วัยรุ่นวัย 18 ปีในสหรัฐฯ ดับสลดจากโรคหัดหลังไม่ฉีดวัคซีน ดันยอดเสียชีวิตปี 2026 พุ่ง 4 ศพ แพทย์เตือนภาวะสมองอักเสบรุนแรง พร้อมแนะวิธีป้องกัน
นายแพทย์ แซคคารี รูบิน (Zachary Rubin, MD) กุมารแพทย์ในสหรัฐอเมริกา ออกมาเปิดเผยกรณีการเสียชีวิตของวัยรุ่นอายุ 18 ปี ในรัฐเพนซิลเวเนีย จากภาวะแทรกซ้อนของโรคหัด เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพประจำเทศมณฑลมัฟฟลินระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากโรคสมองและไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน (ADEM) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่พบได้ยาก แต่มีความรุนแรงอย่างยิ่ง ผู้เสียชีวิตไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดมาก่อน
ข้อมูลสถิติระบุว่า รัฐเพนซิลเวเนียมีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหัดในปี 2026 รวมแล้ว 4 ราย พบผู้ป่วยยืนยันแล้วเกือบ 700 คน ผู้เสียชีวิตสองรายล่าสุดต่างไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคทั้งคู่
โรคหัดไม่ได้แสดงอาการเพียงแค่ไข้หรือผื่นคัน เชื้อไวรัสสามารถลุกลามทำให้เกิดโรคปอดบวม สมองอักเสบ ความผิดปกติทางระบบประสาทขั้นร้ายแรง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประเมินว่า ผู้ป่วยโรคหัดประมาณ 1 ใน 5 คน จำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ราว 1 ถึง 3 รายต่อผู้ป่วย 1,000 คน
การฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) ครบสองเข็ม มีประสิทธิภาพป้องกันโรคได้สูงถึง 97% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังฝากข้อความถึงกลุ่มพ่อแม่ที่เคยชะลอหรือปฏิเสธการพาลูกไปฉีดวัคซีนว่า ไม่ได้ออกมาตำหนิ แต่อยากขอร้องให้ทบทวนเรื่องนี้ใหม่ หากมีความกังวลใจจากกระแสข่าวต่างๆ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อขอข้อมูลและหลักฐานทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ไม่ควรนำข้อถกเถียงในโลกออนไลน์มาบดบังข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ พร้อมเตือนว่าหากคนในครอบครัวยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อรับวัคซีน MMR โดยเร็วที่สุด
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.