เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ไปทานข้าวกับผู้ใหญ่ที่ผมเคารพท่านหนึ่ง ในวงสนทนาวันนั้น ท่านเล่าให้พวกเราฟังว่าพี่ชายของท่านได้เสียชีวิตไปเมื่อไม่นาน ด้วยโรคมะเร็งในท่อน้ำดีของตับ ท่านบอกต่อว่าพี่ชายท่านไม่ได้เป็นนักสุรานิยมเลย จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะดื่มสุรามากไปหรือเปล่า? ผมจึงกล่าวเสริมไปว่า เท่าที่ผมได้อ่านพบในบทวิจัยหลาย ๆ บท ทำให้ทราบว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากเป็นนักดื่มเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในท่อน้ำดีของตับได้เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำหรับคนรุ่นเก่าอย่างพวกเรา ที่สมัยเด็ก ๆ ชอบนอนกับดินกินกับทราย อีกทั้งไม่เข้าใจเรื่องสุขอนามัยมากนัก เพราะเป็นเด็กบ้านนอกคอกนา จึงไม่ได้สนใจเรื่องความสะอาดหรือการล้างมือให้สะอาดก่อนจะจกกระติบข้าว จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สูงทีเดียวครับ
พวกเราหลายคนคงเคยได้ยินคำเตือน เรื่อง “อย่ากินปลาดิบ” กันมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่เชื่อไหมว่าในชีวิตจริง ภาพของจานก้อยปลาสด ๆ สีแดงสดชวนน้ำลายสอ ลาบปลาน้ำจืดเนื้อหวานฉ่ำ หรือส้มตำปลาร้าหอม ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการต้มสุก กลับยังคงเป็นเมนูโปรดบนโต๊ะอาหารของใครหลายคนอย่างไม่เสื่อมคลาย เหตุผลสั้น ๆ ที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย ๆ ก็คือ “กินมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ไม่เห็นจะเป็นอะไร” หรือ “บีบมะนาว ใส่พริก หรือราดเหล้าขาวลงไป เดี๋ยวพยาธิมันก็ตายเอง” ความเชื่อเหล่านี้ในอีสานบ้านผม จึงถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นความคุ้นเคยที่บังตา ทำให้เรามองข้ามภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในเนื้อปลาชิ้นเล็ก ๆ นั้นไปโดยสิ้นเชิง
ความจริงที่น่าตกใจก็คือ ตัวการร้ายอย่าง “พยาธิใบไม้ในตับ” (Opisthorchis viverrini) ไม่ใช่สิ่งที่จะถูกทำลายได้ง่าย ๆ เพียงแค่กรดของมะนาวหรือความเผ็ดของพริก หรือปริมาณแอลกอฮอล์ของเหล้าขาว เพราะตัวอ่อนของมัน มีขนาดเล็กมากจนตาเปล่ามองไม่เห็น และมันซ่อนตัวได้อย่างมิดชิด อยู่ในเนื้อของปลาน้ำจืดเกล็ดขาวขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นปลาตะเพียน ปลาแปบ ปลาสร้อย หรือปลากระสูบ เมื่อเราตักอาหารดิบเหล่านั้นเข้าปาก ตัวอ่อนพยาธิจะเดินทางผ่านกระเพาะอาหาร ลงไปสู่ลำไส้เล็ก แล้วค่อย ๆ คืบคลานไต่ย้อนศรขึ้นไปตามทางเดินน้ำดี จนกระทั่งเข้าไปตั้งรกรากอยู่อย่างสุขสบายภายใน “ท่อน้ำดีของตับ” ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังใหม่ของมันไปตลอดกาลเลยละครับ
ความน่ากลัวของพยาธิชนิดนี้ ไม่ได้อยู่ที่การทำให้เราท้องร่วง ท้องเสีย หรือปวดท้องทรมานในทันทีที่กินเข้าไป ตรงกันข้ามเลยครับ ในช่วงแรก ๆ ที่พยาธิเข้าไปอาศัยอยู่ในร่างกาย เราจะแทบไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลย ร่างกายยังคงแข็งแรงดี ทำงานได้เป็นปกติ กินอิ่มนอนหลับเหมือนคนทั่วไป แต่ภายใต้ความเงียบสงบนั้น เจ้าพยาธิใบไม้ในตับ กลับกำลังค่อย ๆ ชอนไช ใช้ปากยึดเกาะ และปล่อยสารเคมีออกมากัดกร่อนผนังท่อน้ำดีทีละนิด ๆ วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ร่างกายของเราก็พยายามซ่อมแซมตัวเอง ด้วยการสร้างเนื้อเยื่อและพังผืดขึ้นมาทดแทน เกิดเป็นภาวะ “ตับอักเสบเรื้อรัง” ที่ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
หากเราลองจินตนาการดูว่า ถ้าเด็กคนหนึ่งเริ่มทานก้อยปลาหรืออาหารดิบ ๆ สุก ๆ ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ พยาธิก็อาจจะเข้าไปฝังตัว และเริ่มกระบวนการทำลายตับตั้งแต่ตอนนั้น วงจรการอักเสบและซ่อมแซมตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะดำเนินต่อเนื่องไปยาวนานนับสิบ ๆ ปี จนกระทั่งเด็กคนนั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในวัย 50 หรือ 60 ปี เซลล์บริเวณท่อน้ำดีที่ถูกกระตุ้นตลอดเวลา จนทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังมาอย่างยาวนาน ก็อาจจะเกิดความผิดปกติในระดับพันธุกรรม และกลายพันธุ์กลายเป็นเซลล์มะเร็งร้าย ที่ชื่อว่า “มะเร็งท่อน้ำดี” ในที่สุด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมโรคนี้ถึงถูกเรียกว่าเป็น “มัจจุราชเงียบ” เพราะกว่าที่มันจะแสดงอาการเตือนออกมา เช่น แน่นท้อง อึดอัด ตัวเหลือง ตาเหลือง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ก้อนมะเร็งก็มักจะเจริญเติบโตจนลุกลามไปมากแล้ว ทำให้โอกาสในการรักษาให้หายขาด กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่งครับ
นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิดร้ายแรงอีกประการหนึ่ง ที่หลายคนยังคงเชื่อกันอยู่ นั่นคือความคิดที่ว่า “ไม่เป็นไร หรอก กินปลาดิบไปก่อน แล้วค่อยไปซื้อยาถ่ายพยาธิมากินล้างท้องทีหลัง” หรือบางคนถึงขั้นซื้อยาฆ่าพยาธิมาทานดักไว้ล่วงหน้า เพราะคิดว่าจะช่วยป้องกันโรคได้ แต่ในความเป็นจริงทางแพทย์ ยาฆ่าพยาธิมีหน้าที่เพียงแค่วิ่งเข้าไปฆ่าตัวพยาธิที่มีอยู่ในร่างกาย ณ ตอนนั้นให้ตายลงเท่านั้น ยาไม่ได้มีคุณสมบัติในการสร้างภูมิคุ้มกัน และไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อใหม่เลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่เราทานยาฆ่าพยาธิ ตัวพยาธิที่ตายลงและสลายตัวอยู่ในท่อน้ำดี จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบอย่างรุนแรงในตับ การที่เรากินปลาดิบ สลับกับการกินยาฆ่าพยาธิวนเวียนไปเรื่อย ๆ จึงเปรียบเสมือนการเติมน้ำมันลงบนกองไฟ ที่ยิ่งเร่งให้เกิดพังผืดและการกลายพันธุ์กลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีเร็วขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ข่าวสารเกี่ยวกับการตรวจพบเชื้อพยาธิ ในกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษาจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ ที่ตบหน้าสังคมให้เราต้องหันกลับมามองความจริงที่ว่า โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นเก่าเท่านั้น ตราบใดที่วัฒนธรรมการกินอาหารดิบ ยังคงถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ความเสี่ยงนี้ก็ยังคงแฝงตัวอยู่รอบตัวเราและคนในครอบครัวอยู่เสมอ ความเสี่ยงนี้ไม่เคยเลือกอายุ เพศ หรือระดับการศึกษา แต่มันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมบนโต๊ะอาหารของเราเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
โรคร้ายที่ดูน่ากลัวนี้ จริง ๆ แล้วเป็นโรคที่เราสามารถป้องกันได้ง่ายที่สุดโรคหนึ่ง หากเราเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน หัวใจสำคัญไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการยึดหลัก “สุกด้วยความร้อนเท่านั้น” ปลาน้ำจืดทุกชนิด จึงควรผ่านการต้ม นึ่ง ผัด หรือทอด ด้วยความร้อนสูงกว่า 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานเกิน 5 นาทีขึ้นไป เพื่อให้แน่ใจว่าความร้อนได้ส่งผ่านเข้าไปทำลายตัวอ่อนพยาธิ ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อปลาจนสุกสนิท สำหรับเมนูอาหารหมักแบบดั้งเดิม อย่างปลาร้า ปลาส้ม หรือปลาเจ่า หากไม่แน่ใจว่าผ่านระยะเวลาการหมักที่นานพอ จนพยาธิตายแล้วหรือไม่ การนำไปปรุงให้สุกด้วยความร้อนก่อนนำมารับประทาน ก็เป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด
นอกจากเรื่องการกินแล้ว การปรับสุขอนามัยในครัวเรือน และการประกอบอาหารก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การแยกเขียงและมีดสำหรับหั่นของสด ออกจากอุปกรณ์ที่ใช้กับอาหารพร้อมทาน การล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังจากจับต้องปลาน้ำจืดสด รวมถึงการขับถ่ายลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้ไข่พยาธิที่อาจอยู่ในอุจจาระ แพร่กระจายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก็นับเป็นข้อปฏิบัติสำคัญที่ช่วยตัดวงจร การแพร่ระบาดของพยาธิชนิดนี้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะหากไม่มีไข่พยาธิลงน้ำ หอยและปลาก็จะไม่ติดเชื้อ และมนุษย์เราก็จะไม่ได้รับพยาธิ เข้าสู่ร่างกายเป็นการหยุดภัยร้ายนี้ได้อย่างยั่งยืนครับ
ความอร่อยเพียงชั่วครู่ชั่วคราวบนลิ้น อาจไม่คุ้มค่าเลยกับสุขภาพตับ ที่คุณต้องเสียไปในอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า การหันมาระมัดระวังเรื่องการกิน ปรุงอาหารให้สุกสะอาดอยู่เสมอ และหมั่นตรวจเช็กสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่จะเป็นการดูแลตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างค่านิยมใหม่ที่ปลอดภัย เพื่อส่งต่อสุขภาพที่ดี และชีวิตที่ยาวนานให้กับคนรุ่นหลังต่อไปอีกด้วย เพราะสุดท้ายแล้ว สุขภาพตับที่ดีในวัยผู้ใหญ่ ไม่ได้เริ่มต้นที่โรงพยาบาล แต่เริ่มต้นที่จานอาหารในบ้านของเราตั้งแต่วันนี้ครับ
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.