ภรรยาของชายวัย 48 ปี ที่ถูกแทงเสียชีวิตใกล้งานขึ้นบ้านใหม่ เรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 คนรับผิดชอบ หลังสูญเสียเสาหลัก พร้อมระบุจะยังไม่เผาศพ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม
วันที่ 19 ต.ค.2569 ผู้สื่อช่าว ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านหนองดู่ ต.ป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อพบญาติ และชาวบ้าน ที่ช่วยกันทำอาหารเลี้ยงแขกที่มาร่วมงานศพนายโกวิท อายุ 48 ปี ถูกแทงเสียชีวิต ริมถนนสายบ้านไผ่–หนองสองห้อง บริเวณบ้านหนองดู่ หมู่ 3 ต.ป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 17 ต.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งศพบำเพ็ญกุศลเป็นคืนที่ 2 ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและครอบครัว
ภรรยาผู้เสียชีวิต อายุ 38 ปี กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุนั้น ช่วงกลางวันยังคุยกับสามีเรื่องงานตามปกติ ส่วนช่วงค่ำก็มีโทรศัพท์คุยกัน ช่วงประมาณ 19.00–20.00 น. หลังคุยเสร็จตนก็นอนหลับ กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. ญาติฝ่ายสามีโทรมาแจ้งว่าสามีถูกแทง และกำลังนำส่งโรงพยาบาล ขณะนั้นยังไม่ได้แจ้งว่าเสียชีวิต ต่อมาระหว่างเตรียมเดินทาง ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งอีกครั้งว่าสามีเสียชีวิตแล้ว
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรับรู้รายละเอียดบางส่วนจากคลิป โดยเข้าใจว่าสามีขึ้นรถ และสตาร์ทเครื่องเตรียมกลับบ้านแล้ว ก่อนเปิดประตูลงมา และถูกกลุ่มคนรุมทำร้ายจนถูกแทง ตนคาดว่าสามีอาจได้ยินเสียงโวยวาย หรือเสียงแก้วแตก จึงลงจากรถ ส่วนเรื่องเตะเศษแก้วใส่คนกลุ่มนั้น ตนยืนยันว่าสามีไม่ได้ทำ โดยระบุว่ามีคนที่อยู่ด้านหลังรถ เป็นคนทำแก้วแตก และสามีไม่ได้ไปมีปากเสียงและไม่เคยรู้จักกับคนกลุ่มนี้มาก่อน
ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวอีกว่า สามีเป็นเสาหลักของครอบครัว มีแต่ทำงาน นาน ๆ จึงจะได้กลับบ้านในช่วงเทศกาล หรือเมื่อมีงานแถวบ้าน ตนเป็นคู่ชีวิตคนที่ 2 ของสามี ยังไม่มีลูกด้วยกัน แต่ต่างฝ่ายต่างมีลูกมาก่อน และช่วยกันดูแล ลูกของตนเป็นผู้ชายทั้งคู่ ส่วนสามีมีทั้งลูกชายและลูกสาว โดยลูกชายของสามีไม่สามารถพูดได้
นอกจากนี้ สามียังต้องหาเลี้ยงน้องชายอีก 2 คน หลังพ่อแม่เสียชีวิต โดยน้องชายคนหนึ่งไม่มีหลักแหล่ง ส่วนอีกคนทำงานบ้าง ไม่ได้ทำบ้าง สามีรับผิดชอบทั้งหนี้สินของพ่อแม่ ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และการดูแลน้อง เมื่อขาดสามีไปจึงไม่รู้ว่าครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร ขณะที่ลูก ๆ ต้องสูญเสียพ่อซึ่งเป็นเสาหลักไปด้วย
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเพียงครอบครัวของผู้ที่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นคนแทงเข้ามาพูดคุย และยอมรับผิด ส่วนครอบครัวของผู้ร่วมเหตุอีก 3 คนยังไม่ได้เข้ามา เท่าที่ตนทราบ ทั้ง 3 คนได้รับการประกันตัวแล้ว
ตนอยากให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนเข้ามารับผิดชอบ และเห็นใจครอบครัว หากยังไม่เข้ามาจะให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป เพราะคดียังไม่สิ้นสุด พร้อมขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่อยากให้เหตุลักษณะนี้เกิดกับครอบครัวอื่นอีก และจะยังไม่เผาศพสามี จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ขณะที่พ่อของนายอภิชัย หรือน้องจ๊อบ อายุ 26 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า จากการสอบถามลูกชาย ทราบว่าก่อนเกิดเหตุลูกชายอยู่บ้าน ส่วนน้าชายซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตมาเอาผ้าใบพอดี จึงพากันไปชมหมอลำ พร้อมกลุ่มญาติประมาณ 3–4 คน ต่อมาลูกชายเข้าไปช่วย และห้ามขณะน้าชายถูกทำร้าย จึงถูกมีดได้รับบาดเจ็บ
ตนไม่ได้ไปงานด้วย และยังไม่ได้ซักถามลูกชายมากนัก เพราะลูกชายยังบาดเจ็บอยู่ จึงไม่ทราบรายละเอียดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ขณะนี้ลูกชายออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังต้องไปล้างแผล ทำแผล และพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการ ตนจึงยังไม่วางใจว่าอาการปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งลูกชายยังเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ตนเองก็รู้สึกเสียใจและมองว่าการใช้มีดทำร้ายลูกชายรุนแรงถึงขั้นพยายามฆ่า จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 คนรับผิดชอบ เยียวยาทำขวัญลูกชายและเยียวยาจิตใจครอบครัว ส่วนเรื่องประกันตัว ในความเห็นของตนไม่เห็นว่าควรได้รับการประกันตัว เพราะมองว่าผู้ที่เข้าไปร่วมทำร้ายควรรับผิดชอบร่วมกัน และต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.บ้านไผ่ เปิดเผยว่า ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องครบทั้ง 4 คนแล้ว โดยผู้ต้องหาที่ตำรวจระบุว่าเป็นผู้ใช้มีดให้การรับสารภาพ และให้การว่าทำขวดเครื่องดื่มตกแตก ก่อนคู่กรณีเตะเศษแก้วใส่ จนเกิดการทะเลาะกัน ส่วนอีก 3 คนให้การยอมรับว่าร่วมทำร้ายคู่กรณี แต่ไม่ได้ใช้มีด โดยอ้างว่าเข้าไปช่วยเพื่อนที่ถูกทำร้าย
เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาผู้ต้องหาตามพฤติการณ์แล้ว ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงเตรียมเรียกสอบเจ้าของงาน ผู้ถ่ายคลิป และพยานของผู้ต้องหา เพื่อให้ข้อเท็จจริงชัดเจน และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ก่อนสรุปสำนวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.