‘คลัง’ เผยอยู่ระหว่างหาแนวทางกำกับดูแลการค้าทองคำทั้งระบบ ย้ำการดำเนินการต้องโปร่งใส ไม่กระทบธุรกิจ
30 ส.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหาแนวทางกำกับดูแลการค้าทองคำทั้งระบบ โดยรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้การค้าทองมีความโปร่งใสมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องไม่สร้างภาระจนกระทบการดำเนินธุรกิจตามปกติ โดยประเด็นสำคัญที่รัฐต้องการแก้ คือ การป้องกันไม่ให้กลุ่มสแกมเมอร์ หรือทุนเทาใช้ธุรกิจทองคำเป็นช่องทางหมุนเงินหรือฟอกเงินที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้
“ปัญหาของตลาดทองคำที่ต้องเร่งแก้มีอยู่ 2 มิติ มิติหนึ่งคือ ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจทองคำโดยตรง และสองคือ ภาครัฐยังขาดเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมได้อย่างครบถ้วน ทำให้การติดตามเส้นทางเงินและการเชื่อมโยงธุรกรรมจากต้นทางไปถึงปลายทางทำได้ไม่เต็มที่ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือ ความมั่นใจว่าที่มาที่ไปการเทรดเงินมาจากไหน เงินเข้าออกกันยังไง แล้วหลุดไปถึงทองมั้ย ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเพื่อดูทั้งระบบอยู่” นายวินิจ กล่าว
นายวินิจ กล่าวอีกว่า แนวทางของกระทรวงการคลังคือ การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายระบบ หรือ “Connect the Dots” เพื่อให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวของเงินได้ครบขึ้น โดยที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหลักเกณฑ์บางส่วนตามแนวทางที่ภาครัฐกำหนดแล้ว ขณะที่ สศค.กำลังลงรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมมากขึ้น
ทั้งนี้ สิ่งที่อยู่ระหว่างพิจารณาไม่ได้มองเฉพาะธุรกรรมการซื้อขายทองคำ แต่จะดูตั้งแต่ที่มาของเงิน การไหลเข้าออกของเงิน ไปจนถึงการส่งมอบทองคำ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทองคำแท่งและการนำเข้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นมีเงินและทองอยู่จริงหรือไม่ และเงินที่ใช้ซื้อขายมาจากแหล่งใด
สำหรับการกำกับดูแลทองคำมีความแตกต่างจากกรอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มีเครื่องมือในการติดตามธุรกรรมเงินสดและธุรกรรมตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ขณะที่สิ่งที่กระทรวงการคลังต้องการเพิ่มเติมคือ ข้อมูลที่จะช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงของ “เงินกับทอง” ได้ละเอียดขึ้น
นายวินิจ กล่าวว่า การกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์และหน้าร้านนั้น ในทางปฏิบัติไม่สามารถแยกออกจากกันได้ง่าย เพราะธุรกรรมอาจเชื่อมโยงกันทั้งระบบ จึงต้องหารือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนกำหนดแนวทางที่เหมาะสม โดยหลักการสำคัญคือ ต้องกำกับให้ได้ข้อมูลที่จำเป็น แต่ต้องรักษาสมดุลไม่ให้กระทบธุรกิจทองคำ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญและได้รับความนิยมในประเทศไทย
ขณะที่ประเด็นภาษีทองคำ เป้าหมายหลักไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐหรือเก็บเงินจากประชาชน โดยภาษีเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่อาจใช้เพื่อให้ภาครัฐเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมและนำมาใช้ในการกำกับดูแลการค้าทองคำให้โปร่งใสและตรวจสอบเส้นทางเงินได้มากขึ้น
“ไม่อยากให้สังคมกังวลเรื่องภาษี เพราะอาจเข้าใจว่ารัฐต้องการหารายได้ ทั้งที่ความจริงเป็นคนละประเด็น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปสุดท้ายเรื่องการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะกับการซื้อขายทองคำ โดยอยู่ระหว่างการหาแนวทางกำกับดูแลการค้าทองคำทั้งระบบ ภาษีเป็นแค่หนึ่งในเครื่องมือ แต่ภาษีทำให้เรารู้ข้อมูลธุรกรรม ซึ่งมันมีอีกหลายเครื่องมือ เพราะฉะนั้นในภาพใหญ่การกำกับดูแลสำคัญกว่า” ผู้อำนวยการ สศค. ระบุ
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ สศค.อยู่ระหว่างจัดทำแนวทางและรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องการให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้น ก่อนกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยยังต้องพิจารณาให้รอบด้านว่าการกำกับรูปแบบใดจะช่วยปิดช่องโหว่ได้จริง โดยไม่ทำให้ธุรกิจทองคำได้รับผลกระทบเกินความจำเป็น
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.