รีวิว Borderlands 4: FL4K and the Last Resort สำรวจ Providence ต่อสู้กับ Tediore ล่า Loot ใหม่ และดูว่า DLC นี้คุ้มค่ากับการกลับมาเล่นแค่ไหน

หลังจาก Borderlands 4 พาเราไปเปิดโลกใบใหม่ คราวนี้ก็ถึงคิวของ Story Pack 2 แล้วอย่าง FL4K and the Last Resort ที่หยิบหนึ่งใน Vault Hunter ที่เหล่าแฟน ๆ คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่าง FL4K กลับมาเป็นตัวละครหลักอีกครั้ง

คราวนี้เราจะได้เดินทางไปยัง Providence รีสอร์ตเขตร้อนที่ฟังดูเหมือนสถานที่เหมาะกับการพักผ่อนมากกว่าการเอาปืนไปยิงใคร แต่แน่นอนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน Borderlands เพราะ Tediore ยกกองกำลังเข้ามายึดพื้นที่เพื่อเอา Ordonite ทรัพยากรสำคัญของเกาะไป และเมื่อ FL4K อยู่ตรงนั้น เรื่องมันก็ไม่มีทางจบแบบสงบ ๆ อยู่แล้ว


หน้าที่ของเราจึงกลายเป็นการจัดการทุกอย่างที่ขวางหน้า พร้อมกับ Mr. Chew คู่หูสี่ขาของ FL4K ที่ยังคงอยู่เคียงข้าง และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ DLC นี้น่าสนใจ เพราะมันไม่ได้มีแค่แผนที่ใหม่กับ Loot ชุดใหม่ให้เราออกไปฟาร์มเท่านั้น

เรื่องราวที่ไม่ได้มีแค่ยิงแล้วก็จบ

FL4K เป็นตัวละครที่มีบุคลิกชัดเจนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ใน DLC นี้ เราได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง FL4K กับ Mr. Chew มากขึ้น มันยังเป็น Borderlands แบบที่เราคุ้นเคย ทั้งมุกตลก ตัวละครประหลาด ๆ และสถานการณ์ที่พร้อมจะหลุดออกนอกกรอบได้ตลอดเวลา แต่ก็มีบางช่วงที่เกมยอมลดจังหวะลง แล้วให้เราได้เห็น FL4K ในมุมที่จริงจังกว่าเดิม

ผมชอบนะ เพราะถ้า DLC เป็นแค่ “ไปพื้นที่ใหม่ ยิงศัตรู เก็บของ แล้วจบ” มันก็คงไม่ได้มีอะไรให้พูดถึงมากนัก แต่การเอาความสัมพันธ์ของ FL4K กับ Mr. Chew เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ ทำให้เรื่องราวมีอะไรให้ติดตามมากขึ้น ที่สำคัญคือเกมไม่ได้ลากเรื่องยาวเกินความจำเป็น เนื้อเรื่องเดินค่อนข้างเป็นเส้นตรง เข้าใจง่าย และจังหวะโดยรวมกระชับดี

สำหรับ DLC ที่ไม่ได้มีขนาดเท่าเกมหลัก ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ดี เพราะมันทำให้เราเล่นจบแล้วรู้สึกว่าเรื่องราวมันไปถึงจุดที่ควรจะจบ ไม่ได้มีภารกิจย่อยแปลก ๆ โผล่มาเพื่อยืดเวลาเล่นเฉย ๆ



Providence Island คือส่วนที่ทำให้ DLC นี้สนุกขึ้น

สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือ Providence Island พื้นที่รีสอร์ตที่ปกคลุมด้วยป่าทึบ และบริเวณภูเขาไฟ บรรยากาศเลยต่างจากพื้นที่อื่น ๆ อยู่พอสมควร แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าหน้าตาของแผนที่คือการออกแบบพื้นที่ Providence เล่นกับพื้นที่ในแนวตั้งมากขึ้น และมี Zipline ให้เราใช้เดินทางขึ้นที่สูงหรือเคลื่อนที่ผ่านบริเวณยอดไม้ได้อย่างรวดเร็ว

บางคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นแค่ระบบเดินทางหรือป่าว? แต่พอเล่นจริง ๆ มันมีผลกับการต่อสู้ด้วย บางครั้งเราอาจขึ้นไปอยู่บนพื้นที่สูงเพื่อเปลี่ยนมุมยิง หรือใช้ Zipline ย้ายตำแหน่งระหว่างที่กำลังโดนศัตรูรุมอยู่ ทำให้การต่อสู้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่บนพื้นราบเหมือนเดิมตลอดเวลา แม้มันจะไม่ได้ถึงขั้นเปลี่ยนระบบการเล่นของตัวเกม แต่มันก็ช่วยให้สถานที่นี้มีเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่ไม่น้อย


Tediore มาเมื่อไหร่ ความสงบก็หายไปเมื่อนั้น

Tediore ไม่ได้มาเพื่อยืนดูวิวของ Providence Island แน่นอน เพราะพวกเขาส่งทั้งทหารใน Exosuit และหน่วย Mech เข้ามาคุมพื้นที่ และ Mech บางประเภทสามารถสนับสนุนยูนิตฝ่ายเดียวกัน รวมถึงเรียกกำลังเสริมเข้าสู่สนามรบผ่านระบบ Digistruct ตรงนี้ทำให้การต่อสู้มีความวุ่นวายขึ้นพอสมควร

ศัตรูไม่ได้ยืนรอให้เราค่อย ๆ ยิงทีละตัวเหมือนสนามซ้อม และบางครั้งสถานการณ์ก็เปลี่ยนเร็วมาก จากไฟต์ธรรมดากลายเป็นศัตรูเต็มพื้นที่ในเวลาไม่กี่วินาที หากใคคครได้เล่นกับบเพื่อน คงรู้สึกสนุกนส่วนนี้แน่นอน เพราะยิ่งมีศัตรูเยอะเท่าไหร่ ก็หมายถึงยิ่งมีอะไรให้ยิงอยู่แล้ว

แต่ถ้าต้องเล่นคนเดียว เรื่องจะต่างออกไปนิดหน่อย มีบางช่วงที่เรากำลังตั้งใจจัดการศัตรูข้างหน้า แล้วต้องหันไปเคลียร์กำลังเสริมที่ถูกส่งเข้ามาอีกชุด พอจัดการหมดก็มีชุดใหม่มาอีก มันไม่ได้ถึงขั้นทำให้เกมเสีย แต่บางจังหวะก็อดคิดไม่ได้ว่า “ขอจัดการตัวนี้ก่อนได้ไหม”

ตรงนี้เป็นจุดที่ผมคิดว่า DLC อาจทำได้ดีกว่านี้อีกนิด เพราะช่วงแรกการมีกำลังเสริมทำให้ไฟต์ดูเข้มข้นขึ้น แต่พอเจอบ่อย ๆ มันก็เอียนเหมือนกันนะ


แล้ว Loot ล่ะ?

แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึง Borderlands เพราะฉะนั้นเรื่อง Loot คงข้ามไปไม่ได้ ใน Story Pack 2 มีการเพิ่ม Pearlescent Weapons 2 ชิ้น, Legendary Gear 18 ชิ้น และ Legendary Class Mods อีก 6 ชิ้น

จำนวนของใหม่อาจไม่ได้เยอะจนทำให้เรารู้สึกว้าวตั้งแต่เห็นตัวเลข แต่พอเอาเข้าจริง ของพวกนี้ก็มีอะไรให้ลองอยู่พอสมควร แต่สำหรับคนที่ชอบปรับ Build หรือใช้เวลาลองอุปกรณ์หลายแบบ นี่เป็นส่วนที่ทำให้ DLC ยังมีเหตุผลให้กลับมาเล่นหลังจากจบเนื้อเรื่อง นอกจากนี้ยังมี 8 Story Bosses และ 13 Minibosses ให้ตามล่า

ตรงนี้น่าจะถูกใจสายฟาร์มเป็นพิเศษ เพราะ Providence ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่เราเข้าไปเล่นเนื้อเรื่องจนจบแล้วก็ทิ้งไว้ข้างหลัง ถ้าคุณเป็นคนประเภทที่เห็น Legendary แล้วอดไม่ได้ที่จะกลับไปลอง Build ใหม่ หรือยังอยากหาของที่ดีกว่าเดิม DLC นี้ก็มีอะไรให้ทำต่ออีกพอสมควร


แล้วมันคุ้มไหม?

FL4K and the Last Resort ไม่ได้พยายามจะเปลี่ยน Borderlands 4 ให้กลายเป็นเกมใหม่ และพูดตามตรง ผมก็ไม่ได้คิดว่า DLC จำเป็นต้องทำแบบนั้น สิ่งที่ Gearbox ทำค่อนข้างชัดเจน คือเอาสูตรเดิมของ Borderlands มาใส่ในพื้นที่ใหม่ เพิ่มเรื่องราวของตัวละครที่แฟน ๆ รู้จัก เพิ่มศัตรู เพิ่มบอส และแน่นอน เพิ่ม Loot ให้เราออกไปตามหา


โดยรวมแล้ว ผมว่ามันรู้ดีว่าคนเล่น Borderlands เข้ามาหาอะไร สิ่งที่ชอบที่สุดยังคงเป็น Providence เพราะการออกแบบพื้นที่แนวตั้งทำให้ทั้งการเดินทางและการต่อสู้มีอะไรให้เล่นมากขึ้น ส่วนเรื่องของ FL4K กับ Mr. Chew ก็ช่วยให้ DLC มีตัวตนของตัวเองมากกว่าแค่ “พื้นที่ใหม่สำหรับฟาร์มของ”

จุดที่ยังติดใจก็มีนะ นั่นคือระบบเรียกกำลังเสริมของศัตรู บาง Encounter โดยเฉพาะตอนเล่นคนเดียวอาจยืดเยื้อไปหน่อย และเมื่อเจอรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ความสนุกก็เริ่มลดลงบ้าง แต่ผมคิดว่า DLC นี้มีเหตุผลมากพอที่จะกลับมาเล่นอยู่ดี

คะแนนรวม 8/10

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.