ซีเคียวอินโฟ แจ้งเตือนองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ควรเร่งปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันผู้ไม่หวังดีเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีจากการเจาะระบบภายนอก มาเป็นการแฝงตัวในฐานะผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบ เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ ซึ่งยากต่อการตรวจจับด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบเดิม





12 ส.ค. 2569 – นายโชติกา กำลูนเวสารัช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจเทคโนโลยีประยุกต์ด้าน ICT บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความท้าทายขององค์กรในยุคดิจิทัล คือภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ได้มุ่งโจมตีแนวป้องกันด่านแรกอีกต่อไป แต่เลือกใช้วิธีแฝงตัวเป็นผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้อง ก่อนอาศัยช่องโหว่ในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญภายในองค์กรและลักลอบนำข้อมูลออกไป ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบเดิมไม่สามารถตรวจจับได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรจึงจำเป็นต้องปรับแนวคิดจากการป้องกันแบบตั้งรับ (Reactive) ไปสู่การป้องกันเชิงรุก (Proactive) เพื่อป้องกันความเสียหายก่อนเกิดเหตุ





“ซีเคียวอินโฟ” จึงแนะนำ 5 แนวทางสำคัญที่องค์กรควรเร่งดำเนินการ ได้แก่





ปรับใช้แนวคิด Zero Trust Architecture โดยไม่ไว้วางใจการเข้าถึงระบบโดยอัตโนมัติ บังคับใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเท่าที่จำเป็น






ยกระดับการเฝ้าระวังด้วย SOC 24/7 และ Managed Detection & Response (MDR) พร้อมระบบวิเคราะห์ความผิดปกติ (Anomaly Detection) เพื่อเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้ตลอด 24 ชั่วโมง





บริหารความเสี่ยงจากคู่ค้าและผู้ให้บริการภายนอก (Third-Party/Vendor Risk Management) ด้วยการตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยและจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement: DPA)





สร้าง Security Awareness ให้บุคลากร ผ่านการอบรมและทดสอบการโจมตีแบบฟิชชิง (Phishing Simulation) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของผู้ใช้งาน





จัดทำและซ้อมแผนรับมือเหตุการณ์ (Incident Response Plan) ครอบคลุมการระงับเหตุ การกู้คืนระบบ และการแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น PDPA และ สกมช.





เพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยสามารถรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น “ซีเคียวอินโฟ”  ได้พัฒนาแนวทางการให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบครบวงจร โดยครอบคลุมทั้งการเฝ้าระวังภัยคุกคาม การวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัย และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารความเสี่ยงและลดผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ





นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนการวิเคราะห์ภัยคุกคาม การตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ และการประเมินความเสี่ยงของระบบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเฝ้าระวังและช่วยให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น






“การรับมือภัยไซเบอร์ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่ต้องอาศัยการวางนโยบายที่เหมาะสม การบริหารจัดการความเสี่ยง และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรควบคู่กัน เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรในระยะยาว และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง” นายโชติกา กล่าว

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.