เท้ง ณัฐพงษ์ ชี้งานข่าวกรองล้มเหลว เพราะขาด “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” แนะเปลี่ยนกลยุทธ์ปัญหาภาคใต้ หลัง 22 ปี ทุ่มงบไป 5 แสนล้าน
เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า “22 ปี 5 แสนล้าน: เราจะแก้ปัญหาชายแดนใต้ด้วยยุทธศาสตร์เดิมๆ จริงหรือ?
ยุทธศาสตร์การดับไฟใต้ของประเทศไทย ตลอด 22 ปีที่ผ่านมาเราทุ่มเทงบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท เรามีอำนาจกฎหมายพิเศษเต็มมือ ทั้ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่คำถามสำคัญคือ เหตุใดตัวเลขความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ถึงกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง สวนทางกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ?
วันนี้ (3 ก.ย.) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เสนอญัตติด่วนขอให้สภาฯ ร่วมกันทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่า ลำพังมาตรการทางการทหารอย่างเดียวไม่อาจสร้างสันติสุขได้ สิ่งที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีต้องแสดงออกมาในเวลานี้ คือ “ความกล้าหาญ และเจตจำนงทางการเมือง”
[ เหตุรุนแรงพุ่ง สวนทางเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ]
นับตั้งแต่ปี 2556 ที่เริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ตัวเลขความรุนแรงในพื้นที่เคยลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัวเลขกลับมาหักหัวขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะสถานการณ์ความรุนแรงล่าสุด
> 22 กรกฎาคม 2569: เหตุโจมตีด่านตรวจที่ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย > 22-23 สิงหาคม 2569: เพียงข้ามคืนเดียว มีการก่อเหตุความไม่สงบรวมกันถึง 75 ครั้ง ทำลายเป้าหมายราชการและพลเรือน ประชาชนบาดเจ็บ 11 คน
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทั้งที่ยุทธศาสตร์ชาติตั้งเป้าไว้ว่า ในปีงบประมาณ 2570 ตัวเลขความขัดแย้งในพื้นที่ต้องลดลงเหลือ “ศูนย์” คำถามคือ หากเรายังคงแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ เราจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไร?
[ งานข่าวกรองล้มเหลว เพราะขาด “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ]
แม่ทัพภาคที่ 4 เคยออกมาเปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงมีข้อมูลการข่าวล่วงหน้าถึง 2 เดือนเต็ม แต่กลับไม่สามารถป้องปรามเหตุได้ คำถามคือ เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นในระบบงานข่าวของรัฐ?
งานข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากรัฐขาด “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” จากประชาชนในพื้นที่ ตราบใดที่ประชาชนยังถูกมองด้วยสายตาระแวง เยาวชนบริสุทธิ์ถูกเรียกตรวจกักตัวครั้งแล้วครั้งเล่า หรือตราบใดที่พี่น้องต่างศาสนายังมีความหวาดระแวงต่อกัน รัฐไม่มีทางได้ข้อมูลข่าวกรองที่แม่นยำเพื่อป้องกันเหตุร้ายได้เลย
ศูนย์รวมของปัญหาจึงไม่ได้เกิดจากการที่รัฐขาดงบประมาณ ขาดบุคลากร หรือขาดอำนาจกฎหมาย แต่เกิดจากการใช้ยุทธศาสตร์ที่มองพื้นที่ชายแดนใต้ด้วยสายตาของความมั่นคง มองว่าเป็นเพียงพื้นที่ที่ต้องเข้ามา “จัดการ” (ด้วยการเพิ่มด่าน หรือเพิ่มอำนาจพิเศษ) ทั้งที่ในความเป็นจริง รัฐบาลต้องมองด้วยสายตาของประชาชน และมุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
[ 2 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ]
พรรคประชาชนขอฝากคำถามและข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อยืนยันความชัดเจนต่อประชาชนคนไทยทั่วประเทศ:
1) ยืนยันกระบวนการพูดคุยสันติภาพ: รัฐบาลต้องแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนว่า การพูดคุยทางการเมืองเพื่อหาทางออกในระยะยาว เป็นสิ่งจำเป็นและต้องเดินหน้าต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับมาตรการทางกฎหมายปกติ
2) สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นยุทธศาสตร์นำ: ปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานความมั่นคง หยุดการใช้อำนาจพิเศษเกินขอบเขตที่บ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน และเร่งสร้างความสมานฉันท์ ลดความหวาดระแวงระหว่างพี่น้องพุทธ-มุสลิมในพื้นที่
เพราะสำหรับพี่น้องชาวใต้ ไม่ว่าจะเชื้อชาติหรือศาสนาใด ชายแดนใต้คือบ้าน คือที่ทำงาน คือวิถีชีวิต ทุกคนเรียกร้องสิ่งเดียวกันคือชีวิตที่สงบสุข ปลอดภัย
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องใช้ความกล้าหาญทางการเมือง ปรับเข็มทิศการแก้ปัญหาชายแดนใต้ให้ถูกทาง เพื่อนำพาพื้นที่แห่งนี้ไปสู่สันติภาพอย่างแท้จริง”
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.