วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569โดยยกเว้นไม่นำเกณฑ์กรณีผู้ขอใช้สิทธิมีบุตรไปขอหักค่าลดหย่อนภาษีในฐานะบิดามารดามาใช้ในการลงทะเบียนครั้งนี้เนื่องจากเป็นประเด็นที่สร้างความไม่สบายใจให้แก่สังคม
นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาปรับเกณฑ์คุณสมบัติกรณีมีวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท โดยจะไม่นับรวมสินเชื่อภาคเกษตรเข้ากับเกณฑ์สินเชื่อทั่วไปที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากสินเชื่อภาคเกษตรมีลักษณะพิเศษที่มักเป็นการชดเชยเยียวยาจากกรณีภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำรงชีวิตและเครื่องมือทำมาหากินของเกษตรกรที่มีมูลค่าสูง
ขณะเดียวกันครม.ยังเห็นชอบการเพิ่มเติมกลุ่มเป้าหมาย โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงพื้นที่สำรวจ และพบกลุ่มเปราะบางแท้จริงอีก 5.4 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือกลไกการลงทะเบียนแบบปกติได้ เช่น ผู้ป่วยติดเตียงและคนชายขอบในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป
“ความตั้งใจของทางรัฐบาลคือตั้งใจที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ได้คนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริงไม่ต้องรอให้มาบอกแต่เราต้องเข้าถึงความเดือดร้อนแล้วพาทุกคนเข้าสู่ระบบที่รัฐจะดูแล การดำเนินการครั้งนี้จึงถือเป็นมิติใหม่ของการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐที่เน้นการค้นหาผู้ตกหล่นอย่างแท้จริงแทนการปล่อยให้ประชาชนดำเนินการด้วยตนเองเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งจะช่วยปิดช่องว่างและทำให้รัฐบาลสามารถจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ลำบากที่สุดในสังคมได้อย่างทั่วถึง”
ส่วนขั้นตอนการดำเนินงานหลังจากนี้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ จะประชุมสรุปผลก่อนจะประกาศสิทธิให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ผ่านช่องทางที่กำหนดสี่ช่องทางหลัก คือทางเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลาม และธนาคารกรุงไทย
นายวินิจ กล่าวว่า กลุ่มประชาชนเดิมที่ได้รับสิทธิอยู่แล้วจะได้รับสวัสดิการต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2569 ส่วนกลุ่มผู้ได้รับสิทธิรายใหม่จะเริ่มได้รับสวัสดิการในวันที่ 1 ต.ค.2569 สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะมีการแจ้งรายละเอียดสาเหตุที่ไม่ได้รับสิทธิพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการยื่นคำขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค.นี้และจะมีการประกาศผลการทบทวนสิทธิอีกครั้งในลำดับถัดไป
“ยอดรวมผู้ลงทะเบียน จะเข้าสู่ระบบการพิจารณาทั้งหมดในขณะนี้คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 18.8 ล้านราย ครอบคลุมทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มเปราะบางที่สำรวจพบเพิ่มเติม โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่าการบริหารจัดการงบประมาณจะเป็นเรื่องที่ดำเนินการตามมาหลังจากคัดกรองผู้เดือดร้อนที่แท้จริงเสร็จสิ้นแล้ว โดยรัฐบาลจะไม่ยึดเอากรอบงบประมาณที่ตั้งไว้เดิมเป็นตัวตั้งหากพบว่ามีประชาชนที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้”
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.