รีวิว Lanterns ซีรีส์ Green Lantern จาก HBO ที่ไม่ได้มีดีแค่พลังแหวน แต่โดดเด่นด้วยบทสืบสวนสุดเข้มข้น ตัวละครที่มีมิติ และปมจากอดีต พร้อมสรุปข้อดี-ข้อเสียแบบไม่สปอยล์
ช่วงนี้ถ้าใครกำลังหาซีรีส์ดูอยู่ และอยากได้อะไรที่บทค่อนข้างเข้ม มีอะไรให้คิดตามตลอด Lanterns เป็นอีกเรื่องที่ผมอยากแนะนำ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็น Green Lantern ในแบบที่หลายคนคาดหวัง
ใครที่อยากเห็นฉากต่อสู้แบบจัดเต็ม พลังแหวนปล่อยกันตูมตาม หรือฮีโร่ใส่ชุดมาแอ็กเท่กันทุกตอน อาจต้องลดความคาดหวังลงสักหน่อย เพราะสิ่งที่ Lanterns ให้ความสำคัญมากกว่าคือ ตัวละคร การสืบสวน และเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา
เรื่องราวจำดำเนินผ่าน ฮาล จอร์แดน (Hal Jordan) ซึ่งรับบทโดย Kyle Chandler และ จอห์น สจ๊วต (John Stewart) ซึ่งรับบทโดย Aaron Pierre ที่ต้องมาทำงานร่วมกันเพื่อสืบสวนคดีลึกลับบนโลก โดยตัวเรื่องเลือกใช้บรรยากาศของซีรีส์สืบสวนและอาชญากรรม มากกว่าจะรีบพาคนดูออกไปลุยจักรวาล DC ตั้งแต่ต้น และตรงนี้แหละครับที่ทำให้ Lanterns ต่างจากซีรีส์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ
ไม่ได้ขายแค่พลังของ Green Lantern แต่ขาย “คน” ที่อยู่ใต้แหวนสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในเรื่องคือการที่ซีรีส์ใช้เวลาไปกับการทำความรู้จักตัวละคร ฮาล จอร์แดน ที่ไม่ได้ถูกวางให้เป็นฮีโร่ที่เก่งไปทุกอย่างหรือมีคำตอบให้กับทุกปัญหา เขาเป็นคนที่ผ่านประสบการณ์มามาก มีทั้งความมั่นใจ ความเหนื่อยล้า และเรื่องราวบางอย่างจากอดีตที่ยังติดอยู่กับตัวเขา
ส่วน จอห์น สจ๊วต ก็ไม่ได้เข้ามาในฐานะตัวละครหน้าใหม่ที่มีหน้าที่แค่ตาม ฮาล และเรียนรู้จากเขาเท่านั้น จอห์น มีบุคลิก ความคิด และปัญหาของตัวเอง และเรื่องก็ค่อย ๆ พาเราไปทำความเข้าใจว่าอะไรหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแบบนี้
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่แรก บางครั้งเห็นตรงกัน บางครั้งก็ไม่เห็นด้วย และยังมีความต่างระหว่างคนที่ผ่านสนามมามากกับคนที่ยังต้องค้นหาตัวเองอยู่ แต่ผมว่าตรงนี้แหละที่ทำให้คู่หูคู่นี้น่าติดตามมากๆ
ถ้าจะให้ผมอธิบาย Lanterns แบบง่าย ๆ ผมคงบอกว่า นี่คือซีรีส์สืบสวนที่มี Green Lantern เป็นตัวละครหลัก ตัวเรื่องไม่รีบเอาพลังแหวนมาใช้ทุกครั้งที่มีปัญหา แต่เลือกให้ Hal และ John ค่อย ๆ ตามหาคำตอบ เก็บข้อมูล และต่อจิ๊กซอว์ของคดีไปทีละส่วน มันเลยทำให้เรามีอะไรให้คิดตามอยู่ตลอด ใครกำลังพูดความจริง? เรื่องที่เราเห็นตอนแรกอาจมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า? แล้วสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ผมชอบตรงนี้ เพราะมันทำให้เราดูไปพร้อมกับตัวละคร ไม่ใช่แค่รอว่าฉากต่อไปจะมีใครปล่อยพลังอะไรออกมาในบางช่วงบรรยากาศของเรื่องให้ความรู้สึกใกล้เคียงซีรีส์อาชญากรรมมากกว่าซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นทำให้ Lanterns มีเอกลักษณ์ของตัวเองพอสมควร
อีกเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นจุดแข็งคือ ซีรีส์ไม่ได้พยายามแบ่งคนเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายเลวแบบง่าย ๆ ตัวละครแต่ละคนมีเหตุผล มีข้อผิดพลาด และมีเรื่องที่ตัวเองต้องแบกรับอยู่ บางครั้งเราก็อาจไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเขาทำ แต่พอดูไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจแบบนั้น ตรงนี้ทำให้เรื่องมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น
เพราะในชีวิตจริง คนเราไม่ได้มีแค่ด้านเดียว ทุกคนเคยทำผิด ทุกคนมีเรื่องที่เสียใจ และบางเรื่องจากอดีตก็ไม่ได้หายไปแค่เพราะเวลาผ่านไป Lanterns เอาเรื่องพวกนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครได้ค่อนข้างดี มันเลยไม่ได้มีแค่คำถามว่า “ใครเป็นคนร้าย?” แต่ยังมีคำถามว่า “คนเราจะอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้ได้อย่างไร?” ซึ่งผมว่าคำถามหลังนี่น่าสนใจกว่าเสียอีก
จุดที่อาจไม่ถูกใจทุกคนแน่นอนว่า Lanterns ก็มีข้อเสีย ข้อแรกคือ จังหวะของเรื่อง บางช่วงค่อนข้างช้า โดยเฉพาะตอนที่กำลังปูตัวละครหรือค่อย ๆ เปิดรายละเอียดของคดี
สำหรับคนที่ชอบอะไรเร็ว ๆ มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นตลอดเวลา อาจรู้สึกว่าเรื่องใช้เวลามากเกินไปกว่าจะไปถึงบางจุด อีกเรื่องคือฉากแอ็กชัน มีให้ดู แต่ไม่ได้เป็นหัวใจหลักของเรื่อง และไม่ได้มีการโชว์พลังแบบจัดเต็มตลอดเวลา
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเปิดเรื่องนี้มาเพราะอยากดู Green Lantern ใช้แหวนสร้างอะไรใหญ่ ๆ ต่อสู้กันทุกตอน อาจรู้สึกว่ายังไม่จุใจแต่สำหรับผม นี่เป็นเรื่องของความคาดหวังมากกว่า เพราะ Lanterns ดูเหมือนจะรู้ตัวดีว่าตัวเองอยากเล่าอะไร และไม่ได้พยายามเป็นซีรีส์ที่มีแต่ฉากแอ็กชันเพื่อเอาใจทุกคน
นักแสดงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เรื่องดูต่อได้Kyle Chandler กับ Aaron Pierre ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ช่วงที่เรื่องเดินช้าดูไม่น่าเบื่อจนเกินไป Chandler ทำให้ ฮาล มีความรู้สึกเหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะจริง ๆ ไม่ได้ดูเป็นฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบตลอดเวลา
ส่วน Pierre ทำให้ จอห์น ดูนิ่งและมีระยะห่างจากคนอื่นพอสมควร และมีรายละเอียดเล็ก ๆ ในการแสดงที่ทำให้เราอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวละครกำลังคิดอะไรอยู่ ที่สำคัญคือเคมีของทั้งคู่ค่อนข้างดี ไม่ได้เป็นคู่หูที่เข้าขากันแบบสำเร็จรูป แต่เป็นสองคนที่ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กัน และตรงนี้ช่วยให้ความสัมพันธ์ของตัวละครดูเป็นธรรมชาติขึ้น
ผมคิดว่านี่เป็นข้อดีอีกอย่างของเรื่อง ต่อให้คุณไม่ได้รู้เรื่อง Green Lantern มาก่อน ก็ยังสามารถดู Lanterns ได้ เพราะแกนหลักของเรื่องยังอยู่ที่การสืบสวนและตัวละคร
คนที่เป็นแฟน DC หรืออ่านคอมิกส์มาก่อนอาจสนุกกับรายละเอียดบางอย่างมากกว่า แต่คนดูทั่วไปก็ไม่ได้ถูกโยนข้อมูลจักรวาลจำนวนมหาศาลใส่ตั้งแต่ต้น ดังนั้น ถ้าใครไม่เคยดู Green Lantern มาก่อน ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะตามเรื่องไม่ทัน
สรุปหลังจากดูแล้ว สิ่งที่ผมชอบที่สุดใน Lanterns คือมันไม่ได้พยายามทำให้ทุกอย่างยิ่งใหญ่ตลอดเวลา มันไม่ได้ต้องมีฉากต่อสู้ทุกตอน ไม่จำเป็นต้องมีพลังระเบิดภูเขาเผากระท่อมเพื่อทำให้เราสนใจ
บางครั้งแค่ตัวละครสองคนคุยกัน แล้วเรารู้สึกว่า “เดี๋ยวนะ แล้วเรื่องนี้มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังอีกหรือเปล่า?” ก็เพียงพอที่จะทำให้เราอยากดูต่อแล้ว ข้อดีของเรื่องคือการแสดง บรรยากาศสืบสวน การเขียนตัวละคร และปริศนาที่ทำให้เราคอยคิดตาม
ส่วนข้อเสียคือจังหวะบางช่วงค่อนข้างช้า และแฟน Green Lantern ที่อยากเห็นฉากแอ็กชันหรือการใช้พลังแบบจัดเต็มอาจรู้สึกว่ายังไม่มากพอ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบอะไรที่ทำให้เราได้คิด และชอบเห็นตัวละครที่มีทั้งด้านดี ด้านแย่ ความผิดพลาด และเรื่องที่ยังฝังใจอยู่ ผมว่าเรื่องนี้มีอะไรให้คุณมากกว่าที่เห็นจากตัวอย่างหรือชื่อ Green Lantern เสียอีก
เพราะท้ายที่สุดแล้ว คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ว่า ใครเป็นคนดีหรือใครเป็นคนร้าย แต่คือ เมื่อเราทำผิดพลาดไปแล้ว เราจะอยู่กับอดีตนั้นต่อไป หรือเลือกที่จะปล่อยมันลงได้จริง ๆ และนั่นคือส่วนที่ทำให้ Lanterns เป็นมากกว่าซีรีส์ฮีโร่เรื่องหนึ่ง
พร้อมทั้งส่วนตัวผมชอบตอนจบของซีรีส์เรื่องนี้มาก ปมปริศนาต่างๆที่ถูกวางหมากมาตั้งแต่ตอนแรกก็ถูกคลีคลายอย่างยอดเยี่ยและลงตัวจริงๆ
คะแนนรวม 9/10Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.