ไล่เรียงข้อเท็จจริงทางหนีไฟ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ใครมีหน้าที่ตรวจร้านอาหารและสถานบริการ ทำไม กทม.-มหาดไทยมองสถานะร้านต่างกัน
เหตุไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่คร่าชีวิตไป 27 ราย ทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า ร้านที่มีคนใช้บริการหลักร้อยต่อคืนแห่งนี้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยมาได้อย่างไร? สรุปข้อเท็จจริงเท่าที่มีการยืนยันแล้ว พร้อมคำถามที่ยังรอคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทางออกที่ร้านระบุ กับสภาพจริงคืนเกิดเหตุก่อนเกิดเหตุ เคยมีลูกค้ารีวิวผ่าน Google Maps ตั้งข้อสังเกตว่าร้านมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ซึ่งทางร้านเข้ามาตอบกลับว่าจริงๆ แล้วมีทางเข้าออกทั้งหมด 4 ทาง แต่ “จะเปิดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน” โดยทีมงานและการ์ดจะเป็นผู้จัดการเปิดให้ ตามรายงานของ The Thaiger ที่ขุดคอมเมนต์ดังกล่าวขึ้นมาเผยแพร่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดไฟไหม้จริงในคืนวันที่ 12 กรกฎาคม รายงานว่า ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่บริเวณทางหนีไฟบางจุด รวมถึงโต๊ะขายลูกอมที่วางกีดขวางเส้นทางอพยพ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการหนีออกจากอาคารในช่วงเกิดเหตุ
ส่วนจุดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือประตูใกล้ห้องน้ำซึ่งเป็นบริเวณที่พบผู้เสียชีวิตมากที่สุด ตามการรายงานของสำนักข่าว TOP News นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองและสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าประตูจุดนี้เปิดได้หรือไม่ ได้รับคำตอบว่าเป็นประตูที่ล็อกด้วยกลอน 2 ตัว ก่อนเจ้าหน้าที่จะแก้ไขว่า “เปิดได้ครับ” ซึ่งนายกฯ ได้ถามกลับทันทีว่าเพิ่งเปิดได้ตอนนี้ แล้วช่วงที่เกิดเหตุจริงประตูอยู่ในสภาพใด ส่วนข้อมูลที่ระบุว่าเป็นประตูไม้ติดป้าย “ห้ามเปิด” ที่แชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดียนั้น ยังไม่มีหน่วยงานราชการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ร้านเคยผ่านการตรวจครั้งล่าสุดเมื่อใด?ในประเด็นนี้ยังไม่มีการเปิดเผยวันที่และผลการตรวจสอบครั้งล่าสุดต่อสาธารณะ สำนักข่าว เดลินิวส์ ระบุเพียงว่าผู้ว่าฯ กทม. กำลังเร่งตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการและระบบทางหนีไฟของร้านย้อนหลัง ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของ กทม. ขณะนี้ ส่วนสภาพจริงในคืนเกิดเหตุต่างจากสภาพวันที่เคยตรวจสอบหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่ต้องรอผลตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการเช่นกัน
ใครมีหน้าที่ตรวจร้านอาหาร VS สถานบริการตามกฎหมายไทย ร้านอาหารทั่วไปที่ขายสุราและมีดนตรีสดอยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงานเขต ผ่านการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ควบคู่กับการตรวจสอบความปลอดภัยอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ซึ่งกำหนดให้อาคารสาธารณะต้องมีการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยและทางหนีไฟเป็นประจำทุกปี
ในขณะที่ สถานบริการ ตามความหมายของพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 เช่น ผับ บาร์ หรือคลับที่เปิดหลังเที่ยงคืน ต้องขอใบอนุญาตแยกต่างหากจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทยและตำรวจ ซึ่งมีมาตรฐานความปลอดภัยและเวลาปิดที่เข้มงวดกว่า
ทำไม กทม. และรัฐบาลมองสถานะร้านนี้ต่างกันจุดที่เป็นปมสำคัญคือ ตามรายงานของ Ryt9 นายกรัฐมนตรีอนุทินระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น ร้านนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารที่สามารถมีดนตรีสดได้ถึงเที่ยงคืนตามกฎหมาย ซึ่งเวลาเกิดเหตุคือประมาณ 23.57 น. จึงยังอยู่ในกรอบเวลาที่ได้รับอนุญาต
ขณะที่ เดลินิวส์ รายงานคำพูดของผู้ว่าฯ กทม. ที่ใช้คำอธิบายว่าเป็น สถานประกอบการคล้ายสถานบริการ (ร้านอาหาร/โรงเบียร์) ซึ่งสะท้อนว่าในทางปฏิบัติร้านอาจดำเนินกิจการคล้ายสถานบันเทิงยามค่ำคืนมากกว่าร้านอาหารทั่วไป แม้จะจดทะเบียนในรูปแบบร้านอาหารก็ตาม ความไม่ตรงกันระหว่างสถานะตามเอกสารกับลักษณะการดำเนินกิจการจริงนี้เอง ที่อาจเป็นช่องว่างทำให้มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรบังคับใช้กับสถานบริการไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
เอกสารที่ต้องขอเพิ่มเพื่อหาคำตอบเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่าร้านผ่านการตรวจสอบมาได้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนจำเป็นต้องขอเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
จนกว่าเอกสารเหล่านี้จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน คำถามที่ว่า ร้านผ่านการตรวจได้อย่างไร จึงยังคงเป็นคำถามที่รอคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข้อมูลอ้างอิง
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.