ตลอดสัปดาหที่ผ่านมาหลังจบการแข่งขันศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดที่ 4 ของฤดูกาล 2026/27 กับประเด็นดราม่าใหญ่โต ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี กับจังหวะเจ้าปัญหา 2 จังหวะในเกมเดียวกัน



เมื่อ ฟิล โฟเดน แข้ง “เรือใบสีฟ้า” ยกขาถีบใส่กล่องดวงใจ บรูโน แฟร์นันด์ส หลังงกัปตันทัพ “ผีแดง” ไปตั้งใจเตะทั้งบอลที่อยู่ระหว่างตัว โฟเดน และมันดันไปโดนบั้นท้ายของแข้งชาวอังกฤษจนเกิดอารมณ์โมโห ผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ควักใบแดงแบบไม่ลังเล ท่ามกลางเสียงวิพากย์ วิจารณ์ว่า ทั้งที่ บรูโน ก็ตังใจเตะใส่ โฟเเดน แม้จะเนียนๆ ก็ตามแต่กลับไม่โดนคาดโทษอะไรเลย









ก่อนที่ ช็อตที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในเกมจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เมื่อ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า มีส่วนกับการเล่นชัดเจน เพราะเขาพยายามพุ่งโหม่งบอล แม้จะไม่โดนแต่ทำให้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เสียจังหวะก่อนบอลไปถึง เออร์ลิง ฮาลันด์ ซัดเข้าไปเป็นประตูชัย 1-0





ระหว่างเกม พรีเมียร์ ลีก ออกมาโพสต์ว่า เหตุใด ลูกนี้จึงได้ประตู เพราะ ฮาลันด์ ไม่ล้ำหน้าและ เอ็นโซ ไม่มีส่วนกับการเล่นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าหลังจบเกมเหมือนไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มกัน เพราะ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ หัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสิน ขององค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอังกฤษ (Pro Ref) ยอมรับตามตรงว่า การตัดสินแบบนี้ผิดพลาดเพราะ เกิดจากผู้ตัดสิน “วีเออาร์” โฟกัสแต่ ฮาลันด์ จนไม่เห็น เอ็นโซ





คำขอโทษไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ถูกนำมาใช้ในสื่อสาธารณะ จนกลายเป็นคำคุ้นชินที่แฟนบอลรู้ว่า เดี๋ยวก็ออกมาขอโทษแน่นอน คำถามสำคัญคือ คำขอโทษนี้เปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่ คำตอบคือ ‘ไม่มีทาง’ เพราะเมื่อการแข่งขันจบแล้วทุกๆ อย่างก็จบสิ้น ไม่มีการรีแมตช์ เพราะถ้ามีจริง แฟนบอลอาจได้ดูพรีเมียร์ ลีก มากกว่า 380 นัดเป็นแน่









ประเด็นสำคัญของ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดส่วนบุคคลของ ผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ นามว่า “แมตต์ โดโนฮิว” ทั้ง 2 จังหวะ ซึ่งมันน่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าเพราะผู้ตัดสินที่อยู่กับ โดโนฮิว ดันไม่เคลือบแคลงว่า การขยับของ เอ็นโซ มีผลกับการเล่นได้อย่างไร เพราะเป็นปกติที่ผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ จะมีมากกว่า 1 คน ไว้คอยถกเถียงกันว่า ลูกนี้สมควรตัดสินอย่างไร ก่อนแจ้งให้ผู้ตดสินหลัในสนามทราบอีกที





ที่น่าเจ็บกว่าคือ ในเมื่อนำเทคโนโลยีที่ช่วยให้การตัดสินที่ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจของผู้ตัดสินในสนามชัดเจนและแฟร์กับทุกทีมมากที่สุดแต่กลับ เป็นสิ่งที่หลายๆ คนมองว่า “ถ้ามีแล้วไม่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้” เพราะเสียเวลาต้องมานั่งรอให้เกมการแข่งขันหยุดไปเหมือนไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่





ต้องบอกก่อน องค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอังกฤษ หรือ Pro Ref ก่อนหน้านี้ชื่อ “PGMOL” ซึ่งการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้หลายคนมองว่า น่าจะเป็นการปฏิวัติวงการผู้ตัดสินฟุตบอลอังกฤษ แต่มันดันแย่กว่าเดิมเสียอีก เพราะ ‘มาตรฐานตัดสิน’ มันไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม









เชื่อว่า ทุกคนเข้าใจได้กับการที่มนุษย์สักคนหนึ่งจะทำงานผิดพลาด ขณะที่เจอความกดดันมากมายมหาศาลทั้งขณะแข่งขันฟุตบอลอยู่และหลังจากจบเกมไปแล้วก็ตาม เพราะเป็นปกติที่มนุษย์มักทำพลาดเมื่อเจอสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างฉับพลัน แต่ก็อย่าลืมว่า องค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอังกฤษ คือบุคลากรที่มีแต่คนเป็นมืออาชีพแล้ว





หากย้อนกลับไปดูข้อมูลจาก KMI Panel (Key Match Incidents Panel) ซึ่งตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญหลังการแข่งขัน บอกเราว่า ความผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับ VAR อยู่ที่ 38 ครั้งในฤดูกาล 2022/23 ก่อนลดเหลือ 31 ครั้งในปี 2023/24 และ 18 ครั้งในปี 2024/25 ก่อนเพิ่มกลับมาเป็น 25 ครั้งในฤดูกาล 2025/26





ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนความผิดพลาดเพียงอย่างเดียว เพราะในฤดูกาล 2025/26 KMI Panel ยังพบอีก 29 เหตุการณ์ที่มองว่าคำตัดสินในสนามผิด แต่ไม่ผิดชัดเจนมากพอที่จะเข้าเกณฑ์ให้วีเออาร์แทรกแซง เมื่อความผิดของผู้ตัดสินในสนามคลุมเครือก็ไม่สามารถแทรกแทรงได้ ซึ่งตรงนี้แหละที่น่ากลัวเพราะ เมื่อเห็นความผิดพลาด แต่ไม่มั่นใจจึงไม่บอกผู้ตัดสินในสนาม พอปล่อยผ่านจึงกลายเป็นดราม่าลุกลามอย่างไม่คาดคิด





หลังจากนี้แฟนบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้แต่หวังว่า การตัดสินของผู้ตัดสินจะชัดเจนและไม่ผิดพลาดแบบน่าเกลียดอีกเพื่อความสนุกในการรับชม หากเหตุการณ์ลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นซ้ำๆ คำถามเรื่องมาตรฐานก็จะวนกลับมาให้พูดถึงอยู่ตลอด และนานวันเข้าอาจกลายเป็น ‘รอยด่างพล้อย’ ในลีกที่มีเรื่องสนุกให้พูดถึงมากมายอยู่แล้ว


Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.