‘สรรเพชญ’ มอบนโยบายกรมเจ้าท่า ยกเครื่องขนส่งทางน้ำทั้งระบบ เน้นสะดวก ปลอดภัย รองรับท่องเที่ยวโตเร่งพัฒนา ‘สมาร์ทเพียร์’ ให้บริการครบ 29 ท่า ภายในปี 2570 ดันแจ้งเกิดท่าเรือครุยส์ ‘ภูเก็ต–สมุย–พัทยา’ นำร่องสมุย ชง ครม.ไฟเขียวภายในปีนี้ ผุด’เทนเดอร์ โบ๊ต‘สงขลาดันท่องเที่ยวโต ชูลดต้นทุนโลจิสติกส์ประเทศ เร่งขุดลอกร่องน้ำรับฤดูน้ำหลาก
1 พ.ค.2569-นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า(จท.) ว่า การเข้ามากำกับดูแลในครั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงการยกระดับระบบคมนาคมทางน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยนโยบายสำคัญ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำให้สอดรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายและปรับปรุงร่องน้ำให้มีศักยภาพรองรับการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยว การพัฒนาท่าเรือรูปแบบใหม่ รวมถึงการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยตั้งเป้าให้ประเทศไทยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับภาพรวมของระบบขนส่งทางน้ำ ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่ต้องเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันทุกโครงการพัฒนาจะต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และชุมชนในพื้นที่ โดยต้องลดผลกระทบให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งวางมาตรการป้องกันล่วงหน้า ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาในภายหลัง นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงพื้นที่ที่มีการตื้นเขิน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก โดยให้วางแผนและเร่งรัดดำเนินการอย่างเป็นระบบ
นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำในกรุงเทพมหานคร ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อยกระดับการสัญจรทางน้ำในเมือง ซึ่งมีแผนพัฒนาทั้งหมด 29 ท่า ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 16 ท่า และยังเหลืออีก 13 ท่าที่อยู่ระหว่าดำเนินการ ซึ่งได้ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จและเปิดให้บริการครบทั้งหมดภายในปี 2570 ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาท่าเรือในภูมิภาค ได้มอบนโยบายให้รักษามาตรฐานการกำกับดูแล การออกใบอนุญาต และการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มีความโปร่งใส ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพท่าเรือเพื่อรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่ศักยภาพอย่างภาคใต้และภาคตะวันออก
นายสรรเพชญ กล่าวว่าต่อว่า ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือรองรับเรือสำราญ (Cruise Terminal) ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ ภูเก็ต สมุย และพัทยา โดยปัจจุบันบางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต ประสบปัญหาความแออัดและข้อจำกัดด้านศักยภาพการรองรับเรือ ซึ่งหากสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมได้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ เบื้องต้นจะน่ำร่องพื้นที่สมุย โดยในส่วนของการลงทุน เป็นรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) คาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาได้ภายในปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายว่าหลังจากศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว จะเริ่มก่อสร้างและเปิดให้บริการได้ภายในปี 2575
นอกจากนี้ ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำรูปแบบใหม่ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โครงการการพัฒนาท่าเรือสำราญแบบจอดทอดสมอ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เบื้องต้นจะขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 จำนวน 25 ล้านบาท ในการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียดโครงการ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อรองรับแผนการขุดลอกร่องน้ำและก่อสร้างท่าเทียบเรือสำหรับเรือท่องเที่ยวขนาดเล็ก (Tender Boat) ซึ่งจะใช้รูปแบบนำเรือขนาดใหญ่จอดนอกชายฝั่ง และลำเลียงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ฝั่ง เพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเมืองเก่าสงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างผลักดันเป็นมรดกโลก โดยโครงการลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ ในด้านงบประมาณ กรมเจ้าท่าได้เสนอของบประมาณปี 2570 ประมาณ 5,200 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสำคัญ อาทิ การขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงโครงการแก้ไขจุดคอขวดด้านการเดินเรือ ยอมรับว่าที่ผ่านมา การพัฒนาและบำรุงรักษาร่องน้ำยังขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องผลักดันให้กรมเจ้าท่ามีบทบาทเป็นหน่วยงานหลักอย่างชัดเจน พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอเพื่อให้การพัฒนาเกิดความต่อเนื่อง
นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคมนาคมทางน้ำ คือการสร้างระบบขนส่งที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ และพร้อมผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.