ธุรกิจร้านแว่นตาไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นร้านค้าปลีกสู่ธุรกิจสุขภาพและไลฟ์สไตล์ ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้สายตากับหน้าจอดิจิทัลมากขึ้น ขณะที่สังคมผู้สูงอายุและปัญหาสายตาในเด็กเริ่มเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของตลาด ส่งผลให้การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคาอีกต่อไป แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านสุขภาพสายตาและประสบการณ์บริการ





5 ส.ค. 2569 – นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท KT OPTIC จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจ ตลาดแว่นตาเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากเดิมที่ผู้บริโภคมักเข้าร้านเมื่อมีปัญหาสายตา แต่ปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันมากขึ้น แม้ประเทศไทยจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยเฉพาะยุโรปที่ประชาชนตระหนักถึงการปกป้องดวงตาจากรังสี UV มาอย่างต่อเนื่อง





ปัจจุบันคนไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตามากขึ้น แต่ยังมีสัดส่วนไม่มากนัก ขณะที่ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะการใช้สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และการใช้ชีวิตบนหน้าจอ ส่งผลให้ปัญหาสายตาเกิดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก ซึ่งหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความต้องการเลนส์และแว่นตาสำหรับเด็กเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 5% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท





นายชัชวาลย์ กล่าวว่า ตลาดแว่นตาไทยมีมูลค่าประมาณ 15,000-17,000 ล้านบาท และยังเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี โดยมีแรงหนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของผู้มีปัญหาสายตา และการที่แว่นตากลายเป็นสินค้าแฟชั่นควบคู่กับสินค้าเพื่อสุขภาพ






อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้มีปัญหาสายตาจะเพิ่มขึ้น แต่การแข่งขันของตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการลดราคาเหมือนในอดีตอีกต่อไป เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ การรับประกัน และการบริการมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวจากการขายสินค้าไปสู่การมอบประสบการณ์และโซลูชันด้านสุขภาพสายตา





“ผู้ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวจะไม่ใช่ร้านที่ขายแว่นตาได้ถูกที่สุด แต่เป็นร้านที่สร้างความเชื่อมั่นเรื่องการดูแลสายตา ควบคู่กับการมอบประสบการณ์เลือกแว่นที่ตอบโจทย์บุคลิกและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า”





จากแนวโน้มดังกล่าว KT OPTIC จึงปรับโมเดลธุรกิจผ่านการรีโนเวตสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ภายใต้แนวคิด “Vision & Eyewear Destination” หรือ “Vision & Style Lab” ที่รวบรวมเทคโนโลยีตรวจวัดสายตา เครื่องมือตรวจสุขภาพตา AI ทีมผู้เชี่ยวชาญ และแบรนด์แว่นตาไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพและแฟชั่น





บริษัทคาดว่าสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์จะสร้างรายได้เฉลี่ย 2-3 ล้านบาทต่อเดือน และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 5 สาขาที่สร้างรายได้สูงสุดจากทั้งหมดกว่า 140 สาขาทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 850 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 800 ล้านบาทในปีก่อน หรือเติบโตราว 5%





นายชัชวาลย์ กล่าวว่า ความท้าทายในระยะต่อไปไม่ใช่การแข่งขันด้านราคา แต่คือการทำให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความแตกต่างของแบรนด์ ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านสุขภาพสายตา เทคโนโลยี และประสบการณ์การให้บริการ โดยยังยึดแนวคิด “การป้องกันดีกว่าการแก้ไข” เป็นปรัชญาหลักของการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้การดูแลสายตาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดปัญหาแล้ว

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.