ทางการจีนระบุว่า ความเสี่ยงที่คันดินกั้นทะเลสาบซึ่งก่อตัวขึ้นหลังธารน้ำแข็งถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต จะแตกจนทำให้เกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อนนั้น ลดลงแล้ว หลังน้ำค่อยๆ ไหลออกอย่างต่อเนื่อง
สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของรัฐบาลจีน รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 อ้างข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรน้ำว่า สัญญาณอันตรายจากทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นจากการถล่มของธารน้ำแข็งใกล้ชายแดนจีน-เนปาล ซึ่งเป็นจุดที่เผชิญภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงเมื่อต้นสัปดาห์นั้น “เริ่มลดลงแล้ว” เนื่องจากขนาดของทะเลสาบดูเหมือนจะหดเล็กลง
ภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่ช่วงวันพฤหัสบดีถึงเช้าวันเสาร์ชี้ให้เห็นว่า มวลน้ำในทะเลสาบดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่คร่อมชายแดนระหว่างเขตทิเบตของจีนกับเนปาล ตรงจุดตัดของแม่น้ำสองสาย ค่อยๆ ไหลผ่านออกไปอย่างช้าๆ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในทะเลสาบนี้ลดลงเรื่อยๆ
กระทรวงทรัพยากรน้ำระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณพื้นผิวของทะเลสาบบริเวณแม่น้ำ “ปูเรปู ซางโป” (Purepu Tsangpo) แสดงให้เห็นว่าในช่วงเช้าวันเสาร์ ทะเลสาบมีขนาดพื้นที่ราว 99,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลประมาณ 14 สนามต่อกัน ซึ่งลดลงไปถึง 21,000 ตารางเมตรเมื่อเทียบกับภาพถ่ายเมื่อวันพฤหัสบดี
ทั้งนี้ เหตุธารน้ำแข็งถล่มเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้ปลดปล่อยมวลโคลน หิน น้ำแข็ง และซากปรักหักพังมหาศาลไหลทะลักผ่านระบบแม่น้ำบนเทือกเขาหิมาลัย พัดทำลายด่านชายแดนที่เชื่อมระหว่างทิเบตและเนปาลจนพังพินาศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 682 ศพ และสูญหายอีกเกือบ 3,000 คน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ต่างออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่สูงอย่างยิ่งที่จะเกิดภัยพิบัติซ้ำสองในบริเวณหุบเขาดังกล่าว เฉพาะภัยจากทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นจากซากธารน้ำแข็ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อปฏิบัติการกู้ภัยในพื้นที่ตอนล่าง
ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงทรัพยากรน้ำระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ตอนล่างจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย หากปริมาณน้ำที่ไหลออกยังคงอยู่ในระดับต่ำหรือจัดการได้ และลดระดับลงจนหมดภายใน 2-3 วัน
บริษัทวิศวกรรมและการกู้ภัยแห่งรัฐ China Anneng ซึ่งคอยเฝ้าระวังทะเลสาบมาตั้งแต่วันพฤหัสบดี ได้ติดตั้งเรดาร์และส่งโดรนเข้าตรวจการณ์รอบทะเลสาบตลอด 24 ชั่วโมง และหากมีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นที่ทะเลสาบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพทันที โดยจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้ามากกว่า 30 นาที
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้แจ้งเตือนถึงแหล่งน้ำอีกแห่งที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งอยู่บริเวณโคนของธารน้ำแข็งที่ถล่มลงมา
“เราประเมินว่าพื้นที่ของมันน่าจะมากกว่า 120,000 ตารางเมตร แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบระดับความลึกที่แน่ชัด” นาย เฉิน หงฉี วิศวกรอาวุโสจากศูนย์แนะแนวเทคนิคภัยพิบัติทางธรณีวิทยา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า ความเสี่ยงจากอุทกภัยจะยังคงมีอยู่จนกว่าน้ำในทะเลสาบทั้งสองแห่งจะระบายออกจนหมด
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.