ส.อ.ท. ประเมินเบื้องต้นน้ำท่วมกระทบภาคอุตสาหกรรม ความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ชู 6 ด้านเร่งด่วน เสนอรัฐช่วยเหลือ–ฟื้นฟูผู้ประกอบการ พร้อมเร่งระบบ Early Warning





1 ต.ค. 2569 – นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24–30 ก.ย. 2569 พบพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม กรุงเทพมหานครและ 14 จังหวัด โดยมีทั้งพื้นที่ชุมชน เส้นทางคมนาคม โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่ข้อมูลจากสมาชิก ส.อ.ท. ที่ได้รับผลกระทบยังอยู่ระหว่างการรวบรวมเพิ่มเติม โดยเฉพาะผลกระทบต่อเครื่องจักร ระบบการผลิต วัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูป การหยุดการผลิต และระบบขนส่งโลจิสติกส์





ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นของ ส.อ.ท. พบว่า ภายใต้สมมติฐานสมาชิกในพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 40% มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,018.36 ล้านบาท โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นการประเมินจากข้อมูลที่รวบรวมได้บางส่วน และยังต้องปรับปรุงตามข้อมูลความเสียหายจริงที่ได้รับเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี





โดยการประเมินความเสียหายครอบคลุมทั้งความเสียหายโดยตรงและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ รถยนต์และยานพาหนะของบริษัท ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคภายในโรงงาน เครื่องจักร วัตถุดิบและ Supply Chain เครื่องมือและอุปกรณ์การผลิต สินค้าสำเร็จรูป การหยุดการผลิตจากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ตลอดจนผลกระทบทางอ้อมจากการผลิตแล้วไม่สามารถจำหน่ายสินค้า และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ โดยใช้ข้อมูลจากผลสำรวจบางส่วน ประกอบกับขนาดสถานประกอบการและสถานะการเป็นสมาชิกในการจัดทำประมาณการ






สำหรับกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 16 เขต และมีสมาชิก ส.อ.ท. ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว 2,261 ราย แบ่งเป็นสมาชิกสามัญ 940 ราย และสมาชิกสมทบ 1,321 ราย , จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอบางพลีที่ยังมีน้ำท่วมสูง และโรงงานได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก รวมถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลีและโรงงานตามแนวเส้นเทพารักษ์–บางเสาธง





โดยมีสมาชิก ส.อ.ท. ในพื้นที่ 1,269 ราย จังหวัดปทุมธานี ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี คลองหลวง ธัญบุรี และลำลูกกา มีสมาชิก ส.อ.ท. ในพื้นที่ 681 ราย โดยยังมีน้ำท่วมขังบางพื้นที่และการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก , จังหวัดนนทบุรี ได้รับผลกระทบในอำเภอปากเกร็ดและอำเภอเมือง มีสมาชิกที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น 26 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นลักษณะน้ำล้อมรอบ ขณะที่  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ ส่วนใหญ่เป็นน้ำท่วมขังบริเวณบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร แต่สมาชิก ส.อ.ท. ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม





ด้าน จังหวัดชลบุรี ได้รับผลกระทบ 10 อำเภอ ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยว นิคมอุตสาหกรรม และบ้านเรือนประชาชน โดยโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ได้รับผลกระทบ และอยู่ระหว่างรอตัวเลขความเสียหายยืนยัน ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด , จังหวัดระยอง พบว่าอำเภอแกลงได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีสมาชิก ส.อ.ท. ในพื้นที่ 48 ราย และเบื้องต้นมีสมาชิกได้รับผลกระทบ





ส่วน จังหวัดนครนายก ได้รับผลกระทบในอำเภอเมืองและองครักษ์ มีข้อมูลสมาชิกได้รับความเดือดร้อน 7 ราย และมีกรณีความเสียหายรุนแรงที่ประเมินเบื้องต้น มากกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบในอำเภอเมือง กบินทร์บุรี ประจันตคาม บ้านสร้าง และศรีมหาโพธิ โดยส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร และได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่ามีสมาชิก ส.อ.ท. ได้รับผลกระทบ 18 บริษัท





สำหรับ กาญจนบุรี เบื้องต้นมีสมาชิกได้รับผลกระทบ 1 ราย และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังโรงงานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ส่วน ฉะเชิงเทรา มีสมาชิกแจ้งผลกระทบ 1 ราย ขณะที่นครปฐม สมุทรสาคร จันทบุรี และสระแก้ว มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยยังอยู่ระหว่างติดตามและรวบรวมข้อมูลผลกระทบต่อสมาชิกเพิ่มเติม





นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลกระทบในหลายมิติ ไม่เฉพาะต่อประชาชน แต่ยังเริ่มส่งผลต่อภาคการผลิต ทั้งโรงงาน เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า วัตถุดิบ การขนส่ง ตลอดจนการเดินทางของแรงงาน ส.อ.ท. จึงเร่งรวบรวมข้อมูลความเสียหายจากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นภาพผลกระทบที่แท้จริง และนำไปสู่การช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการมากที่สุด






“ในระยะเร่งด่วน สิ่งสำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถประคองกิจการและกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด ทั้งการดูแลแรงงาน การเข้าถึงเงินทุน การฟื้นฟูโรงงานและเครื่องจักร การเร่งรัดเรื่องประกันภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อมหลังน้ำลด ขณะเดียวกันต้องเตรียมระบบป้องกันและแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตได้ดีขึ้น”นางพิมพ์ใจ กล่าว





อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลความเสียหายและความต้องการของสมาชิก ส.อ.ท. ได้สรุป 6 ด้านความช่วยเหลือที่ต้องการจากภาครัฐ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดังนี้ 1. ด้านแรงงานและพนักงาน ขอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการเยียวยาหรือสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานในช่วงที่กิจการยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาการจ้างงานและลดผลกระทบต่อแรงงาน





2. ด้านเงินทุนและสภาพคล่อง ขอให้มีมาตรการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ ทั้งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่อฉุกเฉิน รวมถึงการพิจารณามาตรการพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และลดภาระดอกเบี้ย เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูกิจการ





3. ด้านภาษี ค่าธรรมเนียม และภาระภาครัฐ เสนอให้พิจารณายกเว้น ลด หรือผ่อนผันค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับโรงงานและกิจการที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงพิจารณามาตรการด้านภาษีหรือการขยายระยะเวลาการชำระภาระต่าง ๆ ในช่วงฟื้นฟูกิจการ





4. ด้านประกันภัยและการชดเชยความเสียหาย ขอให้เร่งประสานงานกับบริษัทประกันภัยเพื่อสำรวจและเคลมความเสียหายโดยเร็ว พร้อมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในกรณีที่กระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกิดความล่าช้าหรือมีข้อขัดข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินชดเชยมาฟื้นฟูกิจการได้อย่างทันท่วงที





5. ด้านการฟื้นฟูโรงงานและเครื่องจักร เสนอให้มีการจัดผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินความเสียหายของโรงงาน เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และระบบการผลิต พร้อมให้คำปรึกษาด้านการซ่อมแซม การฟื้นฟู และการกลับมาเดินสายการผลิตอย่างปลอดภัย รวมถึงเชื่อมโยงผู้ให้บริการ เครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูกิจการ





6. ด้านการจัดการขยะและสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสนับสนุนการจัดการขยะ ของเสีย และวัสดุที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะของเสียจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน รวมถึงสนับสนุนแนวทางการจัดการวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ต้องดำเนินการเป็นพิเศษหลังน้ำลด





นอกจากการประเมินความเสียหายแล้ว ส.อ.ท. ยังดำเนินการจัดทำข้อมูลสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย ครอบคลุมแนวทางประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อม เบอร์โทรศัพท์ประสานงานกรณีเกิดอุทกภัย Checklist ตรวจสอบโรงงานหลังน้ำท่วม แนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อมูลมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับการเคลมประกันและการจัดการซาก Li-ion battery





ขณะเดียวกัน สถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change ของ ส.อ.ท. ได้ดำเนินการ Early Warning เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนสมาชิก ส.อ.ท. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ฝ่ายอาเซียนและโลจิสติกส์อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผลกระทบต่อภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงความช่วยเหลือที่ภาคธุรกิจต้องการเพิ่มเติม





“ส.อ.ท. จะติดตามสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การประเมินความเสียหายมีความครบถ้วนมากขึ้น และพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกประสานระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการโดยเร็วที่สุด เพราะการฟื้นฟูโรงงานหนึ่งแห่งไม่ได้หมายถึงการฟื้นฟูเฉพาะผู้ประกอบการรายนั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาการจ้างงาน การผลิต และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานของประเทศด้วย”นางพิมพ์ใจ กล่าว





อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. วางแผนจะให้คำปรึกษาด้านดูแลซ่อมบำรุงเครื่องจักร กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ โดยจะจัดทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ ลงให้คำปรึกษาแก่สมาชิกเกี่ยวกับการดูแล ซ่อมบำรุงเครื่องจักร และอุปกรณ์ระบบอัตโนมัติที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมต่อไป





ทั้งนี้ ตัวเลขความเสียหายดังกล่าวเป็น การประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลที่รวบรวมได้บางส่วน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับข้อมูลจากสมาชิกและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม โดย ส.อ.ท. จะเร่งติดตามและปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.