“สีหศักดิ์” พอใจ ผลเยือนรัสเซีย ฟื้นประชุม JC ในรอบ 3 ปี เดินหน้าทลายอุปสรรคระบบชำระเงิน ปลุกการค้า ดันมูลค่า ศก. จัดต่อปีหน้าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
วันที่ 16 ส.ค.2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย รวมถึงการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ( Thai - Russian Joint Commission on Bilateral Cooperation – JC) ครั้งที่ 9 ว่าเป็นการขยายผล หลังจากผู้นำ 2 ประเทศพบและหารือกัน และเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างกัน ยังมีช่องทางที่จะเพิ่มพูนได้โดยเฉพาะเรื่องการค้า เพราะหากดูศักยภาพทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศมูลค่าการค้าระหว่างกันยังน้อยไป คือ 1.7 พันล้าน ควรได้มากกว่านั้น
ขณะที่การประชุมJC ที่ว่างเว้นมา 3 ปีนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุย ทั้งเรื่องค้างเก่าและเรื่องใหม่ คือการขายสินค้าทางเกษตรของไทยให้รัสเซีย ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลข 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากไม่มีมาตรการต่างๆที่เป็นอุปสรรค เช่นเดียวกันกับรัสเซียที่ต้องการส่งเนื้อและหมูให้ไทย แต่ยังติดปัญหาเรื่องการตรวจสอบโรงงาน มาครั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ 2 ประเทศได้พูดคุยกันและหวังว่าหลังจากนี้ จะมีการเดินหน้าไปตรวจสอบโรงงานของกันและกัน เพื่อช่วยขจัดอุปสรรค
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวอีกว่า รัสเซียเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ในการส่งออกน้ำมัน แก๊ส และปุ๋ย แต่มีปัญหากรณียูเครนที่ทำให้รัสเซียถูกคว่ำบาตร แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าคำว่าคว่ำบาตร ครอบคลุมถึงเรื่องใดบ้าง มีสินค้าหลายรายการที่ไม่ถูกคว่ำบาตร เช่น อาหาร นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการชำระเงิน ซึ่งมีวิธีการที่หลายประเทศใช้กันอยู่ ฝ่ายรัสเซียได้อธิบายระบบการจ่ายเงิน ซึ่งเราต้องมั่นใจได้ว่าเป็นระบบที่ถูกต้อง และไม่อยากให้เกิดความเสี่ยง จึงต้องมีการพูดคุยกันต่อไป ระหว่างธนาคารกลางแบงก์ชาติทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งน่าจะมีวิธีการชำระเงินตามช่องทางที่ถูกต้อง ซึ่งหากลดอุปสรรคเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้มีการค้าการลงทุนมากขึ้น
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่าก่อนหน้านี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เดินทางมารัสเซียดูระบบรางที่ได้พัฒนาอย่างน่าสนใจ ใช้ในการเดินทางและขนส่งสินค้า ซึ่งมีราคาถูกกว่าระบบของยุโรป เป็นเรื่องที่คงต้องคุยกันต่อไป เพราะการพัฒนาระบบรางมีความจำเป็นในประเทศไทยที่ไม่ได้พัฒนายกระดับมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการให้ไทยเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงในภูมิภาค นอกจากนี้รัสเซียให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งตนเคยพูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีแผนการเดินทางมาเยือนรัสเซีย เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล
นายสีหศักดิ์ ระบุด้วยว่า ยังได้เดินหน้าผลักดันการเริ่มต้นเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย - สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Thai - EAEU FTA) ที่จะเชื่อมโยงจำนวนประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคน และมี GDP 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วงนี้จะต้องเร่งทำข้อตกลงทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นทวิภาคีหรือระดับภูมิภาค เพราะขณะนี้ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศภายใต้ WTO ก็มีปัญหา สหรัฐฯก็เพิ่มมาตรการด้านภาษี มีมาตรการกีดกันทางการค้า เราก็ต้องหาช่องทางในการรักษาการค้าเสรี การลงทุนที่เสรี การเงินที่เสรี ตอนนี้เรากำลังเจรจาการค้าเสรีกับ EU ที่หวังว่าจะเสร็จในปีนี้
ส่วนการหารือกับ นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย นั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ได้เห็นความสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์กับไทย เขาขอให้เราเร่งเรื่องความตกลงที่ยังค้างอยู่ เช่น ความตกลงคุ้มครองส่งเสริมการลงทุน ความตกลงเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และความตกลงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงสถานการณ์ภูมิภาคที่ขณะนี้เป็นห่วงเรื่องความผันแปรต่างๆ ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียอยากให้อาเซียนแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์ และอยากเห็นภูมิภาคอินโดแปซิฟิก คงไว้ซึ่งสันติภาพ คงไว้ซึ่งพลวัตทางเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาอาเซียนก็เป็นเสาหลักของสันติภาพ ความมั่นคง รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียจึงอยากเห็นอาเซียนแสดงบทบาทนี้ต่อไป
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่าได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ถึงสถานการณ์ในเมียนมา เพราะก่อนหน้านี้นายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาได้เดินทางเยือนไทย ซึ่งไทยก็ได้ให้ความสำคัญเรื่องทวิภาคี และปัญหาชายแดน ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ยาเสพติด มลพิษ การค้าชายแดนที่ต้องพูดคุยกันโดยตรง และในฐานะเพื่อนบ้านต้องมองสถานการณ์ด้วยความเป็นจริง ส่วนสถานการณ์ภายในเมียนมาเราก็ไม่ทอดทิ้ง เมื่อมีเลือกตั้งไปแล้วอาจมีหลายฝ่ายที่กังวล แต่ประเทศไทยมองไปข้างหน้า คือขอให้เดินหน้าต่อไป ในการแก้ปัญหาภายใน มีกระบวนการสันติภาพ กระบวนการพูดคุยต่างๆ ชนกลุ่มน้อย กลุ่มที่เรียกร้องประชาธิปไตย ขณะเดียวกันนายมิน ออง ไลง์กำลังจะเดินทางมาเยือนรัสเซีย ไทยจึงได้ขอให้รัสเซียสนับสนุนแนวทางที่ขอให้รัฐบาลเมียนมาเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ พูดคุยปรองดองภายในประเทศ
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันรัสเซียมีความสนใจในการที่จะไปลงทุนในโครงการใหญ่ๆ เช่น ท่าเรือทวาย ซึ่งโครงการนี้จะเป็นไปได้ต้องมีไทยมีส่วนร่วมด้วย เพราะจะเป็นอีกช่องทางในการส่งออกนำเข้าสินค้าไทย เพราะที่เดิมมีความแออัด อีกทั้งการขนส่งต้องผ่านช่องแคบมะละกา แต่ทุกคนก็ห่วงหากเกิดสถานการณ์ขัดแย้ง การปิดช่องแคบจะมีผลกระทบ ดังนั้นหากเรามีส่วนร่วมในการพัฒนาท่าเรือได้ ท่าเรือทวายไม่ได้ไกลจากท่าเรือแหลมฉบัง ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร สามารถเชื่อมโยงถนน รถไฟได้ คิดว่าเอกชนไทยก็น่าจะมีความสนใจในโครงการนี้
นายสีหศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ภาคเอกชนมีความตื่นตัว ศึกษาเรียนรู้ทางการค้าการลงทุน มาพบปะสร้างความคุ้นเคยระหว่างกัน ไทย-รัสเซีย ดูลู่ทางทำธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งภาครัฐพยายามสร้างพลวัตทางการเมือง สร้างบรรยากาศแห่งความสัมพันธ์ ที่จะเอื้ออำนวยการทำธุรกิจ แต่ในที่สุดการขับเคลื่อนคือเอกชน การเยือนบรรลุผลที่เราตั้งใจไว้ และที่เห็นตรงกับรัสเซียคือการประชุมเจซีที่ปล่อยว่างไว้มา 3 ปี ในปีหน้าต้องมีการประชุมอีก โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งรัสเซียยินดีที่จะเดินทางไปประชุมที่ประเทศไทย
ส่วนการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS (BRICS Summit) ประจำปี 2026 ที่อินเดียจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับไทยในเวทีนี้หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แต่ละเวทีต้องดูว่า มีความสำคัญอย่างไร เราไปร่วม จะมีบทบาทอย่างไร จะนำเสนอแนวทางอย่างไร มีแนวคิดอย่างไร ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประชุม เราอยากมีเสียงมีส่วนในการกำหนดกติกา ของระเบียบโลก ที่จะทำอย่างไรให้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สะท้อนเสียงของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา มีระเบียบโลกที่มีความเป็นธรรมมากขึ้น และอีกส่วนหนึ่งการประชุม BRICS มีหลายประเทศเข้าร่วมจึงเป็นโอกาสที่เราจะได้พบปะพูดคุย เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยส่วนหนึ่งของการทูตเศรษฐกิจของไทย คือการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศแอฟริกา ที่หลายประเทศมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เราอยากสร้างความเชื่อมโยงการค้าการลงทุน กับประเทศพวกนี้มากขึ้น และสร้างความเชื่อมโยงกับอีกหลายประเทศที่ไม่ค่อยได้เจอ
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.