ย้อนคดีสะเทือนขวัญ! แม่ใจมาร ขังลูกในไส้วัย 3 ขวบและ 1 ขวบ ไว้ในห้องเช่าเพียงลำพัง ตลอด 50 วัน เด็กน้อยขาดใจดับสลดคู่
ย้อนกลับไปในปี 2010 เกิดคดีสะเทือนใจที่สร้างความเจ็บปวดไปทั่วโลก เมื่อ ซานาเอะ ชิโมมุระ (Sanae Shimomura) คุณแม่วัย 23 ปี ตัดสินใจทิ้งลูกน้อยสองคน ด.ญ.ซากุระโกะ ฮากิ วัย 3 ขวบ และ ด.ช.คาเอเดะ น้องชายวัย 1 ขวบกับ 8 เดือน ให้อยู่ตามลำพังภายในอพาร์ตเมนต์ย่านมินามิโฮริเอะ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยเธอทิ้งอาหารไว้ให้เด็กทั้ง 2 สำหรับสองมื้อ ก่อนจะใช้เทปผนึกประตูห้องแล้วหายตัวไปนานเกือบ 50 วัน เพราะติดเที่ยวกลางคืน
ก่อนหน้านั้นไม่นาน ซานาเอะ เคยแต่งงานและเลี้ยงดูลูก ๆ อยู่ที่เมืองโยไกจิ (Yokkaichi) ในจังหวัดมิเอะ บนโซเชียลมีเดีย ซานาเอะ โพสต์ภาพลูกพร้อมแคปชั่นว่า “ลูก ๆ ทั้งสองคนกำลังเติบโตด้วยดี และการได้เป็นแม่ของพวกเขาทำให้เธอมีความสุข”
แต่ในเดือนพฤษภาคม 2009 เธอและสามีหย่าร้างกัน ซานาเอะพาลูก ๆ ไปด้วย โดยเธอย้ายไปอยู่ที่นาโกย่าก่อนและทำงานอยู่ในบาร์ จากนั้นในเดือนมกราคม 2010 เธอย้ายไปโอซาก้าและเริ่มทำงานที่ร้านนวดสำหรับผู้ใหญ่ นายจ้างของเธอเป็นผู้เช่าอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กที่ทั้งสามคนอาศัยอยู่
เมื่อเวลาผ่านไป ซานาเอะ เริ่มไม่กลับบ้านบ่อยขึ้น เธอไปนอนค้างอยู่กับเพื่อนและผู้ชายที่เธอคบหา และทิ้งให้ลูก ๆ ทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันตามลำพัง ช่วงแรก ๆ ทิ้งลูกไว้เพียงข้ามคืน แต่พักหลังการหายตัวไปของผู้เป็นแม่กลับยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ
ภายในเดือนมีนาคม 2010 เพื่อนบ้านเริ่มได้ยินเสียงเด็ก ๆ ร้องไห้เป็นเวลานานในช่วงที่ ซานาเอะ ชิโมมุระ ไม่อยู่ห้อง จนเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เพื่อนบ้านรายหนึ่งตัดสินใจแจ้งเรื่องที่ได้ยินในเวลากลางคืน บางครั้งในช่วงตีสองหรือตีสาม จะมีเสียงเด็กเล็กเล็ดลอดผ่านอินเตอร์คอมของอพาร์ตเมนต์ ร้องไห้และเรียกหาแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ต่อมาเจ้าหน้าที่สวัสดิภาพเด็กถูกส่งมาที่อพาร์ตเมนต์ พวกเขาเคาะประตู แต่กลับไร้เสียงตอบรับ เจ้าหน้าที่กลับมาอีกหลายครั้ง รวมทั้งหมด 5 ครั้ง แต่ทุกครั้งประตูก็ยังคงปิดสนิท ไม่มีใครเห็นแม้แต่เงาของ ซากุระโกะ หรือ คาเอเดะ เลยสักครั้ง
เจ้าหน้าที่ กล่าวว่า “พวกเขาไม่ได้ขออนุญาตพังประตูเข้าไปเนื่องจากไม่ทราบชื่อหรืออายุที่แน่ชัดของครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่นั่น”
แต่นี่ไม่ใช่สัญญาณเตือนครั้งแรก ในปี 2009 ขณะที่ครอบครัวนี้ยังอาศัยอยู่ในจังหวัดไอจิ ซากุระโกะเคยถูกนำตัวไปอยู่ในการคุ้มครองของตำรวจชั่วคราวเนื่องจากมีความกังวลว่าเธออาจถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่สวัสดิภาพเด็กในนาโกย่าพยายามติดต่อซานาเอะถึงแปดครั้ง แต่ในเวลาต่อมาเด็ก ๆ ทั้ง 2 ก็กลับไปอยู่ในความดูแลของ ซานาเอะ ผู้เป็นแม่เหมือนเช่นเคย
ต่อมา ในวันที่ 9 มิถุนายน ซานาเอะกลับมาที่อพาร์ตเมนต์
เธอนำขนมปังนึ่ง ข้าวปั้น ซูชิห่อมือ และน้ำผลไม้มาด้วย ก่อนจะออกจากห้องไปอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ใช้เทปหลายชั้นผนึกประตูระหว่างห้องโถงหลักกับทางเข้าอพาร์ตเมนต์ จากนั้นเธอก็ล็อคประตูหน้าแล้วเดินจากไป เธอไม่ได้ขอให้ใครแวะมาดูอาการของเด็ก ๆ เธอไม่ได้โทรหาพ่อของเด็ก ครอบครัวของเธอเอง หรือหน่วยงานสวัสดิภาพเด็ก แต่อย่างใด และการออกจากบ้านไปครั้งนี้เธอก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
ตลอดหลายสัปดาห์ต่อมา ซานาเอะ ยังคงไปทำงาน เที่ยวกลางคืน และพักอยู่กับเพื่อนชายที่เธอคบหาอยู่
ภายในอพาร์ตเมนต์ ซากุระโกะ พี่สาววัย 3 ขวบ และ คาเอเดะ น้องชายวัย 1 ขวบเศษ ใช้ชีวิตอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยวมตามลำพัง เครื่องปรับอากาศถูกปิดไว้ ขยะ ภาชนะใส่อาหารเปล่า ผ้าอ้อม และสิ่งปฏิกูลอื่น ๆ กองอยู่เต็มพื้น
จำนวนอาหาอันน้อยนิดที่ผู้เป็นแม่นำมาให้ครั้งสุดท้ายหมดลง ซากุระโกะ ในวัย 3 ขวบ เริ่มค้นหาทุกสิ่งในอพาร์ตเมนต์ที่พอกินประทังชีวิตทั้งเธอและน้องชายเอาไว้ได้นานที่สุด
หลักฐานที่ทิ้งไว้แสดงให้เห็นว่าเธอพยายามมากเพียงใด รอยมือเล็ก ๆ ของเธอถูกพบบนประตูตู้เย็น เธอคุ้ยหาของในกองขยะและเลียเศษบะหมี่ถ้วยเก่าจนเกลี้ยง เธอกินทุกอย่างที่หาเจอในตู้เย็น รวมถึงมัสตาร์ด มายองเนส และซอสบะหมี่โซเมนปริมาณเล็กน้อย เธอถึงกับพยายามกวาดเศษน้ำแข็งชิ้นเล็ก ๆ จากช่องแช่แข็งมาแบ่งกินกับน้องชายด้วย
จนในที่สุด แม้แต่เศษอาหารก็หมดไป ไม่เหลืออะไรให้เด็กน้อยทั้งคู่กินประทังชีวิตได้อีกต่อไป เมื่อวันเวลาผ่านไป เด็ก ๆ ก็ยิ่งอ่อนแอลงเรื่อย ๆ รอบตัวพวกเขารายล้อมไปด้วยขยะและสิ่งปฏิกูล ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนพบร่องรอยว่า คาเอเดะ วัย 1 ขวบ 8 เดือน กินสิ่งขับถ่ายของตัวเองเข้าไปบางส่วน และคาดการณ์ว่า ซากุระโกะ พี่สาววัย 3 ขวบ เสียชีวิตเป็นคนแรก จากการที่เธอล้มป่วยหลังกินอาหารเน่าเสียในกองขยะ
เจ้าหน้าที่สืบสวนประเมินว่า คาเอเดะ มีชีวิตอยู่ต่อมาอีกอย่างน้อยสิบชั่วโมง ในช่วงเวลาสุดท้ายเหล่านั้น เขาอยู่ตามลำพังข้าง ๆ ร่างของพี่สาว ที่พยายามอย่างหนักเพื่อรักษาชีวิตของน้องชายเอาไว้ จากนั้น คาเอเดะ ก็สิ้นใจตามพี่สาวไป
ผลการชันสูตรพบว่า ทั้ง ซากุระโกะ และ คาเอเดะ เสียชีวิตจากภาวะขาดสารอาหารและขาดน้ำอย่างรุนแรง
เกือบ 50 วันผ่านไปนับตั้งแต่แม่ของพวกเขาขังพวกไว้ข้างในห้องเช่า ในที่สุด ซานาเอะ ก็กลับมา เธอเข้าไปในอพาร์ตเมนต์และเห็นซากุระโกะกับคาเอเดะนอนอยู่ด้วยกันบนพื้น เธอไม่ได้โทรแจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล เธออยู่เพียงไม่นานก็เดินออกจากห้องไป และทิ้งร่างของลูก ๆ เอาไว้อีกครั้ง
ซานาเอะ ส่งข้อความหาหัวหน้างานของเธอว่า “อพาร์ตเมนต์เต็มไปด้วยขยะ และยอมรับว่าทิ้งลูก ๆ เอาไว้ตามลำพัง ไม่รู้จะทำอย่างไรดี อยากตาย”
จากนั้นเธอก็เดินทางไปโกเบกับคนรู้จักและเข้าพักที่โรงแรม
หัวหน้างานของเธอเดินทางไปตรวจสอบอพาร์ตเมนต์ด้วยตัวเอง เมื่อไปถึงหน้าประตูและสังเกตเห็นกลิ่นเหม็น เขาจึงโทรแจ้งตำรวจ เวลาประมาณ 01.10 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้บันไดปีนขึ้นไปยังระเบียงชั้นสาม ภายในอพาร์ตเมนต์มืดสนิท เมื่อพวกเขาฉายไฟฉายเข้าไปข้างใน ก็พบกองขยะทับถมกันจนเต็มพื้น มีเพียงพื้นที่ว่างเล็ก ๆ ตรงกลางห้องเท่านั้นที่ยังพอโล่งอยู่ และนั่นคือจุดที่พวกเขาพบร่างของ ซากุระโกะ และ คาเอเดะ เด็ก ๆ ไม่ได้สวมเสื้อผ้า ร่างทั้งสองนอนอยู่เคียงข้างกัน และร่างเริ่มย่อยสลายตามกาลเวลาที่ผ่านไป
ต่อมามีรายงานว่า ตำรวจสามารถจับกุม ซานาเอะ ได้ในวันเดียวกันนั้น ระหว่างการสอบสวน เธอยอมรับว่า “เริ่มสนุกกับชีวิตเที่ยวกลางคืน เที่ยวบาร์โฮสต์ และการใช้ชีวิตนอกบ้าน การดูแลเด็ก ๆ กลายเป็นเรื่องยุ่งยากเกินไป และเธอต้องการออกไปเที่ยวข้างนอก”
ซานาเอะ ถูกตั้งข้อหา “ฆาตกรรม” เด็กทั้งสองคน แต่ในเวลาต่อมา ทนายความของเธอโต้แย้งว่า “ซานาเอะ ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า และขอให้เปลี่ยนข้อหาเป็นการละทิ้งจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายแทน และซานาเอะ อาจป่วยเป็นโรคทางจิตเวชประเภทความผิดปกติทางจิตใจแบบแตกแยก (dissociative disorder)”
แต่ศาลเห็นว่าเธอเข้าใจดีว่าเด็กเล็กมากสองคนไม่สามารถรอดชีวิตตามลำพังได้โดยแทบไม่มีอาหารเลย การใช้เทปปิดผนึกประตู ล็อคอพาร์ตเมนต์ และหายตัวไปเป็นเวลาหลายสัปดาห์เท่ากับว่าซานาเอะยอมรับแล้วว่าพวกเขามีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิต อัยการร้องขอโทษจำคุกตลอดชีวิต
ในวันที่ 16 มีนาคม 2012 ซานาเอะ ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 30 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกระยะกำหนดที่นานที่สุดภายใต้กฎหมายญี่ปุ่นในขณะนั้น เธอยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลยังคงยืนตามคำพิพากษาเดิม
ในเดือนมีนาคม 2013 ศาลสูงสุดของญี่ปุ่นปฏิเสธคำอุทธรณ์ครั้งสุดท้ายของเธอ ทำให้โทษจำคุก 30 ปีมีผลเด็ดขาด
ในระหว่างการพิจารณาคดี รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัยเด็กของซานาเอะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน แม่ของเธอกล่าวว่า “เคยทิ้งซานาเอะและน้องสาวให้อยู่ตามลำพังซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่พวกเธอยังเด็ก แม้ว่าซานาเอะจะยังเด็กมาก แต่เธอก็ต้องรับหน้าที่ดูแลน้องสาวของตัวเอง
ตอนอายุ 14 ปี เธอยังรอดชีวิตจากการถูกทำร้ายทางเพศอย่างรุนแรงโดยผู้ก่อเหตุหลายคน” อดีตของเธออาจช่วยอธิบายปัญหาทางอารมณ์และสุขภาพจิตที่ร้ายแรงซึ่งทนายความของเธอยกขึ้นมาอ้างได้
แต่ศาลสรุปว่า เธอเข้าใจการกระทำของตนเองดีและต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไป คดีนี้ยังสร้างความโกรธแค้นให้กับกระแสสังคมเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานสวัสดิภาพเด็ก เจ้าหน้าที่เคยเดินทางมาที่อพาร์ตเมนต์ถึงห้าครั้งหลังจากเพื่อนบ้านแจ้งว่าได้ยินเสียงเด็ก ๆ ร้องไห้ แต่ทุกครั้งกลับจบลงโดยที่ไม่มีใครได้เห็นหน้าซากุระโกะหรือคาเอเดะเลย
เจ้าหน้าที่กล่าวในภายหลังว่า “พวกเขาไม่ได้พังประตูเข้าไปเพราะไม่มีใครตอบรับและไม่สามารถระบุตัวตนของครอบครัวที่อาศัยอยู่ได้”
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.