งามหน้าข้ามแดน! หนุ่มไทยขี่สกู๊ตเตอร์ชนเด็ก 9 ขวบในเมืองควังจูจนเจ็บหนักแล้วหนี เจ้าตัวรับกลัวโดนจับได้ว่าเป็นผีน้อย สุดท้ายไม่รอด โดนรวบตัวคาคดียาเสพติดดำเนินคดีเพิ่ม
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. บริเวณใกล้ทางออกหมายเลข 4 สถานีโดซาน เขตควังซาน เมืองควังจู ขณะเด็กหญิงวัย 9 ขวบกำลังขี่จักรยาน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีชายและหญิงนั่งมาด้วยกันชนเด็กจนล้ม ก่อนผู้ขับขี่จะออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ
เด็กหญิงได้รับบาดเจ็บบริเวณช่องปากอย่างหนัก ฟัน 1 ซี่หลุดออกจากแรงกระแทก ขณะที่อีกซี่ถูกดันเข้าไปในเหงือกจนต้องเข้ารับการผ่าตัด
สำนักข่าว YTN รายงานว่าแพทย์ยังประเมินว่าเด็กอาจสูญเสียฟันแท้เพิ่มอีก 3 ซี่ จากผลของอุบัติเหตุครั้งนี้
หลังเกิดเหตุ พ่อของเด็กโพสต์ขอเบาะแสผ่านชุมชนออนไลน์ พร้อมเปิดเผยลักษณะเด่นของรถคันที่ก่อเหตุว่าเป็น สกู๊ตเตอร์สีม่วง มีสติกเกอร์รูปหน้ายิ้มติดบริเวณตัวรถ เนื่องจากจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดครอบคลุมมากนัก และมีเส้นทางที่สามารถหลบหนีออกไปได้หลายทาง
ตำรวจสถานีควังซานไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและข้อมูลจากประชาชน กระทั่งระบุตัวผู้ขับขี่ได้ว่าเป็นชายสัญชาติไทยวัย 36 ปี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตามตัวกลับพบว่าเขาอยู่ในห้องควบคุมของสถานีตำรวจมกโพแล้ว
ชายไทยถูกตำรวจจับที่บ้านพักในย่านพย็องดง เมืองควังจู เมื่อวันที่ 28 กันยายน ในคดีละเมิดกฎหมายควบคุมยาเสพติด ซึ่งเป็นคนละคดีกับอุบัติเหตุสกู๊ตเตอร์ ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม ศาลออกหมายขัง ทำให้เมื่อชุดสืบสวนคดีชนแล้วหนีตามตัวพบ เขาถูกควบคุมอยู่ที่สถานีตำรวจมกโพแล้ว
ตำรวจเข้าสอบสวนเรื่องอุบัติเหตุเพิ่มเติม ชายคนดังกล่าวปฏิเสธในช่วงแรก ก่อนยอมรับภายหลังว่าเป็นผู้ขี่สกู๊ตเตอร์ชนเด็กแล้วออกจากที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบพบว่า เขาเดินทางเข้าเกาหลีใต้ตั้งแต่ ปี 2561 และปัจจุบันระยะเวลาพำนักตามกฎหมายหมดอายุแล้ว อีกทั้งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ขณะเกิดเหตุทำงานรับจ้างรายวันอยู่ในเกาหลีใต้
ชายไทยให้การกับตำรวจว่า หลังชนเด็กเกิดความกลัวว่าหากอยู่ในที่เกิดเหตุต่อ เจ้าหน้าที่จะตรวจพบว่าตัวเองพำนักในประเทศอย่างผิดกฎหมาย จึงตัดสินใจหลบหนี
ตำรวจแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขับรถชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนี รวมถึงตรวจสอบเรื่องขับสกู๊ตเตอร์โดยไม่มีใบอนุญาตเพิ่มเติม ส่วนคดียาเสพติดที่ทำให้ชายคนนี้ถูกจับก่อนหน้านั้นยังดำเนินแยกอีกคดีหนึ่ง
ในวันเกิดเหตุมี หญิงไทยนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ตำรวจระบุว่าเธอแจ้งความประสงค์จะเข้ามอบตัว โดยเจ้าหน้าที่เตรียมสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์และพฤติการณ์หลังเกิดเหตุเพิ่มเติม
ด้านพ่อของเด็กให้สัมภาษณ์กับ YTN หลังทราบข่าวการติดตามตัวผู้ขับขี่ว่า รู้สึกโล่งใจที่ตำรวจสามารถตามตัวผู้ก่อเหตุได้ หลังครอบครัวกังวลอย่างมากเนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุแทบไม่มีพยานหรือกล้องวงจรปิด พร้อมหวังให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย
ขณะนี้ตำรวจเมืองควังจูยังสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งเหตุชนแล้วหนีและพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้อง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายเกาหลีใต้ต่อไป
แหล่งข่าวอ้างอิง
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.