Google เปิดเผยผลการศึกษาในรายงาน Gemini Southeast Asia Report ฉบับแรก ระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานประจำของแอป Gemini ในภูมิภาคเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี และมีอัตราการเปิดรับที่รวดเร็วกว่าการนำแอปพลิเคชันอื่นของ Google มาใช้งานในช่วงที่ผ่านมา
ปัจจัยสำคัญมาจากโครงสร้างประชากรของภูมิภาคที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนมาก โดยเกือบ 40% ของประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ประกอบกับความสามารถของ Gemini ในการทำความเข้าใจและสื่อสารด้วยภาษาท้องถิ่น
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า AI กำลังเปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือสำหรับทดลองใช้งาน ไปสู่การเป็นผู้ช่วยในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการค้นคว้าข้อมูล การเรียน การทำงาน การสร้างคอนเทนต์ และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนการใช้งาน AI
รายงานพบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการใช้งาน Gemini ในภูมิภาค
ผู้ใช้งานกลุ่มนี้ส่งคำถามและคำสั่งไปยัง Gemini มากกว่ากลุ่มอายุอื่น มีระยะเวลาการสนทนาต่อเนื่องยาวกว่า รวมถึงเขียนพรอมต์ที่มีรายละเอียดและความซับซ้อนมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
พฤติกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้ใช้ AI เพียงเพื่อค้นหาคำตอบแบบสั้น ๆ แต่เริ่มนำมาใช้เป็นเครื่องมือประกอบการคิด วางแผน และพัฒนาผลงานในหลายรูปแบบ
ไทยใช้ภาษาไทยคุย Gemini สูงถึง 87%
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Gemini เติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือความสามารถในการรองรับภาษาประจำชาติของแต่ละประเทศ
เกือบ 70% ของพรอมต์ทั้งหมดในภูมิภาคถูกส่งเข้ามาด้วยภาษาท้องถิ่น โดยเวียดนามมีสัดส่วนการใช้งานภาษาประจำชาติสูงที่สุดที่ 89% ตามด้วยไทย 87% และอินโดนีเซีย 84%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การลดข้อจำกัดด้านภาษาเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการนำ AI มาใช้งานในวงกว้าง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมสูง
ขณะเดียวกัน ผลการประเมิน Southeast Asia Holistic Evaluation of Language Models หรือ SEA-HELM ระบุว่า Gemini เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมสูงสุดสำหรับภาษาต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ดร.เลสลี เตียว ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของ AI Singapore ระบุว่า การนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลายจะเกิดขึ้นได้เมื่อเทคโนโลยีสามารถทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่เพียงการแปลภาษาจากระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้บริบทอื่น
สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โมเดล AI จำเป็นต้องเข้าใจทั้งภาษา ความหมายแฝง และบริบทท้องถิ่น เพื่อรองรับการใช้งานตั้งแต่การเรียน การเขียน ไปจนถึงการระดมความคิดทางธุรกิจที่มีความซับซ้อน
75% ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ
รูปแบบการเข้าถึง Gemini ในภูมิภาคยังสะท้อนพฤติกรรมแบบ “Mobile First” อย่างชัดเจน โดยประมาณ 75% ของคำขอทั้งหมดถูกส่งผ่านโทรศัพท์มือถือ
เมื่อผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับ AI ด้วยภาษาของตนเองได้ หลายคนจึงไม่ได้จำกัดการใช้งานอยู่เพียงการพิมพ์ข้อความผ่านแป้นพิมพ์ แต่หันมาใช้คำสั่งเสียง การอัปโหลดภาพถ่าย และวิดีโอมากขึ้น
รายงานระบุว่า มากกว่า 40% ของพรอมต์ทั้งหมดมีการใช้เสียง ภาพถ่าย หรือวิดีโอประกอบ ส่วนการใช้เสียงเพียงอย่างเดียวมีสัดส่วนประมาณ 10% ผ่านฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Gemini Live
รูปแบบดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การแข่งขันในตลาด AI ต่อจากนี้อาจไม่ได้วัดเพียงความสามารถในการตอบข้อความ แต่รวมถึงประสิทธิภาพในการรับรู้และวิเคราะห์ข้อมูลหลายรูปแบบ ทั้งเสียง ภาพ และวิดีโอ
ผู้ใช้สร้างภาพผ่าน Nano Banana กว่า 5,000 ล้านภาพ
ด้านวัตถุประสงค์การใช้งาน พบว่าประมาณ 40% ของคำถามหรือคำสั่งที่ส่งไปยัง Gemini เป็นการขอให้ระบบสร้างผลงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ภาพ เพลง วิดีโอ ไปจนถึงการเขียนเอกสาร
ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ผู้ใช้งานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สร้างภาพด้วย Nano Banana โมเดลสร้างภาพของ Google รวมมากกว่า 5,000 ล้านภาพ
ขณะเดียวกัน มีการสร้างเพลงเกือบ 1 ล้านเพลง นับตั้งแต่ Google เปิดตัว Lyria 3 ซึ่งเป็นโมเดลสร้างเพลงของ Gemini ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า Generative AI กำลังเข้ามาลดข้อจำกัดด้านทักษะและต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้างภาพ เสียง และเอกสารได้รวดเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI ยังเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจและแพลตฟอร์มต้องติดตาม ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ ความถูกต้องของข้อมูล และการระบุแหล่งที่มาของเนื้อหา
จากเครื่องมือค้นข้อมูลสู่ผู้ช่วยวิจัยและคู่คิด
นอกเหนือจากการสร้างคอนเทนต์ ผู้ใช้งานยังนำ Gemini มาใช้เป็นผู้ช่วยด้านการวิจัย เช่น การสรุปเอกสารที่มีเนื้อหาซับซ้อน การจัดระเบียบข้อมูลที่กระจัดกระจาย และการแปลงข้อมูลจำนวนมากให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายขึ้น
Gemini ยังถูกใช้ในฐานะคู่คิดสำหรับขอคำแนะนำ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะในเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่การเลือกของขวัญ วางแผนท่องเที่ยว ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคแบบเป็นขั้นตอน
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้ใช้งานเริ่มคาดหวังให้ AI เข้าใจบริบทของคำถาม และสามารถสนทนาต่อเนื่องได้มากกว่าการให้ข้อมูลแบบครั้งเดียวจบ
Google ตั้งเป้าเจาะประชากรอาเซียนกว่า 600 ล้านคน
Google ระบุว่า มีเป้าหมายพัฒนา Gemini ให้เป็นผู้ช่วย AI ที่มีประโยชน์สำหรับประชากรกว่า 600 ล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเดินหน้าพัฒนาความสามารถของ AI Agent เพื่อให้ระบบสามารถดำเนินงานแทนผู้ใช้งานได้มากขึ้น
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือ Gemini Spark ซึ่งจะยกระดับ Gemini จากผู้ช่วยที่ทำหน้าที่ตอบคำถาม ไปสู่การเป็นพันธมิตรเชิงรุกที่สามารถบริหารจัดการภารกิจและดำเนินงานบางส่วนแทนผู้ใช้งานได้
Spark ถูกออกแบบให้เป็น AI Agent ส่วนบุคคลที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเชื่อมโยงกับเครื่องมือในระบบ Google Workspace เช่น Gmail, Docs และ Slides
ระบบสามารถดำเนินงานอยู่เบื้องหลังได้ แม้ในช่วงที่ผู้ใช้งานปิดคอมพิวเตอร์หรือล็อกโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม AI ที่กำลังขยับจากระบบสร้างคำตอบ ไปสู่ระบบที่สามารถลงมือทำงานและจัดการกระบวนการต่าง ๆ ได้จริง
หลังจากเปิดใช้งานภาษาอังกฤษในระยะแรก Google เตรียมทยอยขยาย Gemini Spark ให้รองรับภาษาท้องถิ่น สำหรับสมาชิก Gemini Advanced แพ็กเกจ Ultra
การขยายบริการดังกล่าวจะต่อยอดจากฟีเจอร์ที่มีผู้ใช้งานในภูมิภาคอยู่แล้ว เช่น Nano Banana สำหรับสร้างภาพ Canvas สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาเนื้อหา รวมถึง Gems ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานปรับแต่งผู้ช่วย AI ให้เหมาะกับการทำงานและการพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.