ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงขึ้นทุกวัน หลายแบรนด์อาจมุ่งเน้นเพียงการสร้างยอดขายและส่วนแบ่งตลาด แต่สำหรับ ‘ยาดมตราโป๊ยเซียน’ แบรนด์ไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 90 ปี การเติบโตทางธุรกิจเป็นเพียงหนึ่งในเป้าหมายสำคัญเท่านั้น เพราะสิ่งที่องค์กรกำลังวางรากฐานในวันนี้ คือการก้าวสู่ ‘100 ปีแห่งความยั่งยืน’ ที่ผสานความสำเร็จทางธุรกิจเข้ากับการสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล





ธุรกิจเติบโต-กำไรทุบสถิติ





ปัจจุบัน บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาดมตราโป๊ยเซียน สามารถสร้างยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมผลกำไรมากกว่า 500 ล้านบาท และครองตำแหน่งผู้นำตลาดยาดมของประเทศไทยทั้งในด้านยอดขายและกำไร โดยในปี 2567 บริษัทสามารถทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ด้วยยอดขาย 1,139 ล้านบาท และกำไร 539 ล้านบาท แม้ว่าตลาดยาดมจะมีการแข่งขันรุนแรงและมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง





ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญขององค์กร หลังจากมีการปรับโครงสร้างการบริหารตั้งแต่ปี 2566 โดยผู้บริหารชุดใหม่ได้เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งการลงทุนในเครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิต และการจัดการงบประมาณการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง






ยืนยันคงราคาเดิมแม้ต้นทุนพุ่งสองเท่า





นายณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ กรรมการและที่ปรึกษา บริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด กล่าวว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะราคาพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบสองเท่า แต่บริษัทยังคงยืนหยัดตรึงราคาสินค้าไว้เช่นเดิม เพราะมองว่าการขึ้นราคาไม่ควรเป็นทางเลือกแรกในการบริหารธุรกิจ หากองค์กรยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้





ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคในระยะยาว มากกว่าการผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าในทันที ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นและความภักดีต่อแบรนด์ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา





ส่วนในด้านการตลาดนั้น แบรนด์โป๊ยเซียนได้ปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น จากเดิมที่อาศัยความแข็งแกร่งของสินค้าและคุณภาพของสินค้า ปัจจุบันบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับกิจกรรมออนกราวด์เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคโดยตรง ควบคู่กับการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายช่วงวัยมากขึ้น





นายณัฐพงศ์ ระบุว่า กลยุทธ์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดยาดมของไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มีผู้เล่นหลักเพียงประมาณ 10 แบรนด์ก่อนช่วงโควิด-19 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 40 แบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าตลาดยาดมไทยในปัจจุบันคาดว่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท หากรวมเฉพาะผู้เล่นหลักในตลาด









ตลาดต่างประเทศโตแกร่ง-เล็งขยายต่อเนื่อง






นอกจากการรักษาความแข็งแกร่งในประเทศแล้ว บริษัทยังมองว่าตลาดต่างประเทศจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายประมาณ 90% มาจากตลาดในประเทศ และอีก 10% มาจากต่างประเทศ โดยมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในกว่า 20 ประเทศ และมีการกระจายสินค้าในอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดสำคัญ ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่บริษัทเข้าไปทำตลาดมานานกว่า 10 ปี และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค





นอกจากนี้ การขยายตลาดสู่ต่างประเทศไม่ได้อาศัยเพียงชื่อเสียงของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังมาจากการยกระดับมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยโป๊ยเซียนได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP PIC/S ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรระดับสากล สะท้อนถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ





อย่างไรก็ตาม หากมองลึกไปกว่าตัวเลขทางธุรกิจ สิ่งที่ทำให้โป๊ยเซียนแตกต่างจากหลายองค์กร คือการกำหนดเป้าหมายการเติบโตบน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเติบโตทางธุรกิจ การสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ และการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม





นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า ความสำเร็จของธุรกิจไม่ควรวัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนถึงคุณค่าที่องค์กรสามารถส่งมอบกลับคืนสู่สังคมได้ด้วย แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านโครงการเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด Small Big Thing” หรือ “เรื่องเล็กที่สร้างคุณค่าใหญ่” ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน เพราะเชื่อว่าสิ่งดีๆ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป หลายครั้งการเติมเต็มเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันกลับสามารถสร้างประโยชน์และความสุขให้ผู้คนได้อย่างมหาศาล





ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบเก้าอี้ให้โรงพยาบาลใน 20 จังหวัดทั่วประเทศกว่า 5,000 ตัว การสนับสนุนม้านั่งพักผ่อนและร่มกันแดดในโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้มากกว่า 30 แห่ง การจัดกิจกรรมบอร์ดเกมเพื่อการศึกษาในโรงเรียนและเครือข่ายการเรียนรู้กว่า 400 แห่ง รวมถึงการสนับสนุนโครงการส่งเสริมการอ่านในเรือนจำร่วมกับกรมราชทัณฑ์ เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง





แนวทางดังกล่าวสะท้อนภาพของธุรกิจยุคใหม่ที่ไม่ได้มองเพียงการสร้างกำไร แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมควบคู่กันไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนที่กำลังได้รับความสำคัญจากทั่วโลก





การเดินทางสู่ปีที่ 100 ของโป๊ยเซียนจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น แต่คือการสร้างรากฐานให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงด้วยคุณภาพ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะในโลกธุรกิจยุคใหม่ ความยั่งยืนไม่ได้วัดจากอายุของแบรนด์เพียงอย่างเดียว หากแต่วัดจากความสามารถในการสร้างคุณค่าให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง





และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “ยาดมหลอดเล็ก” แบรนด์นี้ ยังคงครองใจผู้บริโภคไทยมาอย่างยาวนานกว่า 90 ปี พร้อมก้าวสู่ศตวรรษใหม่ด้วยความแข็งแกร่งทั้งในมิติของธุรกิจ การตลาด และการเป็นองค์กรที่เติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างแท้จริง

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.