พลังงานเผยโค้งสุดท้ายก่อนข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลาง ส่อแววปะทุอีกระลอก กดดันราคาน้ำมัน-ก๊าซชะงัก หวั่นเกิดวิกฤตด้านอุปทานพลังงานรุนแรง ยันไทยยังมีสำรอง 114 วัน





22 เม.ย. 2569 – รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประจำวันที่ 21 เม.ย. 2569 ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลง หลังจากกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้ายึดเรือสินค้าของอิหร่านในอ่าวโอมานฐานฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อม ทำให้อิหร่านประณามพร้อมขู่ตอบโต้และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซ LNG ทั่วโลกหยุดชะงัก





ขณะเดียวกัน การเจรจาสันติภาพรอบที่สองที่ปากีสถานยังคงมีความไม่แน่นอน แม้สหรัฐฯ จะแสดงความมั่นใจและเตรียมส่งรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เข้าร่วม รวมถึงอิหร่านระบุว่ากำลังพิจารณาเข้าร่วมเจรจาด้วยท่าทีเชิงบวก แต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านหากปฏิเสธข้อตกลง ความผันผวนนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเมื่อวันจันทร์ (20 เม.ย.) ปิดพุ่งสูงขึ้นกว่า 6% ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยในการซื้อขายช่วงเช้าฝั่งเอเชียในวันอังคาร (21 เม.ย.)





จากความหวังที่การเจรจาอาจเดินหน้าต่อได้ โดยภาพรวมราคาปิดตลาด (20 เม.ย. 69) สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดพุ่ง 5.76 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 89.61 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบ Brent ปรับเพิ่ม 5.10 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 95.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Dubai ปรับลดลง 3.70 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 98.50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ยังคงต้องจับตาทิศทางการเจรจาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนกำหนด อาจนำไปสู่วิกฤตด้านอุปทานพลังงานที่รุนแรงยิ่งขึ้น






ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 21 เม.ย. 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 114 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 26 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 40 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 23 วัน ส่วนการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 19 เม.ย. 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 80.10 ล้านลิตร และจำหน่าย 51.65 ล้านลิตร





ขณะเดียวกันคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันทั้งกลุ่มดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกกลุ่มดีเซลลดลง 1.20 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันดีเซล B7 ต่อลิตรจึงปรับลดลงเป็น 41.70 บาท น้ำมันดีเซล B20 เป็น 34.70 บาท ส่วนราคากลุ่มน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลยังคงเดิม โดยราคาแก๊สโซฮอล E20 ต่อลิตรอยู่ 35.45 บาท แก๊สโซฮอล 95 ที่ 42.45 บาท และแก๊สโซฮอล 91 ที่ 42.08 บาท





เมื่อเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 47.66 – 87.06 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 41.70 บาทต่อลิตร ขณะที่ อินโดนีเซีย กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 44.25 – 117.76 บาทต่อลิตร





ส่วนประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 21 เม.ย. 2569 ติดลบ 62,086.03 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 101.11 ล้านบาท

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.