“ทนายตั้ม” ซักค้าน “เจ๊อ้อย” ด้วยตัวเองในคดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท ด้าน “เจ๊อ้อย” เบิกความยัน โอนเงินให้ลงทุนหวยออนไลน์ ไม่ใช่ให้โดยเสน่ห์หา
วันที่ 4 มี.ค. 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดสืบพยานโจทก์นัดแรก ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และนางสาวจตุพร หรือ “เจ๊อ้อย” เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” พร้อมด้วยภรรยา และพี่สาวภรรยา กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานฉ้อโกง ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน โดยในช่วงเช้า เจ๊อ้อย เดินทางมาถึงศาลด้วยท่าทีที่มั่นใจเพื่อเข้าเบิกความ แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน โดยมีนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เดินทางมาให้กำลังใจ
บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว ทนายตั้ม มาจากเรือนจำในชุดนักโทษ สวมเสื้อยืดสีครีมมีคราบแดงที่ไหล่ซ้าย กางเกงวอร์มขายาวสีดำ และมีโซ่ตรวนที่ข้อเท้า สังเกตเห็นได้ชัดว่าร่างกายซูบผอมลงน้ำหนักหายไปหลายกิโลกรัม แต่จำเลยยังได้ทักทายสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ ก่อนเริ่มพิจารณาคดี ซึ่งทนายความจำเลยเปิดเผยว่า ทนายตั้ม จะทำหน้าที่ซักค้านพยานโจทก์ด้วยตนเอง เนื่องจากมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
การสืบพยานปากแรก เจ๊อ้อย ได้ขึ้นเบิกความระบุถึงปมเงิน 71 ล้านบาทว่า ได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ ทนายตั้ม เพื่อให้นำไปชำระแก่บริษัทคู่สัญญาสำหรับการพัฒนาระบบสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ แต่เมื่อเดินทางมาไทยและทวงถามความคืบหน้า ทนายตั้ม อ้างเหตุผลเรื่องการเมืองยังไม่นิ่งให้รอไปก่อน จนกระทั่งมารู้ความจริงภายหลังว่าเงินไม่ได้ถูกนำไปจ่ายให้บริษัทคู่สัญญา จึงเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรแก่งคอย และให้ทนายติดตามทวงเงินคืน แต่ฝ่ายจำเลยกลับอ้างว่าเป็นเงินที่ให้โดยเสน่ห์หา
ทางด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ผู้เดินทางมาสังเกตการณ์ ให้ข้อมูลว่าคดีนี้ศาลแพ่งเคยมีคำสั่งยกคำร้องและคืนทรัพย์สินมูลค่า 71 ล้านบาท ทั้งที่ดินและเงินฝากแก่ ทนายตั้ม เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะชี้ว่ามีพฤติการณ์ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งในคดีแพ่งอัยการสืบพยานเพียงปากเดียวคือเจ้าหน้าที่ธุรการ ปปง. ทำให้คดีดูอ่อนลง แต่ผลทางแพ่งนี้จะไม่ส่งผลต่อคดีอาญา ในทางกลับกันหากคดีอาญาตัดสินว่าผิดจะเปลี่ยนแปลงผลของคดีแพ่งได้
ในคดีอาญานี้ มีการแบ่งกลุ่มจำเลยและการดำเนินคดีออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ กลุ่มทนายตั้ม ภรรยา และพี่สาวภรรยา ที่ต้องต่อสู้คดีพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องการหลอกลวงลงทุนหวยออนไลน์ ซึ่งกลุ่มนี้ยังไม่มีการรับสารภาพ กลุ่มที่สองคือกลุ่ม นุ และ สา เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงิน 39 ล้านบาท และกลุ่มพนักงานโชว์รูมรถ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถและการออกใบเสร็จเกินราคา โดยจำเลย 4 รายในกลุ่มหลังได้รับสารภาพแล้ว โดยมีการชดใช้เงินคืน 19 ล้านบาท ศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้วและอยู่ระหว่างอัยการยื่นอุทธรณ์
การสืบพยานโจทก์ปากเอกอย่าง เจ๊อ้อย ในช่วงเช้ายังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงนัดสืบพยานต่อในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.