"แอนโธนี ฮัดสัน" กุนซือทีมชาติไทย ยังคงภูมิใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม หลังสู้กับ อินโดนีเซีย ได้อย่างสูสีแม้จะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ในศึกฟีฟ่า อาเซียน 2026 รอบชิงดำ



แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ยังคงภูมิใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมทุกคน หลังยืนหยัดสู้กับ อินโดนีเซีย ได้อย่างสูสีแม้จะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนก็ตาม ในศึกฟีฟ่า อาเซียน 2026 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่ง “ช้างศึก” พ่ายจุดโทษ “อิเหนา” ด้วยสกอร์รวม 4-6 หลัง 120 นาทีเสมอกันดุเดือด 2-2





ฮัดสัน กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ อินโดนีเซีย ผมคิดว่าพวกเขาชัดเจนดี และอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง พวกเขามีนักเตะที่ดีและแข็งแกร่ง ส่วนตัวผมเองก็รู้สึกเศร้า ผมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรเหมือนกัน แต่ผมต้องบอกว่าผมภูมิใจกับนักเตะ สำหรับสิ่งที่ทุกคนทุ่มลงไปในเกมนี้ สปิริต การตอบสนองทุกอย่าง และเมื่อทีมต้องเหลือ 10 คน ผมไม่คิดที่จะตำหนิใคร และการดวลจุดโทษก็เหมือนการเล่นลอตเตอรี่ แต่ผมก็ภูมิใจ โดยเฉพาะกับ สรานนท์ เมื่อไหร่ที่เขาได้โอกาสลงสนาม เขาทำได่ยอดเยี่ยมมาก”









“สำหรับการเผชิญหน้ากับ จอห์น เฮิร์ดแมน ผมก็อยากแสดงความยินดีกับเขา ส่วนตัวเราไม่ได้สนิทกันมากเท่าไหร่ แต่เราก็เคยเจอกันมาหลายครั้ง แม้แต่ตอนทีผมคุมทีมชาตินิวซีแลนด์ เราก็เคยเจอกัน ส่วนฟุตบอลอาเซียน ผมคิดว่า ใครก็ตามที่ได้ติดตาม ต่างก็ได้เห็นการพัฒนาอย่างรวดเร็วของแต่ละชาติ”





“อย่างอินโดนีเซีย มีลูกครึ่งมากมาย และผมขอให้พวกเขาโชคดี พวกเขาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง การลงสนามนัดชิงชนะเลิศ ณ ที่แห่งนี้ และเป็นครั้งแรกของรายการนี้ ก็เห็นได้ชัดว่าแฟนบอลอินโดนีเซีย รักฟุตบอลมากแค่ไหน และขอแสดงควาามยินดีกับทุกคน”





“มันเศร้านะกับการแพ้ในเกมนี้ ผมคิดว่าหลังจากนี้ผมคงหยุดพักสักเล็กร้อย และก็เริ่มโฟกัสถึงการเตรียมทีมไปเอเชียน คัพ คืออย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเสียงวิจารณ์ ที่มีต่อผม ผมได้เรียนรู้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาคุมทีม ที่ผ่านมาเรามีขุมกำลังที่แตกต่างมาโดยตลอด เพราะด้วยสถานการณ์ของแต่ละการแข่งขันที่แตกต่างกัน”





“ทั้งในรายการนี้หรืออาเซียน คัพ ก่อนหน้านี้ ที่โจทย์คือเราไม่สามารถเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดได้ และอาจจะรวมถึงช่วงเดือนมิถุนายน ตอนนี้สิ่งที่ผมรู้คือ เรามีแกนหลักจากชุดนี้ที่เราต้องรักษาเอาไว้ ผมภูมิใจที่มีดาวรุ่งหลายคนสอดแทรกเข้ามา พวกเขามีศักยภาพสูงและผมมองว่า ยังมีดาวรุ่งอีกหลายคนที่ไม่ได้ติดทีมชุดนี้แต่จะช่วยทีมได้มาก”





“ผมตื่นเต้นเสมอยามที่ได้ร่วมงานกับดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมา แน่นอนมีนักเตะบางคนที่เรารู้จัก และอยากให้มาช่วยทีมแต่ก็มีอาการบาดเจ็บ รวมถึงการต้องเสียโจนาธาร เข็มดีไปอีก สิ่งสำคัญสำหรับเราตอนนี้คือการสานต่อกลุ่มตัวหลักจากชุดนี้ และพัฒนาให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมามันยากเหมือนกัน เพราะเราต้องเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตลอดเวลา สิ่งที่ผมได้รู้คือกลุ่มนักเตะที่ร่วมงานกันในทัวร์นาเมนต์นี้เป็นกลุ่มนักเตะที่ยอดเยี่ยมมาก ผมมีความสุขที่ได้ร่วมงานด้วย ทุกคนทุ่มเททุกอย่างที่มี การได้ร่วมงานกันในห้องแต่งตัว มันมีความหมายมาก”





“ขอยกตัวอย่าง สารัช อยู่เย็น เขาและคนอื่นๆ ต่างมีอารมณ์ร่วมอย่างมากกับเกมลักษณะนี้ แต่เขาก็ทุ่มเทเพื่อชาติเสมอ การได้ร่วมงานกับนักเตะเหล่านี้ คือสิ่งที่น่ายินดี นี่คือกลุ่มนักเตะที่เราต้องการจะสร้างทมต่อไป และทำให้เกิดการแข่งขันภายในทีม”









“ตอนที่เราเหลือสิบคน เราต้องพยายามหาวิธีเพื่อที่จะอยู่ในเกมให้ได้ และต้องเดินหน้าใส่พวกเขาด้วย และเราก็ได้เปลี่ยนแปลงสองสิ่งให้มันแตกต่างออกไป ต้องยกเครดิตให้กับความกล้าของนักเตะที่ทำให้ทีมกลับมาได้ เรื่องจุดโทษ ผมคิดว่ามันเหมือนกับการเปลี่ยนผู้เล่น ในเกมนี้ผมคิดว่าเราไม่ได้เปลี่ยนตัวเพื่อแก้เกมเลย ส่วนใหญ่เป็นเพราะนักเตะมีอาการบาดเจ็บ”





“บางคนเจ็บซี่โครง บางคนตะคริวจะขึ้น และพอต้องตัดสินที่จุดโทษ ก็ต้องยอมรับว่าทั้งสิบคนที่เล่นอยู่ก็มีความล้ามาก พวกเขาทุ่มเททุกอย่าง เราก็พยายามเดินไปถามว่า คุณมั่นใจไหม มั่นใจแค่ไหน นั่นคือเหตุผลที่เราเลือกคนยิงแบบนั้น ในความคิดผมไม่มีใครผิดหรอก ไม่ว่าจะคนที่ยิงเข้าหรือไม่เข้าก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น สารัช หรือ ณัฐพงษ์ เพราะในเกมพวกเขาก็ทำได้ดีมากๆ เราคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีพวกเขา”





“ส่วนความต่างของทีมชุดนี้กับตอนอาเซียน คัพ ที่ผ่านมา ง่ายๆ เลยคือทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา เราขาดตัวหลักไปหลายคนเพราะนักเตะหลายคนต้องปรีซีซั่นกับสโมสร แต่ข้อดีคือการได้เห็นฟอร์มดาวรุ่งหลายคน ยกตัวอย่างคคนะ คำยก ที่ได้มาเล่นทัวร์นาเมนต์นี้ รวมถึง ยศกร บูรพา พวกเขาเป็นนักเตะรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ ผมเชือมั่นในตัวพวกเขา และมองเห็นอนาคตที่ดี”









“นอกจากนี้ยังมีดาวรุ่งอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้เล่นในอาเซียน คัพ แต่ไม่ได้มาในรายการนี้ ความจริงหลายคนก็เกือบจะได้มีชื่อติดทีมมารายการนี้เช่นกัน ซึ่งรายการก่อนหน้านี้ก็ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผม แต่ตัวผมตอนนี้ก็ต้องพยายามรักษาความต่อเนื่องของขุมกำลังนักเตะเพื่อสร้างและพัฒนาทีมไปในทิศทางที่เราวางแผนเอาไว้”





ด้าน สรานนท์ อนุอินทร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย กล่าวว่า “ก็เสียดายครับ มันเหลืออีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้นที่เราจะเป็นแชมป์ ก็ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ทำเต็มที่ และก็ยินดีกับอินโดนีเซียด้วย ส่วนนักเตะไทยทุกคนก็ทำผลงานออกมาได้ดี ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน”





หลังจากที่ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะเดินทางกลับทันที โดยจะถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 16.05 น. และสตาฟโค้ชจะมีการสรุปผลงานและวางแผนสำหรับทัวร์นาเมนต์ต่อไป ในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงฟีฟ่า เดย์ เดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป.


Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.