เหตุใดในฟุตบอลสมัยใหม่ผู้เล่นตำแหน่ง "ฟูลแบ็ก" กลายเป็นตำแหน่งที่โหลดภาระหนักที่สุดแทบไม่เป็นสองรองใครในสนาม และนี่คือโจทย์ของ "อาร์เซนอล" ที่จะทำอย่างไรเพื่อรักษาร่างกายของฟูลแบ็กให้ใช้งานได้นานที่สุด
อาร์เซนอล เป็นทีมที่มี 2 แบ็กขวาระดับท็อปอย่างเบน ไวท์ และ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ แต่บางทีอาจเพราะหน้าที่อันแสนหนักหน่วง หรืออาจเพราะโชคร้าย ทำให้แม้มี 2 แบ็กขวาชั้นยอด แต่ มิเกล อาร์เตตา ก็มักมีปัญหาให้ปวดหัวอยู่เสมอ
ไวท์ เป็นหนึ่งในฟูลแบ็กที่เติมเกมรุกได้ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ขยับตำแหน่งจากเซ็นเตอร์แบ็กมาเล่นแบ็กขวาในปี 2022 ในขณะที่ ทิมเบอร์ ก็แข็งแกร่งอย่างมาก จนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แนวรับของอาร์เซนอลกลายเป็นหนึ่งในแผงหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
ทว่าปัญหาก็คือ ทั้งคู่เผชิญกับอาการบาดเจ็บสลับกันเล่นงานมาตลอด
ทิมเบอร์ หายจากอาการบาดเจ็บที่ขาหนีบเพิ่งกลับมาลงสนามได้ในเกมชนะซันเดอร์แลนด์ 2-0 แต่ก็พูดได้ว่ายังไม่สมบูรณ์ที่สุด แต่ ไวท์ ก็เจ็บเหมือนกันในเกมกับนาโปลีก่อนหน้านั้น และถูกเปลี่ยนตัวออกนัดที่บุกชนะซันเดอร์แลนด์

ไวท์และทิมเบอร์เป็นตัวเลือกหลักในตำแหน่งแบ็กขวา แต่ทั้งคู่กลับแทบไม่มีโอกาสได้หมุนเวียนกันลงเหมือน ริคคาร์โด คาลาฟิออรี และ ปิเอโร ฮินคาปิเอ ในตำแหน่งแบ็กซ้าย
ทิมเบอร์ เคยบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาดในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา และยังมีปัญหาบาดเจ็บเล็กน้อยที่ข้อเท้า รวมถึงปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในอีกสองฤดูกาลถัดมา ส่วนไวท์เข้ารับการผ่าตัดเข่าในฤดูกาล 2024-25 และบาดเจ็บบ่อย
ดังนั้น เมื่อทิมเบอร์บาดเจ็บ ไวท์ก็ต้องรับภาระหนัก หรือเมื่อไวท์บาดเจ็บ ทิมเบอร์ก็ต้องรับภาระหนักเกินไปเช่นกัน

หากไม่นับฤดูกาลที่ทิมเบอร์ต้องพักยาว ทั้งคู่มีชื่ออยู่ในทีมเดียวกันในวันแข่งขันเพียงแค่ 41.4 เปอร์เซ็นต์ และ 55.7 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนนัดทั้งหมดในทุกรายการแข่งขัน สำหรับฤดูกาล 2024-25 และ 2025-26
เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงการวางแผนแท็กติกในแต่ละนัด แต่ยังก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาว ส่งผลกระทบต่อทีมในภาพรวม
“เสือขาว” ลงเล่นให้อาร์เซนอล 46 นัดจากทั้งหมด 49 นัดในฤดูกาล 2022-23 เรียกว่าแทบไม่ได้พักเลย และต้องเผชิญกับผลกระทบที่ตามมาในฤดูกาลต่อๆ มาที่เล่นได้น้อยลง
อาร์เตตา ยอมรับว่าทุกวันนี้ ผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็กต้องใช้สมรรถภาพทางร่างกายอย่างมหาศาล
ตามปกติกองกลางอาจเป็นผู้เล่นที่ต้องทำหน้าที่หลากหลายที่สุดในสนาม โดยเฉพาะมิดฟิลด์ประเภท Box to Box ที่ต้องทั้งขึ้นและลง แต่ในยุค 2020 เป็นต้นมา พื้นที่ต่างๆ ของฟูลแบ็กที่ต้องรับผิดชอบนั้นเพิ่มขึ้นจนอาจจะมากเกินกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่น
ในจังหวะที่ทีมครองบอล พวกเขาต้องวิ่งเติมเกมทั้งแบบ overlap (วิ่งอ้อมด้านนอก) และ underlap (วิ่งสอดเข้าด้านใน) และสปีดด้วยความเร็วเพื่อสร้างพื้นที่ให้ปีก ส่วนจังหวะที่ไม่ได้ครองบอล พวกเขาก็ต้องสปรินต์ขึ้นไปสูงกว่าตำแหน่งปกติของปีกบางคนเพื่อช่วยทีมกดดันคู่แข่ง และขณะเดียวกันก็ต้องรีบวิ่งกลับมายังพื้นที่เกมรับของตัวเองเพื่อสกัดกั้นหรือเข้าปะทะแย่งบอลอีกด้วย
คำว่าขึ้นสุดลงสุดจึงไม่เกินจริง
และความต้องการจากแบ็กเหล่านี้มีแนวโน้มจะไม่ลดลง ในขณะที่โลกฟุตบอลก็หันมาให้ความสำคัญกับสมรรถภาพทางร่างกายมากขึ้น ดังนั้นที่จริงแล้ว อาร์เซนอล จึงไม่ต้องการสร้างภาระให้ฟูลแบ็กมากเกินไป
ไม่น่าแปลกที่หลายทีมจึงมองหาเซนเตอร์ฮาล์ฟที่สามารถเล่นตำแหน่งแบ็กขวาได้ด้วย เช่น เอซรี คอนซา ที่เข้ามาอาร์เซนอลเพราะนอกจากเล่นกองหลังตัวกลางฝั่งขวาได้ ก็ยังสามารถขยับไปเล่นแบ็กขวาได้หากจำเป็น
สถานการณ์ระยะยาวของอาร์เซนอล การบริหารจัดการภาระร่างกายของผู้เล่นตำแหน่งแบ็กขวาจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกและไล่ล่าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อย่างไม่ต้องสงสัย.
ภาพ REUTERS