข้ดีขึ้น แต่เธอกลับถูกไล่ออกและถูกข่มขู่ อาสาสมัครก็ถูกไล่ออก เรื่องราวนี้สะท้อนว่า เป้าหมายที่แท้จริงของวัด คือ ต้องการให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระยะสุดท้ายของโรค

นิมิตร์ เทียนอุดม

ขณะที่ “นายนิมิตร์ เทียนอุดม” กล่าวว่า ปัจจุบันยังพบกรณีโฆษณาอาหารเสริมที่อ้างว่าสามารถเสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันเชื้อ HIV ได้ โดยไม่จำเป็นต้องกินยาต้านไวรัส ซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ก่อนหน้านี้เครือข่ายเคยตรวจสอบพบการอ้างว่า “สารสกัดจากมังคุด” มีสรรพคุณดังกล่าว จึงได้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ดำเนินการตรวจสอบ

แม้มีการสื่อสารเรื่องสิทธิในการรักษาและประโยชน์ของยาต้านไวรัสอย่างกว้างขวาง แต่ในความเป็นจริง ยังมีประชาชนบางส่วนที่เข้าไม่ถึงข้อมูล หรือเข้าใจผิด โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังหลงเชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด ซึ่งโฆษณาแพร่หลายไปถึงชาวบ้าน ในขณะที่ข้อมูลสำคัญด้านสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพกลับยังไปไม่ถึง

นายนิมิตร์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือความกลัวเรื่องการตีตรา ทำให้บางคนเลือกที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการรักษา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคนจำนวนมากรับรู้แล้วว่าโรคเอดส์สามารถรักษาได้ หากตรวจพบและเริ่มรักษาเร็ว โอกาสเสียชีวิตจะเป็นศูนย์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่งสื่อสารอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันเป้าหมาย “ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเอดส์” ให้เกิดขึ้นจริง ลดจำนวนผู้เสียชีวิตที่ยังอยู่ในระดับหลักหมื่นในแต่ละปี

สำหรับกรณีของวัดดัง เขากล่าวว่า ทางเครือข่ายเคยพยายามเข้าไปพูดคุยและให้ความช่วยเหลือแล้ว แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรีได้มีการติดตามประเด็นนี้อยู่ จึงควรมีการประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานในพื้นที่

ด้าน พญ.จุรีรัตน์ ดำรงจิตรธรรม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ป่วยที่ยังอยู่ในการดูแลของวัดพระบาทน้ำพุมีประมาณ 59 คน ซึ่งทั้งหมดไม่ควรต้องเสียชีวิต เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงยาต้านไวรัสและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างถูกต้อง

เธอยืนยันว่า ปัจจุบันไม่ควรมีผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้ายอีกต่อไป และไม่ควรมีใครเสียชีวิตจากโรคนี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากญาติหรือครอบครัวของผู้ป่วย ว่าไม่ควรนำผู้ป่วยไปทิ้งไว้ที่วัด เพราะมีหน่วยงานของรัฐที่สามารถให้การดูแลรักษาได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

เธอกล่าวด้วยว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน การดูแลผู้ป่วยอาจยังไม่ทั่วถึง และผู้ป่วยมักถูกปฏิเสธจากครอบครัวและสังคม ทำให้วัดกลายเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ในปัจจุบัน เมื่อระบบสาธารณสุขพัฒนาไปไกล การบริจาคเงินเพื่อให้วัดดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์จึง “ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป”

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.