เจ้าของคาเฟ่ชาวจีน ร้องไห้เล่านาทีเด็ก 12 ปีนำทีมม็อบฝรั่งเศส ทุบหน้าต่าง-ประตู บุกทำร้ายร่างกาย ก่อนจุดไฟเผาวอด
สองวันหลังเกิดเหตุจลาจลและการปล้นสะดมครั้งใหญ่ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา บรรยากาศบนถนน Rue Beaurepaire ในกรุงปารีสยังคงคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นควันไฟ กองขยะที่ถูกเผา และซากรถจักรยานที่ไหม้เกรียมถูกทิ้งไว้ท่ามกลางเศษกระจกร้านค้าที่แตกกระจาย
หนึ่งในร้านที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักคือ La Barrique ซึ่งเป็นทั้งคาเฟ่ บาร์ และร้านขายยาสูบในย่านนั้น ร้านถูกผู้ก่อจลาจลจุดไฟเผาจนวอดเกือบทั้งหลัง ล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปของ Aline Li หญิงชาวจีนวัยกลางคนจากมณฑลเจ้อเจียง เจ้าของร้าน กำลังยืนร้องไห้ดูช่างไม้ตีแผ่นไม้ปิดซากความเสียหายอยู่หน้าร้าน แม้ใบหน้าของเธอจะมีรอยแผลและรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้าย แต่เธอยังคงยิ้มและทักทายเพื่อนบ้านที่แวะเวียนมาให้กำลังใจ พร้อมบอกกับทุกคนว่า “ฉันสบายดี สิ่งสำคัญคือพวกคุณทุกคนก็ปลอดภัยเหมือนกัน”
เธอคือตัวแทนของผู้ประกอบการกว่า 3,000 แห่งที่ตกเป็นเหยื่อของการปล้นสะดมทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสูญเสียจากเหตุจลาจลในเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีของฝรั่งเศส และรัฐบาลก็ออกมายอมรับว่าเกิดจากความผิดพลาดด้านข่าวกรองจนตำรวจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
ย้อนกลับไปเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันเสาร์ เธอสังเกตเห็นว่าการประท้วงบริเวณ Place de la Republique ที่อยู่ใกล้เคียงเริ่มรุนแรงขึ้น เจ้าตัวและครอบครัวจึงรีบยกโต๊ะเก็บและดึงประตูม้วนเหล็กปิดร้าน ขณะที่ทุกคนคิดว่าจะหลบภัยอยู่ด้านในได้อย่างปลอดภัยกลับได้ยินเสียงตะโกนพุ่งเป้ามาที่ร้านของเธอ จากนั้นผู้ก่อจลาจลก็ช่วยกันงัดประตูม้วนขึ้น ทุบหน้าต่างและประตู ก่อนจะบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายเธอ
เธอให้สัมภาษณ์กับกลุ่มนักข่าวว่า “พวกเราบอกตัวเองว่าเราทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็เลยต้องปล่อยให้พวกเขาปล้นไป” เวลานั้นตนเองตกใจมากที่เห็นเด็กอยู่ในกลุ่มโจรปล้นร้าน ใบหน้าแรกที่เธอเห็นคือเด็กที่น่าจะอายุประมาณ 12 ขวบเท่านั้น ท้ายที่สุดร้านก็ถูกจุดไฟเผาทำลาย อย่างไรก็ดีเธอเป็นเพียงหนึ่งในเจ้าของธุรกิจหลายคนที่ต้องลุกขึ้นมาปกป้องทรัพย์สินของตัวเอง เนื่องจากตำรวจไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้
ขณะเดียวกัน โอเดเลีย ซิตบง เจ้าของร้านขายยาบนถนนสายเดียวกันที่ถูกปล้น เล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อโทรแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงได้เลย ในตู้เย็นที่โดนเผาไปมียารักษาโรคราคาประมาณ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 470,000 บาท) ของคนไข้ที่กำลังรอรับยาอยู่ และยังมีคนอีกมากที่จำเป็นต้องใช้ยาเหล่านี้
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของฝรั่งเศส เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีธุรกิจอย่างน้อย 3,000 แห่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุจลาจล ขณะที่ อเล็กซองดร์ บอมพาร์ด ซีอีโอของห้าง Carrefour และประธานสมาพันธ์ค้าปลีกฝรั่งเศส (FCD) ประเมินความเสียหายไว้ที่หลายร้อยล้านยูโร
เมื่อเผชิญกับความเสียหายมูลค่ามหาศาล รัฐบาลฝรั่งเศสยอมรับว่าบริหารจัดการสถานการณ์ผิดพลาด โลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุ France Inter ว่า รัฐบาลคาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ประท้วงออกมารวมตัวกันประมาณ 200,000 คน แต่ในวันจริงกลับมีผู้เข้าร่วมการประท้วงทั่วประเทศสูงถึง 550,000 คน
กำลังตำรวจที่เตรียมไว้จึงไม่สมดุลกับจำนวนผู้ประท้วง รวมไปถึงกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวาย โจรปล้นสะดม และกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย นูเญซเผยว่าเขาได้ยื่นใบลาออกต่อประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แล้วแต่ถูกปฏิเสธ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมายอมรับเช่นกันว่ามีความผิดพลาดด้านข่าวกรองเกิดขึ้นจริง
ขณะนี้ยังคงมีการเรียกร้องให้ออกมาประท้วงต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์ความวุ่นวายในฝรั่งเศสจึงดูเหมือนจะยังไม่สงบลงในเร็ว ๆ นี้
ข้อมูลจาก : scmp
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.