แม้แรกเริ่ม “ทรูมันนี่” (TrueMoney) จะเป็นเพียงบริการสำหรับเติมเงินมือถือ และเติมเกมในกลุ่มผู้ใช้ “ทรู” แต่ปัจจุบันขยายอีโคซิสเต็มให้ใช้งานนอกบริการในเครือ ซี.พี. (CP) จนกลายเป็นแอปพลิเคชั่นด้านการเงินที่มีบริการหลากหลายทั้งใช้จ่าย, ออม และลงทุน พร้อมไปกับการปรับโพซิชันนิ่งสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดด้านการเงิน

Top 3 บริการยอดนิยม

“ธนรัฐ ธุวสุจิเรข” ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันแอปทรูมันนี่มีฐานผู้ใช้รายเดือน (Monthly Active Users : MAU) กว่า 21 ล้านคน ส่วนบริการด้าน “สินเชื่อ” หรือ PayNext และ PayNext Extra มีฐานผู้ใช้ 2.7 ล้านคนเติบโตทั้งจำนวนผู้ใช้และยอดใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

ธนรัฐ ธุวสุจิเรข
ธนรัฐ ธุวสุจิเรข

บริการยอดนิยมบนแอปพลิเคชั่น 3 อันดับแรก คือ 1.การชำระเงินที่หน้าร้านค้า (Offline Payment) 2.การชำระเงินออนไลน์ (Online Payment) เช่น ค่าบริการสตรีมมิ่ง, เกม และเว็บไซต์ต่าง ๆ และ 3.การโอนเงินระหว่างกัน (P2P Transfer) เป็นที่นิยมมากในกลุ่มเด็กที่ยังไม่มีบัญชีธนาคารของตนเอง

“ฝั่งการชำระเงินหน้าร้านค้า ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด มีแผนเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ร่วมกับพันธมิตร ระดับโลก เช่น Alipay+ ในปีนี้ จะเป็นโซลูชั่นที่ยังไม่เคยมีใครนำเข้ามาใช้ ในไทย น่าจะช่วยสร้างประสบการณ์ใช้งานใหม่ ๆ นอกจากการสแกน QR และยิงบาร์โค้ดที่สะดวกมาก ๆ อยู่แล้ว”

ใช้จ่ายที่ “จีน” นำโด่ง

ขณะที่บริการชำระเงินในต่างประเทศในปี 2025 ที่ผ่านมา เติบโตจากปีก่อนหน้า 45% ประเทศที่มีการใช้มากที่สุด คือ “จีน” มีสัดส่วนสูงถึง 82% โดยกลุ่มร้านค้าในหมวด Experience & Entertainment เติบโตโดดเด่นกว่าหมวดอื่น โดยเฉพาะ Shanghai Disneyland, Pop Mart (ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ) และตู้คีบตุ๊กตา (Claw Machine) ติดอันดับ Top Growing Merchants ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 49%

ส่วนการใช้จ่ายในประเทศอื่น ๆ รวมกัน เช่น ญี่ปุ่น ยังเติบโตสูงถึง 157% สะท้อนถึงการขยายตัวของตลาดการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payment) ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของทรูมันนี่ในการต่อยอดไปสู่การพัฒนาฟีเจอร์ท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ให้กับธุรกิจ

ล่าสุดเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” ผ่านการขับเคลื่อนด้วย “Alipay+ Voyager” ที่มี AI ช่วยวางแผนการเดินทางฝังอยู่ภายในแอปวอลเลต ผู้ใช้สามารถรับคำแนะนำแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล พร้อมเข้าถึงบริการด้านการท่องเที่ยว ช่วยลดความซับซ้อนจากการต้องสลับใช้งานหลายแอปพลิเคชั่นระหว่างทริป

มีจุดเด่น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.จองง่าย ครอบคลุมการวางแผนทริปในแอปเดียว ตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงจองทริป และจองบริการรถรับ-ส่ง 2.จ่ายสะดวก ชำระเงินในต่างประเทศโดยไม่ต้องพกเงินสด ไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปอื่นเพิ่มเติม

3.เน็ตพร้อม ใช้อินเทอร์เน็ตในต่างประเทศได้ต่อเนื่อง สมัครด้วยเบอร์เดิม ไม่ต้องเปลี่ยนซิม มาพร้อมแพ็กเกจเน็ตและโทร.ครอบคลุม ซื้อได้แม้อยู่ต่างประเทศ และ 4.ประกันคุ้ม ซื้อประกันการเดินทางจากบริษัทประกันชั้นนำ ราคาเริ่มต้น 28 บาทต่อวัน ปรับความคุ้มครองได้ตามความต้องการ

“ทรูมันนี่ไม่ได้ต้องการแข่งกับผู้ให้บริการ OTA หรือ Online Travel Agency เพียงแต่พัฒนาฟีเจอร์ที่ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าสะดวกที่สุด เพราะธุรกิจหลักยังเป็นการชำระเงิน ซึ่งเป็นพื้นฐานของบริการทุกอย่างในชีวิต”

“ใช้จ่ายต่างประเทศ” บูม

“ธนรัฐ” พูดถึงการเติบโตของฟีเจอร์ “ใช้จ่ายต่างประเทศ” ที่เชื่อมระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนกับ Alipay+ มาตั้งแต่ปี 2023 ว่า สามารถใช้จ่ายที่ต่างประเทศได้มากกว่า 50 ประเทศ มีปริมาณผู้ใช้รายเดือนสำหรับบริการท่องเที่ยวเติบโตกว่า 75% โดยกว่า 78% เป็นผู้ใช้ใหม่ ฐานผู้ใช้เป็นกลุ่มอายุ 23-39 ปี 47% ขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนถึง 43%

“ฟีเจอร์ใช้จ่ายต่างประเทศกลายเป็นเครื่องมือในการขยายฐานผู้ใช้ใหม่ ส่วนมากเป็นผู้ใหญ่อายุ 40 ปีขึ้นไปบางคนโหลดทรูมันนี่ และเปิดบัญชีครั้งแรกเพื่อใช้ฟีเจอร์นี้โดยเฉพาะ บางคนได้รับการแนะนำจากคนรู้จัก หรือกรุ๊ปทัวร์บอกให้โหลดติดไว้เพราะใช้งานสะดวกดี”

ในฝั่งของผู้ใช้ “ต่างชาติ” มองเห็นโอกาสจาก 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มพำนักในไทยระยะยาว (Long Stay) พฤติกรรมการใช้งานเหมือนคนไทยทุกอย่าง เช่น สแกนจ่ายใน 7-11 ซึ่งก่อนใช้งานแอปจะต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ KYC และแสดงข้อมูลหนังสือเดินทาง และ 2.กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Stay) ที่เดินทางมาไทยเฉลี่ย 20 ล้านคนต่อปี มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่สะดวกขึ้น เช่น เปิดวอลเลตง่ายขึ้น หรือทำให้กลุ่มที่เคยใช้เงินสดหรือบัตรเครดิต เปลี่ยนมาใช้ทรูมันนี่ในการใช้จ่ายที่ประเทศไทยแทน

ขยายอีโคซิสเต็ม “PayNext”

สำหรับการต่อยอดฟีเจอร์ใช้จ่ายต่างประเทศต่อจากนี้ “ทรูมันนี่” เตรียมจับมือกับ “แอสเซนด์ นาโน” เปิดตัว “PayNext” วงเงินใช้ก่อนจ่ายทีหลังสำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ ชูจุดแข็งจ่ายที่หลังได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพิ่มความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องระหว่างการเดินทาง

โดยบริการ PayNext สำหรับใช้จ่ายในต่างประเทศจะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 2/2026 คาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับกลุ่ม “บัตรเติมเงิน” เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเติมเงินเข้ามาก่อน และ “บัตรเครดิต” ที่ผู้ใช้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินอีก 2-3%

“แม้ที่ผ่านมาจะมีผู้เล่นหลายรายพยายามจับตลาดการใช้จ่ายในต่างประเทศ แต่ทรูมันนี่มีจุดแข็งเรื่องไม่มีค่าธรรมเนียมในการแปลงสกุลเงินจึงพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาสร้างความแตกต่างในตลาด และเพิ่มความสะดวกให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากขึ้น”

เจาะกลยุทธ์ Localize

เมื่อถามถึงการเติบโตของฟีเจอร์ “ส่งซองอั่งเปา” ที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีน “ธนรัฐ” บอกว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการทำ “Localization” หรือปรับเปลี่ยนบริการให้เข้ากับวัฒนธรรมและพฤติกรรมคนไทย และถือเป็นจุดแตกต่างที่ยังไม่มีผู้เล่นรายอื่นทำได้

นอกจากการใช้งานในช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นจำนวนมากแล้ว ยังขยายไปสู่การส่งของขวัญ (Gifting) ในช่วงปกติ เช่น ส่งซองเข้าไปในกรุ๊ปแชตเพื่อให้เพื่อน ๆ ลุ้นรับ Lucky Draw จำนวนเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ 10-20 บาท เพื่อแสดงความขอบคุณต่อกัน

ขณะเดียวกันฟีเจอร์นี้ยังเป็นเครื่อมือในการขยายฐานลูกค้า เนื่องจากผู้ใช้สามารถส่งซองอั่งเปาให้แก่ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกทรูมันนี่ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสมัครใช้งานใหม่

“ธุรกิจฟินเทคยังมีการแข่งขันระหว่างผู้เล่นแต่ละรายทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง การสร้างจุดต่างด้วยสิ่งที่คนอื่นยังไม่มี จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ”

ผู้บริหาร “ทรูมันนี่” ทิ้งท้ายด้วยว่า ทรูมันนี่ได้ปรับโพซิชั่นสู่การเป็น “Financial Companion” หรือเพื่อนคู่คิดทางการเงิน โดยจะเข้าไปอยู่ในทุกจังหวะการใช้ชีวิตของลูกค้า ไม่ใช่เป็นแค่ “อีวอลเลต” สำหรับชำระเงินเพียงอย่างเดียว

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.