หมอเกศ ไม่รอด โดนสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี จากกรณีใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ถือเป็นทุจริตทำให้เกิดเข้าใจผิดในการคัดเลือก สว.

จากกรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ หมอเกศ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สืบเนื่องจากใช้คำว่า “ศาสตราจารย์” และพบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4) นั้น

ล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง อ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยมีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง หมอเกศ เป็นเวลา 10 ปี ปมทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ชักจูงให้เข้าใจผิดในการคัดเลือก สว.ปี 2567


สำหรับการฟ้องคดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก กกต.เห็นว่าการที่น.ส.เกศกมล ระบุข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.3) ในส่วนของประวัติการศึกษาว่า “2.1 ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ (Professor in Human Resource Development) California University และระบุประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” นั้น

ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่า น.ส.เกศกมล มิได้มีตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์ตามหลักการและขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าวข้างต้นของประเทศไทย อีกทั้ง พยานที่ไต่สวนประกอบคนที่3-11 ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาและเป็นผู้มีสิทธิเลือก ระดับประเทศ ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร ซึ่งระบุว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย “มีผลจูงใจให้ลงคะแนนให้แก่น.ส.เกศกมล

ดังนั้น การที่น.ส.เกศกมล แนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่าเป็น “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” โดยที่มิได้ ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตรา จารย์ตามกฎหมายของประเทศไทย จึงเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด ในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผู้ถูกร้อง เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก ลงคะแนนให้แก่ผู้ถูกร้อง ซึ่งเป็นการทุจริตในการเลือก และทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 และมาตรา 77 (4)

ซึ่งหากศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามที่กกต.มีมติเสนอก็จะมีโทษตาม มาตรา 77 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำการ (4)หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้บุคคลอื่น เข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้สมัครใด

เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือก เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือถอนการสมัคร หรือกระทำการใด ๆ อันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้นั้นหมดสิทธิ ที่จะเลือกหรือได้รับเลือก หรือเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000 -200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี





ข่าวล่าสุด

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.