ศาลเมืองกุ้ยก่างพิพากษาคดีครูเว่ยหมดสติขณะสอนเมื่อเดือน พ.ค. 2568 และเสียชีวิตหลังกู้ชีพนาน 74 ชั่วโมง ชี้ไม่เข้าข่ายอุบัติเหตุจากการทำงานตามกฎหมายที่กำหนดกรอบเวลาไว้เพียง 48 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 69 ผู้ใช้เอ็กซ์ชื่อ @whyyoutouzhele รายงานว่า ครูประถมศึกษาชาวจีนหมดสติขณะปฏิบัติหน้าที่ ทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตนานกว่า 74 ชั่วโมง ก่อนที่ครูจะเสียชีวิต ล่าสุด ศาลระดับกลางเมืองกุ้ยก่าง มณฑลกวางสี มีคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ว่า กรณีนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุจากการทำงาน เนื่องจากระยะเวลากู้ชีพเกินเกณฑ์ 48 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด คำตัดสินนี้กลายเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างดุเดือดบนสื่อโซเชียลจีน
เกิดอะไรขึ้นกับครูเว่ย?ย้อนกลับไปเมื่อ วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ครูเว่ยล้มป่วยกะทันหันขณะสอนหนังสือในโรงเรียน ทีมกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แพทย์ทำการผ่าตัดสมองเพื่อรักษา หลังผ่าตัด อาการของครูเว่ยยังอยู่ในขั้นวิกฤต แพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและยาประคับประคองสัญญาณชีพตลอดเวลา
ครอบครัวตัดสินใจต่อสู้เพื่อให้แพทย์รักษาอย่างเต็มที่ แต่หลังจากกระบวนการกู้ชีพผ่านไปประมาณ 74 ชั่วโมง ครูเว่ยก็เสียชีวิตลง
หลังครูเว่ยเสียชีวิต โรงเรียนยื่นเรื่องขอรับรองสถานะอุบัติเหตุจากการทำงานให้ครูเว่ย แต่หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมในพื้นที่ปฏิเสธคำขอ เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า แพทย์บันทึกเวลาการเสียชีวิตทางคลินิกเกิน 48 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เริ่มเจ็บป่วย
ระเบียบประกันอุบัติเหตุจากการทำงานของจีนระบุว่า ลูกจ้างจะได้รับสิทธิคุ้มครอง หากเจ็บป่วยกะทันหันในเวลางานและสถานที่ทำงาน แล้วเสียชีวิตทันที หรือแพทย์กู้ชีพไม่สำเร็จภายใน 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎนี้อย่างเคร่งครัด จึงปฏิเสธคำขอดังกล่าว
ต่อมาครอบครัวของครูเว่ยได้ยื่นฟ้องศาล ทว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหน่วยงานทรัพยากรมนุษย์ปฏิบัติตามกฎหมายและใช้มาตรฐานที่ชัดเจนแล้ว จึงมีคำสั่งยกฟ้อง ครอบครัวตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ต่อ แต่ศาลระดับกลางเมืองกุ้ยก่างมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ทำไมกฎ 48 ชั่วโมงถึงมีอยู่กฎ 48 ชั่วโมงในระเบียบประกันอุบัติเหตุจากการทำงานของจีนถูกออกแบบมาโดยมีข้อสมมติว่า การกู้ชีพที่ได้ผลสำหรับการเจ็บป่วยร้ายแรงมักเกิดขึ้นภายในกรอบเวลานั้น แนวคิดหลักทางกฎหมายมองว่าควรตีความเงื่อนไขนี้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นการขยายความคุ้มครองออกไปนอกเหนือหลักการพื้นฐาน 3 ประการของการรับรองอุบัติเหตุจากการทำงาน คือ เวลา สถานที่ และสาเหตุ แต่นักวิจารณ์มองว่ากฎนี้สร้างสถานการณ์ที่กดดันครอบครัวอย่างโหดร้าย
นักกฎหมายหลายคนชี้ว่า เมื่อครอบครัวยังเห็นความหวัง พวกเขาจะสู้เพื่อการรักษาต่อ ไม่มีใครนับเวลาเพื่อตายให้ทันกรอบ 48 ชั่วโมง คดีครูและลูกจ้างที่เสียชีวิตหลังการกู้ชีพยาวนาน แต่ถูกปฏิเสธการรับรองทั้งที่ล้มป่วยในที่ทำงาน ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างต่อเนื่อง ผู้ช่วยผู้พิพากษารายหนึ่งระบุตรงๆ ว่า หากการตีความกฎหมายอย่างใจแข็งกลับให้ผลเสียแก่ครอบครัว แต่การยอมยกเลิกการรักษากลับให้ผลดีในทางกฎหมาย นั่นคือการปฏิเสธความเป็นมนุษย์
ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ การถกเถียงเรื่องกฎ 48 ชั่วโมงดำเนินมาหลายปี และถูกหยิบยกขึ้นอีกครั้งในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติจีนปี 2568 ผู้แทนราษฎรรายหนึ่งเรียกร้องให้ทบทวนกฎนี้ หลังทราบเรื่องเพื่อนร่วมงานที่เกิดอาการเลือดออกในสมองระหว่างเดินทางปฏิบัติงาน และเสียชีวิตหลังการรักษานานสี่วัน โดยถูกปฏิเสธสถานะอุบัติเหตุจากการทำงาน
คำพิพากษานี้จุดกระแสวิจารณ์อย่างรุนแรงในโลกออนไลน์ ผู้ใช้งานหลายคนเขียนว่า “นี่มันแปลว่าต้องถอดเครื่องให้ทันที่ 47 ชั่วโมง 59 นาทีพอดี”
บางคนเล่าประสบการณ์คล้ายกัน เพื่อนร่วมงานที่เสียชีวิตหลังรักษานานกว่า 48 ชั่วโมงก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน พร้อมตั้งคำถามว่า หากการทำงานหนักเกินไปจนสุขภาพทรุดและเสียชีวิตกะทันหันขณะปฏิบัติหน้าที่ ควรนับเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานหรือไม่
คดีของครูเว่ยสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบประกันอุบัติเหตุจากการทำงานของจีน กฎหมายไม่เปิดช่องให้ยืดหยุ่นสำหรับครอบครัวที่เลือกต่อสู้เพื่อชีวิตของคนที่ตนรัก ยิ่งกู้ชีพนาน ยิ่งออกนอกกรอบเวลาที่กฎหมายคุ้มครอง
ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายคนโต้แย้งมานานแล้วว่า ภาวะสมองตาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงแม้หัวใจยังเต้นด้วยความช่วยเหลือของเครื่องจักร เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าการใช้เวลาบันทึกในใบมรณบัตร บางศาลยอมรับข้อโต้แย้งนี้และตัดสินให้ครอบครัวชนะ แต่แนวปฏิบัติยังไม่สอดคล้องกันทั่วประเทศ
แหล่งข้อมูล
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.