การเทรด Contract for Difference หรือ CFD เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์คาดการณ์ว่าราคาของสินทรัพย์จะปรับตัวขึ้นหรือลง โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหรือถือครองสินทรัพย์นั้นจริง ผลลัพธ์ของการเทรดขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิดสถานะ

แม้แนวคิดจะไม่ซับซ้อน แต่ CFD มีการใช้เลเวอเรจ จึงสามารถทำให้เกิดทั้งกำไรและขาดทุนอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจกลไก ต้นทุน และความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญ


1. CFD คืออะไร?

CFD เป็นตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาจากตลาดสินทรัพย์พื้นฐาน เช่น คู่สกุลเงิน โลหะมีค่า ดัชนีหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น หรือกองทุน ETF

ตัวอย่างเช่น การซื้อ CFD ที่อ้างอิงราคาทองคำไม่ได้หมายความว่าเทรดเดอร์จะได้รับทองคำจริง เช่นเดียวกับการซื้อ CFD หุ้นที่ไม่ได้ทำให้เทรดเดอร์กลายเป็นผู้ถือหุ้น สัญญาประเภทนี้มีหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์เท่านั้น

โดยทั่วไป CFD ไม่มีวันหมดอายุที่กำหนดไว้ล่วงหน้า สถานะจะยังคงเปิดอยู่จนกว่าเทรดเดอร์จะปิดด้วยตนเอง หรือแพลตฟอร์มปิดสถานะเนื่องจากบัญชีมีมาร์จิ้นไม่เพียงพอตามข้อกำหนด

2. กำไรและขาดทุนจาก CFD คำนวณอย่างไร?

การเทรด CFD ทุกครั้งประกอบด้วยราคาเปิด ราคาปิด และขนาดของสถานะ

ลองดูตัวอย่างแบบง่าย หากเทรดเดอร์ซื้อ CFD ที่อ้างอิงทองคำหนึ่งออนซ์ที่ราคา 2,000 ดอลลาร์ และปิดสถานะที่ 2,020 ดอลลาร์ กำไรขั้นต้นจะเท่ากับ 20 ดอลลาร์ ก่อนหักสเปรด ค่าธรรมเนียมสวอป และค่าใช้จ่ายหรือการปรับยอดอื่น ๆ แต่หากราคาทองคำลดลงเหลือ 1,980 ดอลลาร์ จะเกิดผลขาดทุนขั้นต้น 20 ดอลลาร์


สำหรับสถานะขาย ผลลัพธ์จะตรงกันข้าม เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้เมื่อตลาดปรับตัวลง แต่จะขาดทุนหากราคาปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จริงยังขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสัญญาและขนาดสถานะ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของตราสารทุกครั้ง

3. มาร์จิ้นและเลเวอเรจทำงานอย่างไร?

การเทรด CFD ใช้ระบบมาร์จิ้น หมายความว่าเทรดเดอร์วางเงินเพียงบางส่วนของมูลค่าสถานะทั้งหมด ตัวอย่างเช่น หากใช้เงิน 100 ดอลลาร์เพื่อควบคุมสถานะมูลค่า 1,000 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวของตลาด 1% จะเท่ากับ 10 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 10% ของมาร์จิ้นที่ใช้ก่อนหักต้นทุน

เลเวอเรจเพิ่มขนาดของทั้งกำไรและขาดทุน สำหรับ CFD บน Bitunix ระดับเลเวอเรจจะถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าตามประเภทตราสารและระดับขนาดสถานะ ผู้ใช้ไม่สามารถเลือกปรับเองได้

ระบบจะติดตามความเสี่ยงผ่านระดับมาร์จิ้นของบัญชี หรือ Margin Level ดังนั้นเทรดเดอร์ต้องพิจารณาทั้งมาร์จิ้นคงเหลือและความเสี่ยงรวม ไม่ใช่ดูเฉพาะผลลัพธ์ของสถานะใดสถานะหนึ่ง



4. สามารถเทรดตลาดใดและเลือกทิศทางแบบไหนได้บ้าง?

เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะ Long หรือ Buy เมื่อคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น และเปิดสถานะ Short หรือ Sell เมื่อคาดว่าราคาจะลดลง โครงสร้างนี้ช่วยให้เทรดได้ตามมุมมองตลาดที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเลือกทิศทางใดก็ไม่มีการรับประกันว่าจะได้กำไร

Bitunix ให้บริการ CFD ที่อ้างอิงตลาดหลายประเภท ได้แก่ Forex ทองคำและเงิน ดัชนีทั่วโลก หุ้นสหรัฐฯ สินค้าโภคภัณฑ์ ETF และตราสารหนี้บางรายการ

ตลาดการเงินแบบดั้งเดิมเหล่านี้มีช่วงเวลาเปิด–ปิด วันหยุด และการปรับเวลาตาม Daylight Saving Time ของตนเอง จึงไม่ได้เปิดให้เทรดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเหมือนตลาดคริปโต


5. การเทรด CFD บน Bitunix ทำงานอย่างไร?

ผู้ใช้ Bitunix ที่มีสิทธิ์เข้าถึงบริการต้องยืนยันตัวตน ยอมรับเอกสารเปิดเผยความเสี่ยง และเปิดใช้งานบัญชี CFD แยกต่างหาก จากนั้นจึงโอนเงินจากบัญชี Spot หรือ Contract Account ไปยังบัญชี CFD ก่อนเริ่มเทรด

เทรดเดอร์เลือกตราสาร เลือก Buy หรือ Sell กำหนดประเภทคำสั่งและปริมาณการเทรด รวมถึงสามารถตั้งคำสั่ง Take Profit และ Stop Loss ได้


Bitunix รองรับทั้ง Market Order และ Limit Order พร้อมแสดงประมาณการกำไรและขาดทุนระหว่างการตั้งคำสั่ง อย่างไรก็ตาม การให้บริการขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของแต่ละภูมิภาค ข้อมูลการยืนยันบัญชี และตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้

6. ควรพิจารณาต้นทุนและความเสี่ยงอะไรบ้าง?

สเปรด หรือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask เป็นต้นทุนหลักอย่างหนึ่งของการเทรด CFD สถานะที่ถือข้ามคืนอาจมีค่าธรรมเนียมสวอป ซึ่งแตกต่างกันตามตราสารและทิศทางของสถานะ


นอกจากนี้ CFD ที่อ้างอิงหุ้น ดัชนี และ ETF อาจมีการปรับยอดเงินปันผล ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบต้นทุนปัจจุบัน เวลาซื้อขาย และข้อกำหนดสัญญาจากหน้ารายละเอียดตราสารบนแพลตฟอร์ม Bitunixก่อนเทรดเสมอ

การควบคุมความเสี่ยงควรเริ่มก่อนส่งคำสั่ง เทรดเดอร์ควรพิจารณาขนาดสถานะ จำนวนเงินสูงสุดที่ยอมรับการขาดทุนได้ ระดับ Stop Loss มาร์จิ้นคงเหลือ เวลาทำการของตลาด และกำหนดประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ

Bitunix ใช้ระบบ Cross Margin และติดตามความเสี่ยงของ CFD ในระดับบัญชี ตามกฎปัจจุบัน ระบบจะส่งสัญญาณเตือน Margin Call เมื่อ Margin Level ลดลงเหลือ 80% หรือต่ำกว่า และอาจเริ่มบังคับปิดสถานะเมื่อระดับลดลงเหลือ 30% หรือต่ำกว่า

แม้ Stop Loss จะช่วยควบคุมความเสี่ยงได้ แต่ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวรวดเร็วหรือเกิดช่องว่างของราคา คำสั่งอาจถูกดำเนินการในราคาที่แตกต่างจากระดับที่กำหนดไว้

สำหรับครีเอเตอร์ ผู้ให้ความรู้ หรือผู้ดูแลชุมชนที่สนใจสร้างความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม สามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขปัจจุบันได้จากหน้าBitunix Partner โดยควรเปิดเผยความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจนและสื่อสารความเสี่ยงอย่างรับผิดชอบ

CFD ช่วยให้เข้าถึงตลาดทั่วโลกได้โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงจากเลเวอเรจ เทรดเดอร์จึงควรทำความเข้าใจสัญญา เริ่มต้นด้วยขนาดสถานะเล็ก รักษามาร์จิ้นสำรองให้เพียงพอ และไม่ควรนำเงินที่ไม่สามารถยอมรับการสูญเสียได้มาใช้ในการเทรด

คำเตือน: การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและอาจทำให้สูญเสียเงินทุน โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง เงื่อนไขและข้อจำกัดที่มีผลบังคับใช้

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.