ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างโจทย์หิน นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ไม่กี่วันก่อนที่กำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน
การพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 19 มีนาคมนี้ กำลังถูกจับตามองว่า เป็นบทพิสูจน์ที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้นำหญิงคนแรกของญี่ปุ่น หลังจากทรัมป์ออกมาประกาศแกมบังคับผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.) เรียกร้องให้ประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส หรือเกาหลีใต้ ต้องร่วมกันส่งเรือรบเข้าไปดูแลเส้นทางน้ำมันดิบที่ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ซึ่งจัดการน้ำมันนำเข้าของญี่ปุ่นสูงถึง 70%
แรงกดดันจากทำเนียบขาวครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลโตเกียวตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างยิ่ง เพราะในขณะที่ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูงจนทาคาอิจิเกือบต้องสั่งระบายน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เงื่อนไขทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพกลับเป็นปราการด่านสำคัญ
แม้ในอดีตอดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ จะเคยระบุว่า การส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดไปฮอร์มุซสามารถทำได้หากเข้าข่าย “สถานการณ์ที่คุกคามต่อการอยู่รอดของชาติ” แต่ในบริบทปัจจุบันที่สงครามเริ่มต้นจากการที่สหรัฐฯ ชิงโจมตีอิหร่านก่อน ทำให้เหล่านักกฎหมายมองว่า ญี่ปุ่นยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะอ้างสิทธิ์ในการป้องกันตนเองร่วมกันเพื่อส่งกองกำลัง (SDF) ออกไปเสี่ยงภัย
ขณะที่ทรัมป์ย้ำชัดว่า “งานนี้ต้องเป็นทีม” และสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับภาระฝ่ายเดียวอีกต่อไป ดังนั้น ทาคาอิจิอาจต้องใช้ไหวพริบทางการทูตในการเจรจาที่วอชิงตันสัปดาห์หน้า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เธออาจเลือก “เกมนิ่ง” เพื่อประเมินเจตนาที่แท้จริงของผู้นำสหรัฐฯ ก่อน
หรืออาจเสนอทางออกแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นด้วยการสัญญาว่าจะส่งกองเรือไปช่วยฟื้นฟูและกวาดทุ่นระเบิด “หลังจบสงคราม” เหมือนที่ญี่ปุ่นเคยทำในปี 1991 เพื่อรักษาทั้งความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ และรักษากฎหมายความมั่นคงภายในประเทศไปพร้อมกัน ท่ามกลางสายตาของชาวญี่ปุ่นที่กำลังเฝ้ามองความมั่นคงทางพลังงานที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย.
ที่มา : The Japan Times
อ่านข่าวต่างประเทศสำรวจประเด็นสงครามระอุ ส่งผลกระทบวงกว้างด้านใดบ้าง
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.