ฮุย ปัญญาเชษฐา นักวิชาการกัมพูชา ตั้งคำถามสีหศักดิ์ ปมยกเลิก MOU 44 แต่ย้ำเจรจาทวิภาคี พร้อมโต้ด้วยกรณีไทยเคยขอชะลอประชุม JBC
วันที่ 16 กันยายน 2569 ฮุย ปัญญาเชษฐา (Huy Panhachesda) นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชาวกัมพูชา เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก ถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย
ฮุยตั้งคำถามต่อถ้อยแถลงเปิดของนายสีหศักดิ์ในการประชุมครั้งแรกกับคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยและกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยมุ่งไปที่เหตุผลการยกเลิก MOU 44 และจุดยืนของไทยเรื่องการเจรจาทวิภาคี
ในถ้อยแถลงเปิดฉบับเต็ม นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยเข้าร่วมกระบวนการด้วยเป้าหมายแสวงหาทางออกเรื่องการกำหนดเขตทางทะเล ซึ่งต้องปกป้องสิทธิของไทยและเปิดทางให้ไทยกับกัมพูชาก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน
ไทยเชื่อมาโดยตลอดว่า ความแตกต่างระหว่างประเทศเพื่อนบ้านควรแก้ไขผ่านการพูดคุย โดยเปิดช่องทางสื่อสาร ฟื้นฟูความไว้วางใจ และหาทางออกที่ยั่งยืนผ่านการเจรจาทวิภาคี
ทว่ากัมพูชากลับใช้แนวทางอีกแบบหนึ่ง โดยนำเสนอว่าไทยไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และกล่าวหาไทยในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมพยายามวางตัวเป็นฝ่ายถูกกระทำ
ในถ้อยแถลง นายสีหศักดิ์ยังอ้างถึงเหตุการณ์เผยแพร่บทสนทนาส่วนตัวระหว่างผู้นำ เหตุจรวดตกในพื้นที่ประเทศไทยจนพลเรือนไทยเสียชีวิต และกรณีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด เพื่อโต้แย้งคำกล่าวของกัมพูชาว่าตัวเองเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
สีหศักดิ์ยืนยันว่า ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา กฎหมายกับการทูตต้องทำงานควบคู่กัน กฎหมายกำหนดกรอบ ส่วนการทูตช่วยสร้างความไว้วางใจและนำไปสู่ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้
ผู้นำไทยและกัมพูชาเคยยืนยันร่วมกันในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบูว่าจะค่อย ๆ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ ขณะที่นายสีหศักดิ์เคยเสนอแนวทางดำเนินงานเป็นขั้นตอนต่อนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ระหว่างการพบกันที่นครนิวยอร์กเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่เห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับโอกาสจากฝ่ายกัมพูชาอย่างจริงจัง
ไทยแจงเหตุผลยกเลิก MOU 44ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือการยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา พ.ศ. 2544 หรือ MOU 44
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี ไทยกับกัมพูชาสามารถจัดการเจรจาอย่างเป็นทางการภายใต้กรอบดังกล่าวได้เพียง 2 รอบ และไม่เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ไทยจึงเลือกยกเลิก MOU 44 เพื่อเริ่มต้นการเจรจาใหม่
ฝ่ายไทยมองว่า การที่กัมพูชาเพิ่งให้สัตยาบัน UNCLOS เป็นโอกาสให้ทั้งสองประเทศกลับมาเจรจาบนพื้นฐานทางกฎหมายเดียวกันและมีความชัดเจนมากขึ้น
ตนเคยเสนอให้ไทยกับกัมพูชาเริ่มเจรจาเขตแดนทางทะเลโดยตรง และหากผ่านไป 6 เดือนแล้วยังหาข้อตกลงไม่ได้ จึงค่อยเข้าสู่กระบวนการประนอมร่วมกัน
ไทยจึงไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของกัมพูชาที่ว่า การยกเลิก MOU 44 ทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเริ่มกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าได้เสนอทางเลือกในการเจรจาโดยตรงแล้ว แต่กัมพูชาไม่ได้เลือกแนวทางดังกล่าว
นายสีหศักดิ์กำหนดขอบเขตจุดยืนของไทยว่า การประนอมครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะการแบ่งเขตทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาในอ่าวไทย ไม่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด
ไทยยืนยันจุดยืนเขตทางทะเลตามพระบรมราชโองการวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 พร้อมปฏิเสธเส้นอ้างสิทธิไหล่ทวีปที่กัมพูชาประกาศในปี 2515 โดยมองว่าเส้นดังกล่าวไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย
ฝ่ายไทยยังประกาศว่าจะเข้าร่วมกระบวนการประนอมโดยสุจริตและทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อหาแนวทางแบ่งเขตทางทะเลที่เป็นธรรม ใช้งานได้จริง และยั่งยืน
นายสีหศักดิ์กล่าวปิดท้ายว่า กระบวนการนี้ไม่ควรเป็นการแข่งขันทางการทูตที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์และอีกฝ่ายต้องสูญเสีย ไทยจะปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเล ควบคู่กับการรักษาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง ไทยกับกัมพูชายังคงต้องอยู่ร่วมกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ทางออกจึงต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองจากทั้งสองฝ่าย
ฮุยเปรียบเลิก MOU เหมือนหย่าเพื่อกลับมาคุยใหม่ภายหลังการแถลง ฮุยตั้งคำถามข้อแรกว่า หาก MOU 44 ไม่ได้ผลและไทยต้องการพื้นที่สำหรับการเจรจาใหม่ การตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวสมเหตุสมผลเพียงใด
เขาเปรียบแนวทางของไทยกับสามีที่ตัดสินใจหย่าภรรยา เพื่อให้มีพื้นที่และเริ่มต้นพูดคุยแก้ปัญหากันใหม่ โดยใช้การเปรียบเทียบดังกล่าวตั้งคำถามว่า การยกเลิกกรอบเดิมจะช่วยให้การหารือครั้งใหม่เดินหน้าได้จริงหรือไม่
คำถามนี้ตอบโต้โดยตรงต่อเหตุผลของฝ่ายไทยที่ว่า MOU 44 ไม่สร้างความคืบหน้าตลอด 25 ปี และการยกเลิกข้อตกลงมีเป้าหมายเพื่อเปิดการเจรจาครั้งใหม่บนพื้นฐานของ UNCLOS
ตั้งคำถามไทยย้ำเจรจาสองฝ่าย แต่เคยขอเลื่อน JBCคำถามข้อที่สองของฮุยมุ่งไปยังจุดยืนของไทยที่กล่าวว่า ต้องการแก้ไขปัญหากับกัมพูชาผ่านการเจรจาทวิภาคีมาโดยตลอด ขณะที่กล่าวหากัมพูชาว่าหลีกเลี่ยงการเจรจาโดยตรงและนำปัญหาเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ
ฮุยแย้งว่า ไทยเคยขอชะลอการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา หรือ JBC เป็นเวลาหลายเดือน โดยให้เหตุผลว่าต้องรอจนกว่าการเลือกตั้งและกระบวนการจัดตั้งกลไกภายในของรัฐบาลจะแล้วเสร็จ
ก่อนหน้านี้ กัมพูชาเสนอจัดการประชุม JBC ระหว่างวันที่ 17-25 เมษายน 2569 แต่ฝ่ายไทยระบุว่ายังไม่พร้อม เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่ต้องดำเนินกระบวนการภายใน รวมถึงแต่งตั้งองค์ประกอบของคณะกรรมาธิการให้เรียบร้อยก่อน
ฮุยจึงถามว่า ไทยจะอธิบายความแตกต่างระหว่างการประกาศสนับสนุนการเจรจาทวิภาคี กับการขอเลื่อนประชุมกลไกทวิภาคีดังกล่าวอย่างไร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไทยไม่ควรกล่าวโทษกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวในเรื่องการหลีกเลี่ยงการเจรจา
แม้ฮุยนำกรณีการเลื่อนประชุม JBC มาโต้แย้งจุดยืนโดยรวมของไทย แต่ MOU 44 และ JBC มีหน้าที่ดูแลข้อพิพาทคนละส่วน
MOU 44 เป็นกรอบเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย ส่วน JBC มีหน้าที่สำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างไทยกับกัมพูชา จึงไม่สามารถนำ JBC มาใช้แทนการเจรจาเขตแดนทางทะเลได้
ข้อโต้แย้งของฮุยจึงเป็นการตั้งคำถามต่อความสอดคล้องของท่าทีไทยเรื่องการเจรจาทวิภาคี มากกว่าการระบุว่า JBC เป็นกลไกที่ใช้แก้ปัญหา MOU 44 โดยตรง
กระบวนการประนอมไม่มีผลผูกพันไทยและกัมพูชาเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกกับคณะกรรมาธิการประนอมที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 หลังจากกัมพูชาเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS ภายหลังไทยยกเลิก MOU 44
การประนอมภายใต้ UNCLOS ไม่ใช่การพิจารณาคดีของศาลหรืออนุญาโตตุลาการ คณะกรรมาธิการมีหน้าที่รับฟังข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย ช่วยลดความแตกต่างของจุดยืน และจัดทำข้อสรุปหรือข้อเสนอแนะสำหรับใช้ประกอบการเจรจา
กระทรวงการต่างประเทศของไทยประเมินว่า กระบวนการอาจใช้เวลาประมาณ 12 เดือน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วคณะกรรมาธิการจะจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ไทยกับกัมพูชายังต้องตัดสินใจร่วมกันว่าจะนำข้อเสนอเหล่านั้นไปใช้เจรจาต่ออย่างไร
โพสต์ของฮุยเป็นความเห็นและคำถามจากนักวิชาการชาวกัมพูชา ไม่ใช่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลกัมพูชา ส่วนการประชุมที่สิงคโปร์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ ยังไม่มีข้อยุติเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลหรือแนวทางบริหารทรัพยากรในพื้นที่พิพาท
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.