“คอลลิเออร์สฯ” ส่งสัญญาณตลาดอสังหาภูเก็ตมาแรงแซง”กรุงเทพ” อานิสงส์เมกะโปรเจ็กต์ ทุนต่างชาติไหลเข้าไม่หยุด เผย 5 ปี มูลค่าลงทุนพุ่งเฉียด 5 แสนล้าน คาดปี’69 ลงทุนทะยาน 6 หมื่นล้าน บิ๊กทุนเมืองกรุงมุ่งหน้าบุกต่อเนื่อง ดันราคาที่ดินแพง หาดป่าตองทะลุไร่ละ 170-200 ล้าน
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภูเก็ตได้เร่งเครื่องสู่เมืองยุทธศาสตร์ระดับโลก โดยได้รับแรงผลักดันจากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ยกระดับศักยภาพของจังหวัดในทุกมิติ ตั้งแต่การท่องเที่ยวระดับโลก การดึงดูดการลงทุน ไปจนถึงการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจนานาชาติของฝั่งอันดามัน กระแสการลงทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ภูเก็ตกำลังทวีความเข้มข้น ไม่ว่าจะโครงการแลนด์มาร์กระดับประเทศอย่าง ICONSIAM PHUKET หรือโครงการ Branded Residence จากแบรนด์ระดับโลก รวมถึงนักทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ดันราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งเทียบชั้นมหานครชั้นนำ
“สะท้อนถึงความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อศักยภาพตลาดอสังหาฯภูเก็ต ด้วยแรงขับเคลื่อนจากโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และการลงทุนระดับพรีเมียม อาจส่งผลให้ราคาอสังหาฯภูเก็ตในปี 2569 อาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯและมหานครชั้นนำในระดับสากล กลายเป็นหนึ่งในทำเลอสังหาฯที่มีมูลค่าสูงและน่าจับตามองมากที่สุดในภูมิภาค”
นายภัทรชัยกล่าวว่า ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาฯรายใหญ่และนักลงทุนจำนวนมาก เริ่มปรับกลยุทธ์หันไปมองหาโอกาสใหม่ในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต ทั้งแง่ดีมานด์เพื่อการอยู่อาศัยระยะยาวและเพื่อการลงทุน ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภูเก็ตจึงยังคงเป็นเสมือนหมุดหมายที่ทั้งผู้พัฒนาและนักลงทุน ต่างมองว่ายังคงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงจากทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ
“ภูเก็ตยังคงเป็นขุมทรัพย์ของนักลงทุนในปีนี้ คาดว่าทั้งปีเงินลงทุนรวมอยู่ที่กว่า 60,000 ล้านบาท เฉพาะเดือนมกราคมมีเปิดแล้ว 3 โครงการ ขณะที่กรุงเทพฯไม่มีเปิดตัวเลย เรายังพบว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในภูเก็ตถึง 45,066 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวม 469,720 ล้านบาท พีคสุดปี 2567 มีเปิดขายใหม่สูงสุด 18,515 ยูนิต มูลค่าการลงทุน 190,112 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาโครงการต่อศักยภาพของตลาดภูเก็ต และยังพบว่าเม็ดเงินลงทุนภาคอสังหาฯยังหลั่งไหล่เข้าสู่เกาะภูเก็ตไม่ขาดสาย”
นายภัทรชัยกล่าวว่า ปี 2568 มีโครงการคอนโด บ้านจัดสรร บ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่มากกว่า 72 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 81,643 ล้านบาท อุปทานกว่า 10,312 ยูนิต หลายโครงการปิดการขายคึกคัก ผู้พัฒนารายใหญ่บางรายปิดการขายบ้านพักตากอากาศและคอนโดทั้งโครงการได้ในระยะเวลารวดเร็ว หรือปิดการขายมากกว่า 50-70% ของทั้งโครงการหลังเปิดขายไม่ถึง 1 เดือน เป็นสัญญาณบวก สะท้อนถึงความต้องการทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ
“ท่าวมกลางภาวะตลาดอสังหาฯในกรุงเทพฯ ยังชะลอตัว ทำให้นักลงทุนไทยและต่างชาติหันมาสนใจโอกาสการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพการเติบโตอย่างภูเก็ตมากขึ้น โดยเฉพาะคอนโด บ้านพักตากอากาศ ยังคงได้รับความสนใจทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ ที่มองหาอสังหาฯเพื่อการลงทุนหรืออยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนตลาดอสังหาฯในภูเก็ตกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและมูลค่าทรัพย์สินในพื้นที่ ที่นักลงทุนเห็นว่าเป็นโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต”
นายภัทรชัยยังคาดการณ์ว่า ผู้พัฒนารายใหญ่จากกรุงเทพฯ ยังคงประกาศแผนการพัฒนาโครงการใหม่ในภูเก็ตอย่างคึกคักในปี 2569 คาดว่าทั้งปีเงินลงทุนอยู่ที่กว่า 60,000 ล้านบาท เช่น แสนสิริ แอสเซทไวส์ ยังพบว่ามีผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่อีกหลายรายที่ยังรอจังหวะและเปิดตัวโครงการใหม่ เช่น โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต เป็นต้น โดยคาดว่าตลาดคอนโดภูเก็ตจะยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่อุปทานเปิดขายใหม่อาจปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 6,000-8,000 ยูนิต เนื่องจากช่วง 2 ปีที่มีอุปทานเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดมากเกือบ 25,000 ยูนิต ถือว่าค่อนข้างสูง ทำเลที่ยังคงได้รับความนิยมยังเป็นทำเล บางเทา เชิงทะเล ราไวย์ กะตะ กะรน และในพื้นที่เมืองภูเก็ต
สำหรับบ้านพักตากอากาศในเมืองไทยที่ผ่านมา ค่อนข้างได้รับความสนใจจากเศรษฐีชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะภูเก็ต ถือว่ามีบ้านพักตากอากาศราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้เป็นตลาดที่ได้รับความสนใจซื้อสำหรับกลุ่มนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยสิ้นปี 2568 มีโครงการบ้านพักตากอากาศเปิดขายในเกาะภูเก็ต 1,100 ยูนิต จากทั้งหมดถึง 40 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุน 27,215 ล้านบาท และอุปทานเปิดขายใหม่ปีนี้อยู่ย่านเชิงทะเลมากกว่า 58.40% ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย
“ปัจจุบันภูเก็ตทำเลหลักการลงทุนบ้านพักตากอากาศ อยู่แนวชายหาดและพื้นที่ใกล้ชายหาด ที่เปิดขายและได้รับความสนใจอยู่อำเภอถลางมากสุด ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ย่านหาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดลายัน เชิงทะเล รองลงมาหาดในทอน อ่าวฉลอง หาดราไวย์ หาดกมลา ป่าตอง และยังคงนิยมพัฒนาบ้านพักตากอากาศราคา 30-50 ล้านบาท เพราะได้รับความสนใจจากกำลังซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย ”
นายภัทรชัยกล่าวอีกว่า ขณะที่ที่ดินริมทะเลเริ่มหายากและมีราคาที่สูงมาก บวกกับการปรับตัวของราคาที่ดินในเกาะภูเก็ตช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยราคาแพงสุด ยังคงเป็นหาดป่าตองไร่ละ 170-200 ล้านบาท และแนวโน้มราคาที่ดินภูเก็ตยังคงปรับขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีมากว่า 10% ต่อปี
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.