สทท. ดันนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เสนอโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ทัวร์ใกล้บ้าน” ภายใต้แนวคิด “รัฐร่วมจ่าย คนไทยเที่ยว ผู้ประกอบการได้งาน เงินลงสู่ท้องถิ่น” พร้อมใช้กลไกบริษัทนำเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อน หวังให้เม็ดเงินถึงผู้ประกอบการทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถนำเที่ยว และชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่เมืองรอง เผยหากใช้งบฯ 3 พันล้านบาทจะเกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.2 หมื่นล้าน

นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) หรือสภาท่องเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่าปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเผชิญกับความท้าทายจากเหตุการณ์วิกฤติต่างๆโดยเฉพาะประเด็นสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ตลาดต่างประเทศมีความผันผวน ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการ (Supply) ยังฟื้นตัวกลับมาไม่เต็มที่จากวิกฤตโควิด สทท.จึงนำเสนอโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ทัวร์ใกล้บ้าน” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง

ชัย อรุณานนท์ชัย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Supply Chain) ลดต้นทุนการเดินทางและการใช้พลังงาน (Carbon Reduction Tourism) เสริมบทบาทบริษัทนำเที่ยวในฐานะ “ผู้รวบรวมดีมานด์” และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ

นายชัยกล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีแนวคิดหลักคือ “รัฐร่วมจ่าย-คนไทยเที่ยว-ผู้ประกอบการได้งาน-เงินลงสู่ท้องถิ่น” โดยใช้กลไกบริษัทนำเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อน (Tour Operator Driven Model) เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถนำเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มคนไทยวัยทำงาน กลุ่มครอบครัว กลุ่มองค์กร (Corporarate/Incentive) รวมถึงกลุ่มนักเรียน นักศึกษา (Educational Tourism)

โดยให้เลือกซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวที่ขึ้นทะเบียน รัฐบาลสนับสนุน “ค่าชดเชยต่อหัว” หรือ Subsidy per Pax ขณะที่บริษัทนำเที่ยวต้องใช้บริการจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น โรงแรม ที่พัก ร้ารอาหาร รถนำเที่ยว ไกด์ท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวในชุมชม ฯลฯ โดยมีเงื่อนไขดังนี้  1. ต้องเป็นเส้นทาง “เที่ยวใกล้บ้าน” (เช่น ภายในภูมิภาคเดียวกัน) 2. ต้องมีองค์ประกอบ Local Content ไม่ต่ำกว่า 60% 3. เน้น “เมืองรอง” หรือ เมืองนอกกระแส และ 4. ใช้บริการผ่านบริษัทนำเที่ยวเท่านั้น

“ตัวอย่างการสนับสนุนคือ แพ็กเกจ One Day Trip 1 วัน จำนวน 500 บาทต่อคน แพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน จำนวน  1,000 บาทต่อคน แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน จำนวน 1,500 บาทต่อคน โดยจำกัดไม่เกิน 1 สิทธิ์ต่อคนต่อปี ใช้ผ่านผู้ประกอบการนำเที่ยวในท้องถิ่นนั้นๆ และต้องเดินทางจริง” นายชัยกล่าว และว่า โดยเน้นพื้นที่เมืองหลักสู่เมืองรอง และเมืองรองสู่เมืองรอง

จีระยุ จารุกิตติวรกานต์

นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เสริมว่า จากการประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของโครงการในกรณีศึกษา 3 ล้านคน รัฐสนับสนุน 1,000 บาทต่อคน จะใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมได้กว่า 12,664 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (ROI) สูงถึง 4.22 เท่า หรือทุก 1 บาทของงบรัฐจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบได้มากกว่า 4 บาท และคาดว่าเงินจะไหลเข้าสู่พื้นที่ท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 7,599 ล้านบาท เทียบกับฐานรายได้ท่องเที่ยวในประเทศปี 2568 คิดเป็นราว 1.08%

“โครงการนี้จะเกิดอิมแพ็กในเชิงเศรษฐกิจโดยสามารถกระตุ้น GDP ภาคท่องเที่ยวได้ทันที รวมทังเพิ่มรายได้หมุนเวียนในประเทศ +1.08% ของตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ผู้ประกอบการที่อยู่ในซัพพลายเชนก็ได้ประโยชน์ทุกภาคส่วน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถนำเที่ยว ไกด์ ชุมชน ฯลฯ นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ในเชิงนโยบายในด้านการกระจายรายได้ลงสู่เมืองรองล ลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก และลดการเดินทางไกล ตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน” นายจีระยุกล่าว

นายจีระยุกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญโครงการดังกล่าวนี้จะช่วยฟื้นบทบาทของบริษัทนำเที่ยวในฐานะ “ตัวรวบรวมดีมานด์” และเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตที่ผ่านมาด้วย

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.