ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 32.83-32.85 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดวานนี้ที่ 32.86 บาท ตามทิศทางสกุลเงินเอเชียที่ได้แรงหนุนจากเงินเยนแข็งค่า ขณะที่ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินเงินบาทยังแกว่งตัว Sideways และมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทาง โดยตลาดรอตัวเลข PPI และ CPI สหรัฐฯ รวมถึงจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางและฟันด์โฟลว์
เงินบาทเปิด 32.83-32.85 บาท แข็งค่าตามสกุลเงินเอเชีย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.83-32.85 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ เมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.86 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่าเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นในเอเชีย ท่ามกลางแรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่น
เงินเยนพลิกกลับมาแข็งค่าผ่านระดับ 155 และ 154 เยนต่อดอลลาร์ ก่อนแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 7 เดือนที่ 153.38 เยนต่อดอลลาร์ จากแรงซื้อคืนเงินเยนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดประเมินว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาด และยังมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ อาจส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุมเดือนนี้
ดอลลาร์ขาดแรงหนุน รอ PPI-CPI สหรัฐฯ
ด้านเงินดอลลาร์ยังขาดแรงหนุน เนื่องจากตลาดรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะทยอยประกาศในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคม ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินไว้ที่ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินเยน ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ราคาทองคำในตลาดโลก สถานการณ์ตะวันออกกลาง ตลอดจนข้อมูลการส่งออกเดือนสิงหาคมของจีน และตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ของผู้บริโภคสหรัฐฯ
กรุงไทยชี้เงินบาทยัง Sideways
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.86 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยและแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย
ในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจนในกรอบ Sideways ที่ 32.83-32.91 บาทต่อดอลลาร์ แม้จะมีแรงกดดันจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรง ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น แต่เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ตามการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินเยน
ปัจจัยสำคัญมาจากผู้เล่นในตลาดทยอยลดสถานะ Short JPY หลังเงินเยนแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญ ส่งผลให้เกิดการ Stop Loss และ Cut Loss ในกลุ่มผู้เล่นบางส่วน ขณะที่เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงยังช่วยหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้น
เยนแข็งต่อ อาจหนุนเงินบาท
กรุงไทยมองว่า เงินเยนยังมีโมเมนตัมแข็งค่า โดยเฉพาะจากการทยอยปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาด หลังเงินเยนทะลุระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจเปิดทางให้เงินเยนแข็งค่าต่อไปทดสอบระดับ 150 เยนต่อดอลลาร์หรือต่ำกว่า
หากเงินเยนยังแข็งค่าต่อเนื่อง จะเป็นแรงหนุนทางอ้อมต่อเงินบาทผ่านแรงกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาธุรกรรมเงินเยนเทียบเงินบาทของผู้เล่นในตลาดไทย หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นมาอยู่บริเวณ 21.30 บาทต่อ 100 เยน
ตะวันออกกลางยังเป็นแรงกดดันเงินบาท
อีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเงินบาท และอาจจำกัดการแข็งค่าของเงินบาทในระยะสั้น โดยประเมินแนวต้านแรกไว้ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 32.75-32.80 บาทต่อดอลลาร์
บอนด์ยีลด์สูง เปิดจังหวะ Buy on Dip
ด้านตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ บอนด์ยีลด์ 10 ปีเคลื่อนไหวบริเวณ 4.79% ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย โดยผู้เล่นในตลาดยังรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย Fed
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ระดับบอนด์ยีลด์ระยะยาวในปัจจุบันยังเปิดโอกาสให้ทยอยเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ และไทยในลักษณะ Buy on Dip แม้มีความเสี่ยงที่ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งอาจทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ขึ้นทดสอบระดับ 5.00% แต่หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อชะลอลงในระยะถัดไป รวมถึง Fed มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยในปีหน้า ก็อาจเปิดทางให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวปรับลดลง
จับตา ADP-เงินเฟ้อคาดการณ์-ส่งออกจีน
สำหรับปัจจัยในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะติดตามตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์จาก New York Fed ขณะที่ฝั่งยุโรปจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ ECB และ BOE
ส่วนเอเชีย ตลาดให้น้ำหนักกับตัวเลขส่งออกและนำเข้าของจีนเดือนสิงหาคม ขณะที่ประเทศไทยจะมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
นอกจากนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และการเคลื่อนไหวของเงินเยนยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
บาทยังอยู่ขาขึ้น แต่เสี่ยงผันผวนสองทาง
Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าเงินบาทในระยะสั้นมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทาง หรือ Two-way Risk โดยขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย Fed ซึ่งจะขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ในเชิงเทคนิค เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้ม “แข็งค่าขึ้น” หากพิจารณาด้วยกลยุทธ์ Trend-Following โดยกรอบ 24 ชั่วโมงประเมินไว้ที่ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หากเงินบาทกลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน จะถือเป็นสัญญาณเปลี่ยนกลับเข้าสู่แนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ในกรอบรายสัปดาห์ ขณะที่ในระยะสั้นผู้ประกอบการและผู้ลงทุนควรเพิ่มความหลากหลายในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน โดยเฉพาะการใช้ Options เพื่อรับมือกับภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.