อ.เจษฎา ชี้เคส สาวกินปลาทูทอด จนผื่นขึ้น-หายใจไม่ออก ยันแพ้ฮิสตามีน ไม่ใช่สารพิษในตัวปลา คาดปลาอาจไม่สดพอ-เกิดกับคนที่ไวสารกระตุ้นภูมิแพ้
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant อธิบายกรณีที่หญิงสาวรายหนึ่งมีอาการผื่นแดงขึ้นหน้า-ตัว หายใจไม่ออก หลังทานปลาทูทอดว่า “อาการแพ้สารพิษในเนื้อปลาเคสนี้ น่าจะมาจากสาร “ฮิสตามีน” ครับ
มีรายงานข่าวของคุณผู้หญิงท่านหนึ่ง กินปลาทูทอดไป 1 ตัว แล้วเกิดอาการแพ้ มีผื่นแดงขึ้นหน้า-ตัว หายใจไม่ออกเหมือนคนจมน้ำ ซึ่งแพทย์ได้บอกสาเหตุว่า เกิดจากการแพ้ “สารพิษ” ในตัวปลา
ซึ่งทำให้หลายคนมาคอมเม้นต์กันไปต่าง ๆ นานา ว่าสารพิษนั้น น่าจะเป็นฟอร์มาลีน บ้างล่ะ เป็นสารกันบูด บ้างล่ะ แต่จริง ๆ ในข่าวก็มีเขียนระบุคร่าว ๆ นะครับว่าสารพิษดังกล่าว เกิดจากการที่ปลาทะเลบางชนิด ถ้าเก็บรักษาไม่ดี จะทำให้มีสารเคมีที่อันตรายออกมา แปลว่า ไม่ใช่เอาปลาไปชุบสารพิษอะไร อย่างที่เมนต์กัน และเท่าที่ผมถามเพื่อนหมอ เค้าให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นแพ้สาร “ฮิสตามีน” (histamine) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติได้ ในเนื้อปลาที่เก็บไว้นานเกินไป อาการของผู้ป่วยก็ตรงกับอาการแพ้ฮีสตามีนเลยครับ
ตามรายงานข่าว ระบุว่าสตรีท่านนี้ได้กินปลาทูทอด 1 ตัวกับข้าวเปล่าจนหมดทั้งตัว แล้วในเวลาผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง นาฬิกาก็เตือนว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ คือถึงระดับ 120 ครั้งต่อนาที ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกร้อนวูบ ๆ ที่หน้าและตัว ลำตัวและใบหน้ามีผื่นแดงขึ้น ใจสั่น ตัวสั่น มือสั่น ไม่มีแรง ใจเต้นไปถึงระดับ 135 ครั้งต่อนาที แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ทรมานเหมือนคนจมน้ำ ตาเบลอ แทบจะไม่รับรู้อะไร
ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลสั่งฉีดยา ติดเครื่องวัดรอบตัว หัวใจแรงมากจนขึ้นมา 143 ครั้งต่อนาที แน่นหน้าอกสุด ๆ หายใจไม่ออก ก่อนที่จะสลบไปแล้วกว่าจะได้ออกจากห้องฉุกเฉิน ก็อีกกว่า 5 ชั่วโมง ที่อาการถึงจะดีขึ้น ลืมตาได้ พูดได้ มือไม่สั่นแล้ว ผื่นแดงที่แขนลดลง แต่ใจยังเต้นเร็วอยู่
ประเด็นคือ เธอเล่าด้วยว่า แพทย์วินิจฉัยว่าแพ้สารพิษในตัวปลา เพราะปลาทะเลบางชนิด ถ้าเก็บรักษาไม่ดี จะทำให้มีสารเคมีที่อันตรายออกมาจากตัวปลา ถึงแม้ว่าจะปรุงผ่านความร้อนแล้วก็ไม่หาย แถมต้องเฝ้าระวังอาการภายใน 48 ชั่วโมง เพราะไม่รู้ว่าสารเคมีจะยังคงเหลืออยู่หรือเปล่า และอาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้
ซึ่งถ้าฟังโดยรวม ๆ แล้ว ก็น่าจะเป็น “อาการแพ้” ที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำปฏิกิริยาต่อสาร อัลเลอร์เจน (allergen สารก่อภูมิแพ้ ซึ่งก็คือสาร antigen ที่ทำให้เกิด allergy) บางชนิด ที่มากระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์อื่นๆ ที่คอยป้องกันสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เข้าทำปฏิกิริยา และปล่อยแอนติบอดี (antibody) และสารเคมีต่าง ๆ เช่น ฮิสตามิน (ที่ร่างกายสร้างเอง) ออกมาจัดการกับสารกระตุ้น
ปัญหาคือในบางคน การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารอัลเลอร์เจนนั้น กลับทำงานว่องไวและรุนแรงเกินไป จนสารฮิสตามีนถูกสร้างมากเกินไป แล้วย้อนกลับมาทำอันตรายกับอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายตนเอง เกิดผื่นลมพิษ หน้าบวม หลอดลมบวม ฯลฯ ไปจนกระทั่งหายใจไม่ออก จนอาจถึงแก่ชีวิตได้
ตัวอย่างเช่น การแพ้อาหารทะเล ซึ่งมีคนไทยเป็นกันหลายคนมาก (และก็อาจแพ้โปรตีนอัลเลอร์เจนคนละตัวกัน ในอาหารทะเลแต่ละชนิด บางคนก็เลยแพ้แต่ปลาทะเล บางคนแพ้แต่หอย หรือ กุ้ง หรือ หมึก ก็มี)
ประเด็นที่น่าสนใจคือ สารฮิสตามีนที่ว่านี้ ไม่ได้มีแค่จากที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นได้เอง (นึกภาพเวลาเป็นหวัดคัดจมูกน้ำมูกไหล แล้วเราต้องกินยาพวก แอนตี้ฮิสตามีน เช่นยาคลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ไปบรรเทาอาการแพ้ ด้วยการไปลดฮิสตามีนในร่างกาย) แล้วยังมีฮิสตามีน ที่พบอยู่ในอาหารด้วย และถ้ากินเข้าไป ร่างกายย่อยสลายสารนี้ไม่ทัน ก็จะเกิดอาการแพ้ขึ้นได้
ในอดีต ก็เคยมีข่าวเตือนภัยจาก อย. ถึงกรณีที่คนกินพวก “แมลงทอด” แล้วเกิดอาการแพ้สารฮิสตามีนในแมลงนั้น จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดกันมาแล้ว ซึ่งทาง อ.ย. บอกว่า มีการพบสารฮิสตามีน ในดักแด้หนอนไหม สูงถึง 875 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และยิ่งถ้ามีการปนเปื้อนของ “แบคทีเรีย” บางชนิด ก็จะสามารถเปลี่ยน กรดอะมิโนฮิสติดีน (histidine) ในโปรตีนให้กลายเป็นสารฮิสตามีน จนเกิดอาการแพ้รุนแรงได้ในร่างกายของบางคนที่ตอบสนองเร็วกว่าคนอื่น ถ้าไม่ได้รับการรักษาโดยทันที อาจจะเสียชีวิตได้
สำหรับกรณีของการแพ้ “ปลาทูทอด” เคสนี้นั้น ก็เคยมีรายงานวิจัยตรวจพบสารฮิสตามีนในเนื้อสัตว์ เนื้อปลา เนยแข็ง โดยเฉพาะในเนื้อของปลากลุ่ม สคอมบรอยด์ (Scombroid) ได้แก่ ปลา saury, ปลา tuna, ปลา bonito, ปลา seerfish, ปลา butterfly kingfish และปลา mackerel นั้น พบว่ามักจะมีสารฮิสตามีนอยู่ในปริมาณที่มากและจะเป็นอันตราย เมื่อปลาเหล่านี้เก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง หรือกลางแดด เป็นเวลาหลายชั่วโมง จนทำให้เชื้อจุลินทรีย์สร้างสารฮิสตามีนขึ้น พร้อมแนะนำว่า การเก็บรักษาปลาที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการสร้างฮิสตามีน
โดยสรุป เคส “แพ้ปลาทูทอด” นี้ น่าจะเป็นอาการแพ้สารฮิสตามีนในเนื้อปลา ซึ่งอาจเกิดจากการที่ปลานั้นไม่สดเพียงพอ และเป็นกรณีเฉพาะตัวของคนที่มีอาการไวต่อสารกระตุ้นภูมิแพ้นี้ ไม่ได้เกิดจากการที่ปลาถูกเอาไปชุบสารพิษ อย่างฟอร์มารีน หรือสารกันบูด อย่างที่คอมเมนต์กัน”
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.