‘คลัง’ เตรียมถกสมาคมค้าทองคำ แลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรการเก็บภาษีซื้อขายทองออนไลน์ พร้อมยันไม่ได้เก็บภาษีในอัตราสูง เพื่อหวังรายได้ แต่เป็นการติดตามธุรกรรมปิดช่องโหว่มิจฉาชีพ-ฟอกเงิน-ทุนเทา





24 ส.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นตัวแทนหารือกับสมาคมค้าทองคำภายในสัปดาห์นี้ หลังจากสมาคมค้าทองคำได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปแล้ว เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับมาตรการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง (Non-physical delivery) เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษา โดยต้องพิจารณาทั้งแนวทางการติดตามธุรกรรม (Transaction) และความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการภาษี เพื่อให้ภาครัฐสามารถรับรู้และติดตามธุรกรรมซื้อขายทองคำได้ชัดเจนขึ้น





โดยขอบเขตการศึกษาและพิจารณาเบื้องต้นจะครอบคลุมทั้งการซื้อขายทองคำในตลาด และการนำเข้าทองคำที่ไม่ได้ถูกนำไปแปรรูปเป็นทองรูปพรรณ แต่ถูกนำมาใช้เพื่อการซื้อขายหรือเก็งกำไร ซึ่งยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับอัตราหรือรูปแบบการจัดเก็บ จึงต้องหารือกับสมาคมค้าทองคำและภาคธุรกิจ เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมต่อไป





ทั้งนี้ ย้ำว่าเป้าหมายของการพิจารณามาตรการดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่การหารายได้จากภาษี หรือการจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูง แต่ต้องการให้ภาครัฐสามารถเห็นและติดตาม Transaction จากกิจกรรมดังกล่าวได้ เพื่อป้องกันการใช้ธุรกรรมทองคำเป็นช่องทางของทุนเทาและช่วยปราบปรามการฟอกเงิน






“วันนี้ไม่มีใครรู้ข้อมูลเท่าไหร่ ว่า ทองคำใครซื้อ ใครขายอย่างไร จึงจำเป็นต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ภาครัฐสามารถเห็นธุรกรรมเหล่านี้ได้ชัดเจนขึ้น โดยหากมีการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะจัดเก็บในอัตราที่สูง แต่เป็นการออกแบบระบบเพื่อให้สามารถติดตามธุรกรรมได้ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล เราไม่ได้ตั้งใจจะเก็บเยอะ แต่ตั้งใจที่จะเก็บให้รู้ Transaction ซึ่งก็เป็นมาตรฐานสากลเท่านั้น” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าว





นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เนื่องจากคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับ Data Bureau และการติดตามพฤติกรรมทางธุรกรรม พบว่ามีความพยายามใช้ช่องทางการซื้อขายทองคำเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มมิจฉาชีพหรือทุนเทา จึงต้องพิจารณาว่ามีช่องโหว่ในจุดใดและจะปิดช่องทางดังกล่าวได้อย่างไร





สำหรับการดำเนินการนั้นกระทรวงการคลัง และ ธปท. ให้ความสำคัญกับการติดตาม Transaction โดยไม่ได้มองเฉพาะประเด็นการจัดเก็บรายได้ แต่ต้องการให้ภาครัฐมีข้อมูลธุรกรรมที่ชัดเจนขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามทุนเทา ดังนั้นการดำเนินการต้องคำนึงถึงความสมดุล เพื่อไม่ให้มาตรการกระทบต่อธุรกิจทองคำมากเกินไป หรือทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำ โดยเป้าหมายสำคัญคือการปิดช่องโหว่ที่อาจเปิดโอกาสให้ทุนเทาเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในการสะสมหรือเคลื่อนย้ายเงิน





อย่างไรก็ดี การกำกับธุรกรรมจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดทองคำ แต่รัฐบาลจะพิจารณาสินทรัพย์และช่องทางอื่นที่มีความเสี่ยงด้วย โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญกับการติดตามธุรกรรมเช่นกัน โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ธปท. มีการทำงานร่วมกันในเรื่องการติดตาม Transaction เพื่อปิดช่องทางที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางของทุนเทาเช่นเดียวกัน





โดยก่อนหน้านี้นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ระบุว่า สมาคมค้าทองคำมีกำหนดเข้าพบ นายเอกนิติ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ อาทิ การคัดค้านการเก็บภาษีทองคำ โดยทางสมาคมฯ ต้องการชี้แจงว่าไม่ควรมีการเก็บภาษีทองคำ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม รวมไปถึงการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาทของทองคำต่อเศรษฐกิจ โดยสมาคมฯ ต้องการให้ภาครัฐเห็นความสำคัญว่าทองคำเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างกระแสเงินหมุนเวียน (Flow) และเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่าเงินบาทของประเทศ

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.