‘คลัง’ กางยอดลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส 60/40 แล้ว 26 ล้านคน สำเร็จแล้ว 25.4 ล้านคน ผงะ! พบผู้ถือบัตรคนจนเนียนลงทะเบียน 4.66 แสนคน พร้อมกระตุ้นร้านค้าเร่งกดยอมรับเงื่อนไข เตรียมพร้อมเริ่มใช้จ่าย 1 มิ.ย. นี้ ปลอบร้านค้าไม่ต้องกังวลภาษีเหมาจ่าย แนะใช้หลักฐานรายรับ-จ่ายจากแอป ยืนยันกำไรแท้จริง
28 พ.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทะเบียน โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ณ วันที่ 28 พ.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ว่า มีประชาชนมาลงทะเบียนแล้วจำนวน 26 ล้านคน ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 25.4 ล้านคน รอตรวจสอบคุณสมบัติ 1.12 แสนคน และลงทะเบียนไม่สำเร็จ ราว 4.68 แสนคน เนื่องจากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.66 แสนคน และอื่น ๆ เช่น เป็นผู้เสียชีวิต ย้ายไปต่างประเทศ เคยทำผิดเงื่อนไขคนละครึ่ง เป็นต้น ราว 2.5 พันคน และยังมีสิทธิคงเหลืออีกราว 4.44 ล้านสิทธิ จากทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ โดยในวันที่ 29 พ.ค. นี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้าย จนถึงเวลา 22.00 น.
สำหรับร้านค้า พบว่า มีร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ 9.77 แสนราย โดยอยู่ระหว่างร้านค้ากดยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข (T&C) จำนวน 3.79 แสนราย ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้ 5.98 แสนราย ขณะเดียวกันเป็นร้านค้าใหม่ 4.39 หมื่นราย โดยในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบเพื่อเข้าร่วมโครงการ 3.74 พันราย ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 3.98 หมื่นราย ในส่วนนี้อยู่ระหว่างร้านค้ายอมรับ T&C จำนวน 6.15 พันราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้ 3.36 หมื่นราย และมีร้านค้าที่ถูกปฏิเสธการลงทะเบียน 350 ราย รวมเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้ จำนวน 6.31 แสนราย โดยอยากขอประชาพันธ์ให้ร้านค้าเร่งเข้าไปกดยอมรับ T&C เนื่องจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จะเริ่มในวันที่ 1 มิ.ย. 2569
นายวินิจ กล่าวอีกว่า ปัญหาของการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ทั้งในส่วนของประชาชน และร้านค้า พบว่า ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ และ ลบแอปพลิเคชันเป๋าตังออกจากโทรศัพท์ ทำให้ต้องมีการยืนยันตัวตนใหม่ ซึ่งสามารถทำเองผ่านแอปพลิเคชันได้โดยตรง หรือทำผ่านตู้เอทีเอ็มได้ แต่ยอมรับว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี จึงเดินทางไปที่สาขาธนาคารกรุงไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยทำการยืนยันตัวตนให้ ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยก็ได้ให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี
สำหรับผลของเม็ดเงินจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เท่าไร นายวินิจ ระบุว่า ยังต้องรอประเมินจำนวนเงินที่เข้าระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบวิกฤตพลังงานให้กับประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง
“ยอมรับว่า ร้านค้าจำนวนมากยังมีความกังวลเรื่องภาษี โดยเฉพาะกรณีไม่มีหลักฐานต้นทุนสินค้า ทำให้เสี่ยงถูกประเมินภาษีแบบเหมาในอัตราสูงนั้น อยากแนะนำให้ใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันเป็นหลักฐานรายรับรายจ่าย หรือสเตทเมนท์ เพื่อยืนยันกำไรที่แท้จริง ซึ่งหลักฐานนี้เองสามารถนำไปใช้ยื่นกู้กับธนาคาร เช่น ธนาคารออมสิน เพื่อสร้างเครดิตทางการเงินและเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น” โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าว
อย่างไรก็ดี โครงการไทยช่วยไทย พลัส ใช้รูปแบบรัฐร่วมจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% โดยรัฐช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 200 บาท หรือไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน หากในเดือนดังกล่าวใช้ไม่หมด 1,000 บาท วงเงินก็จะถูกตัด และเริ่มต้น 1,000 บาทของเดือนทันที โดยไม่มีการนำมาทบรวม
ส่วนโครงการไทยช่วยไทย พลัส ในส่วนของการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน จะเติมให้อัตโนมัติเพิ่มอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท ให้กับผู้ถือบัตรรายเดิมไปก่อน ส่วนการลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการรอบใหม่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.