กกต. มีมติส่งศาลฎีกา ดำเนินคดีอาญา 77 คน จากผู้ถูกร้องเรียน 427 คน ชี้หลายคนอาจจะถูกฟ้องหลายข้อหา ย้ำยังไม่ใช่คนผิด แต่มีหลักฐานว่าอาจกระทำผิด

จากที่วันนี้ (14 ก.ย. 69) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมจัดการประชุมนัดสำคัญเพื่อพิจารณาลงมติสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 229 คน

โดยเบื้องต้นมีรายงานว่าในเวลา 10.00 น. กกต.เริ่มประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาลงมติคดีดังกล่าว และในเวลา 15.00 น. จะมีการแถลงถึงผลพิจารณามติดังกล่าว


ล่าสุดทางนาย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง และ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แถลงถึงผลคดี ฮั้ว สว. โดยระบุว่า วันนี้เป็นวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งลงมติสำนวนไต่สวน สว. และเป็นประเด็นที่ประชาชนสนใจ

โดยระบุว่ามีผู้ถูกร้อง 427 คน ไม่ใช่ 229 คน ตามที่สื่อรายงาน ข้อกล่าวหาจำนวน 7 ข้อ ซึ่ง กกต. ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสำนวนตั้งแค่วันที่ 8 มิ.ย. จนถึง 28 ส.ค. เป็นจำนวน 11 ครั้ง มีสำเนาเอกสารทั้งสิ้น 75,722 หน้า

สำหรับ 7 ข้อหา ประกอบไปด้วย 1. กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา76 วรรคหนึ่ง หรือไม่

2. ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง หรือไม่


3. ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด คือระเบียบ กกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 ที่ออกตามมาตรา70 และมาตรา 36 หรือไม่

4. มีการจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1) หรือไม่

5. มีการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3) หรือไม่

6. มีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครตามมาตรา 79 หรือไม่


7. ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81 หรือไม่

ขณะที่นาย ณรงค์ ระบุว่าเรื่องนี้เป็นที่สนใจของสื่อมวลชน จึงอยากทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนกับประชาชน ขอเรียนให้ทราบว่าการพิจารณาของ กกต. ทุกท่านมีความเป็นอิสระ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความอิสระอยู่ในกรอบของกฎหมาย สำนวนทุกเรื่องเรามีเกณฑ์พิจารณา หลักๆก็คือเมื่อมีคำร้องมีคำคัดค้าน เราก็จะไต่สวน ก็จะมีวิธีการตามที่ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ ไม่ได้พิจารณาตามอำเภอใจหรือสังคม อยากยืนยันพิจารณาจากทุกเรื่อง

โดยที่ผลการพิจารณา ข้อกล่าวหาที่ 1 ซึ่งกรรมการบริหารพรรค / สส. / ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 20 คน บุคคลอื่น 1 คน รวม 21 คน ไม่มีจำนวนที่ทางที่ประชุมมีสติส่งศาลฎีกา

ข้อกล่าวหาที่ 2 ทั้งหมด 140 คนแบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 137 คน สว.สำรองที่อยู่บัญชีรายชื่อ 1 คน และ ผู้มีสิทธิผู้มีสิทธิเลือก สว. 2 คน ที่ประชุมไม่มีจำนวนที่ทางที่ประชุมมีสติส่งศาลฎีกา


ข้อกล่าวหาที่ 3 มีมติส่งศาลฎีกา 36 คน จาก 175 คน แบ่งเป็น สว.ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. ที่ไม่ใช่บุคคลในลำดับที่ 1 และ 2 จำนวน 1 คน และ บุคคลอื่นๆ 9 คน

ข้อกล่าวหาที่ 4-7 จำนวนที่ทางที่ประชุมมีสติส่งศาลฎีการวม 77 ราย แบ่งเป็น สว.ดำรงตำแหน่งในขณะร้อง 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. ที่ไม่ใช่บุคคลในลำดับที่ 1 และ 2 จำนวน 36 ราย และ บุคคลอื่น 15 ราย ทั้งนี้ผู้ถูกร้องเรียนบางรายอาจจะถูกร้องเรียนหลายข้อหา

โดยสรุปแล้วจากผู้ถูกร้องเรียน 427 คน มีมติส่งศาลทั้งหมด 77 คน จากทั้งหมด 7 ข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ทาง กกต. ย้ำว่าทาง กกต. เปิดให้สู้ตามกฎหมายและผู้ถูกส่งศาลยังไม่ใช่ผู้กระทำผิด แต่ทาง กกต. มีหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเป็นผู้กระทำผิด

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.