ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub พร้อมอดีตกรรมการ 2 คน ฐานแจ้งข้อมูลเท็จหลังถูกแฮกปี 2564 ล่าสุดสกลกรย์ สระกวี ออกมายอมรับผิดคนเดียวและลาออกจากตำแหน่ง

ในประกาศกล่าวโทษของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กรณี Bitkub ถูกแฮกเมื่อปี 2564 ไม่มีชื่อ “ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Bitkub อยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวโทษ ผู้ที่ ก.ล.ต. ระบุชื่อมีเพียง 3 ราย คือบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และอดีตกรรมการ 2 คน ได้แก่ สกลกรย์ สระกวี และทวีทรัพย์ ราวรรณ์

ก.ล.ต. กล่าวโทษทั้งสามรายต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ หลัง Bitkub ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล 16 สกุลเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 มูลค่ารวมประมาณ 1,700 ล้านบาท แต่รายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน หรือแบบ ดจ.1 ที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมปีเดียวกัน ไม่ปรากฏความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง


เหตุผลที่ ก.ล.ต. ระบุชื่อสกลกรย์และทวีทรัพย์ เนื่องจากทั้งสองคนเป็นกรรมการที่รับผิดชอบการนำส่งแบบ ดจ.1 ในช่วงเกิดเหตุ จึงถูกกล่าวโทษให้รับผิดร่วมกับบริษัทตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ส่วนการที่ชื่อจิรายุสไม่ปรากฏในประกาศฉบับนี้ หมายความเพียงว่าเขาไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวโทษตามสำนวนที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยของ ก.ล.ต. ว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเอกสารทางการไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องนี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่เกี่ยวข้องคือ สกลกรย์ออกมาเปิดใจผ่านคลิปวิดีโอ ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้เดียวที่เข้าไปแก้ไขแบบรายงาน ดจ.1 โดยกรรมการคนอื่น ผู้บริหาร และพนักงาน ไม่มีส่วนรู้เห็น เขาอ้างว่าตัดสินใจปกปิดข้อมูลเพราะกลัวลูกค้าแห่ถอนสินทรัพย์จนราคาดิ่งลงอย่างหนักในลักษณะ Bank Run พร้อมประกาศลาออกจากตำแหน่งกรรมการทั้งที่ Bitkub Exchange และ Bitkub Capital Group Holdings เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ คำชี้แจงของสกลกรย์เป็นถ้อยแถลงฝ่ายเดียว ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์ในชั้นศาล คดีของ Bitkub และอดีตกรรมการทั้งสองคนยังอยู่ระหว่างขั้นตอนสอบสวนของพนักงานสอบสวน ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือคำพิพากษา ผู้ที่ถูกกล่าวโทษจึงยังมีสถานะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องภายใต้การสอบสวน ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

ด้าน Bitkub ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าการไม่เปิดเผยเหตุการณ์ในเวลานั้นไม่ได้เกิดจากการทุจริต แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรงต่อลูกค้า พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันทรัพย์สินของลูกค้าปลอดภัยและครบถ้วน

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามข่าวนี้ ควรรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจาก บก.ปอศ. และ ก.ล.ต. ก่อนสรุปว่าใครมีความผิดจริง หรือใครไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครบถ้วนพอจะฟันธงได้


  • ก.ล.ต. ยื่นคำร้อง Bitkub ปมปิดข่าวแฮกนาน 5 ปี
  • YouTube ลบโฆษณาคริปโตปลอม แอบอ้างซีอีโอ Bitkub ด้วย AI
  • รายได้ Bitkub ร่วง 48% ท่ามกลางตลาดคริปโตซบเซา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง


  • สำนักงาน ก.ล.ต., THE STANDARD, ไทยรัฐออนไลน์, Thai PBS



ข่าวล่าสุด

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.