สื่อนอกวิเคราะห์ ‘อนุทิน’ เดิมพันใหญ่กระแสชาตินิยม คาดปชน. เจออุปสรรคอีกเพียบ
เหลือเวลาอีกแค่ 2 วันก่อนการเลือกตั้งประเทศไทยที่มีการจับตาจากหลายฝ่าย สำนักข่าวรอยเตอร์เขียนวิเคราะห์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบททดสอบว่ากระแสชาตินิยมที่มาแรงในไทยตอนนี้จะช่วยให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้หรือไม่ ขณะที่นายโจนาทาน เฮด ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เขียนบทความวิเคราะห์ว่าแม้โพลสำรวจความคิดเห็นต่างๆ ชี้ว่าพรรคประชาชนจะชนะการเลือกตั้งแบบทิ้งห่างพรรคอันดับสอง แต่การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้อาจเป็นเพียงอุปสรรคแรกที่พรรคประชาชนจะต้องเผชิญ
รอยเตอร์ระบุว่า โพลสำรวจหลายสำนักชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน พรรคประชาชนที่นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพรรคเพื่อไทยของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แต่โพลสำรวจต่างชี้ว่าพรรคประชาชนและนายณัฐพงษ์มีคะแนนนำเหนือพรรคและผู้สมัครคนอื่นๆ อยู่ค่อนข้างมาก จากการนำเสนอนโยบายปฏิรูปต่างๆ แม้ว่ากระแสชาตินิยมจะกำลังมาแรงในไทยจากการปะทะระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชาเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม โพลสำรวจต่างๆ คาดว่าจะไม่มีพรรคใดคว้าเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้รัฐบาลไม่มีความเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนกับตอนก่อนที่นายอนุทินประกาศยุบสภา ทั้งนี้ พรรคการเมืองต่างๆ พยายามเกาะกระแสชาตินิยมในการเลือกตั้งครั้งนี้ เช่น ผู้นำพรรคภูมิใจไทยหลายคนรวมถึงตัวของนายอนุทินเองต่างออกหาเสียงเรื่องจุดยืนชาตินิยมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกระหว่างคนที่จงรักภักดีต่อชาติกับคนที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศชาติ นายอนุทินกล่าวในการปราศรัยที่สวนลุมพินีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “หากคนไทยอยากได้นายกรัฐมนตรีที่กัมพูชาเลือกก็ให้ไปเลือกพรรคอื่น แต่ผมมั่นใจว่ารัฐบาลภูมิใจไทยเป็นของคนไทย 100%”
นี่จะเป็นบททดสอบว่าการเดิมพันของนายอนุทินที่มากับกระแสชาตินิยมจะได้ผลหรือไม่ นิดาโพลเมื่อเร็วๆ นี้พบว่านายณัฐพงษ์จากพรรคประชาชนมีคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 29.08% ตามมาอันดับสองคือนายอนุทินที่ 22.24% ส่วนโพลสำรวจของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตระบุว่านายอนุทินมาเป็นอันดับสาม ตามหลังนายยศชนันที่อันดับสอง ส่วนอันดับหนึ่งคือนายณัฐพงษ์
รายงานการวิเคราะห์การเลือกตั้งไทยของบีบีซีระบุว่า พรรคประชาชนลงสนามเลือกตั้งรอบนี้ด้วยนโยบายปฏิรูปต่างๆ อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำกัดอำนาจของกองทัพและปฏิรูประบบการศึกษาให้มีความทันสมัย โดยต้องต่อสู้กับพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยที่มาพร้อมกับนโยบายที่เอาใจประชาชน เช่น นายอนุทินที่ชูผลงานในเรื่องกัมพูชาและการสนับสนุนกองทัพ อีกทั้งยังมีการนำส.ส.หลายคนจากพรรคอื่นให้มาเข้าร่วมภูมิใจไทยและนำเสนอผลงานที่โดดเด่นของรัฐมนตรีคนนอก จนทำให้ภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคการเมืองชั้นนำของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ส่วนพรรคเพื่อไทยพยายามนำเสนอนโยบายประชานิยม เช่น เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน

แม้ว่าพรรคประชาชนจะมีคะแนนนำในโพลต่างๆ แต่แค่ชนะการเลือกตั้งยังไม่พอสำหรับการเมืองไทย เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งอย่างเหนือความคาดหมาย แต่กลับไม่ได้เป็นพรรครัฐบาลเพราะกลุ่มอนุรักษ์นิยมในไทยโดยเฉพาะวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งรวมถึงศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินยุบพรรคก้าวไกล รวมถึงห้ามไม่ให้หัวหน้าพรรคลงเล่นการเมือง เพราะศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่านโยบายของพรรคก้าวไกลที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
พรรคก้าวไกลเผชิญกับชะตากรรมเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งในตอนนั้นไทยอยู่ภายใต้การนำของกองทัพและผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพไทยตราหน้าว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นเหมือนกองกำลังคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น แต่นั่นยังไม่สามารถหยุดให้พรรคอนาคตใหม่กวาดที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2019 ได้แต่สุดท้ายก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคและห้ามไม่ให้นายธนาธรลงเล่นการเมือง 10 ปีจากการถือครองหุ้นบริษัทสื่อเพียงเล็กน้อย

บีบีซีมองว่าความสนใจของการเลือกตั้งครั้งนี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หากโพลสำรวจถูกต้อง พรรคประชาชนจะคว้าเก้าอี้ในสภาได้มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน และจะทิ้งห่างพรรคที่ตามมาเป็นอันดับ 2 รวมถึงในการเลือกตั้งครั้งนี้วุฒิสภาไม่มีสิทธิที่จะร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป แต่คาดว่าพรรคประชาชนจะเจอกับอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้ได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพราะขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังพิจารณาคดี 44 อดีตส.ส.พรรคก้าวไกลที่มีชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งในจำนวนนี้ 15 คนเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาในปัจจุบัน