‘หาดทิพย์’ ปรับตัวรับต้นทุนพุ่ง! เผยอาจพิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วรุกตลาด มองหากกรณีเลวร้ายสุดอาจกระทบ 100 ล้านบาท ประกาศจ่ายปันผลปี 68 ที่ 0.99 บาท พร้อมสู้เศรษฐกิจปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 3-5%





24 มี.ค. 2569 – พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือ “โคคา – โคล่า” ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้  จาก เดอะ โคคา-โคล่า คัมปะนี เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2569 นับว่ามีความท้าทาย เนื่องจากมีสถานการณ์นอกประเทศเกิดขึ้น ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนโดยรวม และจากการที่ราคาน้ำมันและเม็ดพลาสติกปรับตัวขึ้น แน่นอนว่ากระทบกับบริษัท มองว่าสิ่งที่บริษัทสามารถดำเนินการได้หรือสามารถควบคุมได้คือการปรับตัวภายในองค์กรของตัวเอง เพื่อที่จะรักษาระดับของมาร์จิ้น เพราะต้นทุนการผลิตสินค้าจะสูงขึ้นอย่างแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่บริษัทไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวได้ จึงต้องมาโฟกัสเรื่องการบริหารจัดการ การควบคุมต้นทุนต่างๆ





สำหรับในปีนี้วางเป้าหมายไว้ว่าปริมาณการขายจะเติบโตประมาณ 2-3% มองว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะทำให้มีผลกระทบต่อค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต ดังนั้น สิ่งที่บริษัททำได้คือการหาทางเลือกอื่นในการส่งสินค้าเข้าไปในเชลล์ของตลาดให้ได้ หรือพิจารณาบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้เม็ดพลาสติก เช่น ขวดแก้ว เป็นต้น ซึ่งมีการลงทุนไปในปี 2568 ก็อาจจะเป็นโอกาสในการนำเข้าไปวางจำหน่าย ทั้งนี้ บริษัทมีหน่วยงานที่มอนิเตอร์ต้นทุนสินค้าอยู่ตลอดเวลา ทั้งในส่วนของเม็ดพลาสติก และราคาน้ำมัน โดยบริษัทเป็นสมารชิก Strategic Sourcing ทำให้กำลังในกาต่อรองก็จะมีมากกว่าคนอื่น เนื่องจากบริษัทซื้อวอลุ่มที่ค่อนข้างใหญ่ แต่การติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะราคาน้ำมันเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในช่วงนี้





ขณะที่เรื่องการปรับราคาสินค้าในตอนนี้ยังไม่มีแผน เนื่องจากยังพอบริหารจัดการได้ ไม่ต้องการผลักราคาไปที่ผู้บริโภค แน่นอนที่สุดหากขึ้นราคาจะทำให้วอลุ่มตก หากสามารถบริหารจัดการและรักษาระดับอัตรากำไรของบริษัทได้ ก็ยังไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นราคา






“วันนี้เป็นเดทไลน์ของโดนัล ทรัมป์ กรณีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็ต้องจับตาดูว่าอิหร่านจะตอบกลับอย่างไร ถ้าในทัศนะของตัวเองมองว่าไม่มองว่าสงครามจะจบในเร็ววันนี้ ไม่ว่าจะจบอย่างไรก็ไม่ดี เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราควบคุมต้นทุนในองค์กรเราได้ มาเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัตรการในตลาด การบริการลูกค้า ความรวดเร็วในการส่งสินค้า ประเมิณในกรณีเลวร้ายสุดคงกระทบผลกำไรที่ 100 ล้านบาท”





ส่วนการแข่งขันของตลาดน้ำอัดลมมองว่ายังรุนแรงเป็นปกติ โดยจากปริมาณนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรกยังดีอยู่ แต่คิดว่าการตัดสินใจในการจับจ่ายใช้สอยระมัดระวังมากขึ้น ดังนั้น ในแง่ของภาคการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเติบโตของร้านค้าสะดวกซื้อ ก็จะส่งผลในทางบวกที่จะเติบโตได้ในครึ่งปีแรกของปีนี้





โดยข้อมูลของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) บ่งชี้ว่าตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในพื้นที่ภาคใต้ปี 2568 เติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น บริษัทฯ จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และจัดโปรโมชั่นที่ “คุ้มค่า” ในสายตาผู้บริโภค ได้แก่ การเพิ่มปริมาณ และแถมสินค้าที่เป็นที่นิยม เช่น แก้ว “โค้ก” และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 8,258 ล้านบาท หรือเติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิที่ 568 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการลงทุนด้านกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และรายการพิเศษบางประการ ซึ่งสะท้อนแนวทางของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว





อย่างไรก็ดี จากผลประกอบการดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เสนอผู้ถือหุ้นขออนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.99 บาท ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในวันที่ 23 เมษายน 2569 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของปี 2568 ไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท คงเหลือเป็นเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.54 บาท โดยจะจ่ายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.