“สุริยะ” ยันคนไทยปลูกกะเพรากินเองได้ตามปกติ เอกชนจดคุ้มครองแค่ 4 สายพันธุ์ ห้ามเฉพาะนำไปขยายพันธุ์ขาย ด้านไบโอไทยจี้ทบทวนกฎหมาย

จากกรณีที่สังคมเกิดความกังวลอย่างกว้างขวาง หลังมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทยเปิดเผยข้อมูลว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ จนเกิดคำถามว่าคนไทยจะยังปลูกกะเพราได้อยู่หรือไม่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงเพื่อคลายข้อสงสัย

นายสุริยะระบุว่า กฎหมายเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่ดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ สามารถยื่นขอจดทะเบียนเพื่อรับความคุ้มครองสิทธิในพันธุ์พืชที่พัฒนาขึ้นได้ เช่นเดียวกับการคุ้มครองสิทธิในผลงานวิจัยด้านยา โดยยืนยันว่าการจดทะเบียนดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป


สาระสำคัญที่รัฐมนตรีย้ำคือ ประชาชนยังสามารถนำพันธุ์กะเพราที่ได้รับความคุ้มครองไปปลูกเพื่อบริโภคภายในครัวเรือนได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถนำพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ พร้อมระบุว่ากรมวิชาการเกษตรยังมีนักวิจัยพัฒนาพันธุ์พืชอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้

สำหรับรายละเอียดของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง เป็นกะเพราในตระกูลแก้วจุรีจำนวน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ส่วนแก้วจุรี 02, 03 และ 04 จดทะเบียนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 โดยมีระยะเวลาคุ้มครองตามกฎหมาย 12 ปี สิ้นสุดในปี 2579 นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ได้รับสิทธิคุ้มครองกะเพราอีก 1 สายพันธุ์

ด้านบริษัทซีพีแรมชี้แจงว่า การยื่นขอคุ้มครองทั้ง 4 สายพันธุ์เกิดจากการนำกะเพราที่ใช้กันทั่วไปมาผ่านกระบวนการวิจัย ปรับปรุง และคัดเลือกพันธุ์ จนได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะตามต้องการ คือมีกลิ่นหอม รสเผ็ดเข้มข้น เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารพร้อมรับประทาน

ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของกะเพราทุกสายพันธุ์ในประเทศไทย เนื่องจากกะเพรามีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และมีผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์กะเพราอย่างน้อย 8 แบรนด์ เกษตรกรจึงยังเลือกซื้อ ปลูก และขยายพันธุ์สายพันธุ์อื่นได้โดยไม่ต้องซื้อจากบริษัท


อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่ตั้งคำถามยังไม่คลายกังวล โดยนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี ตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทเอกชนดังกล่าวเคยให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่มหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อปรับปรุงพันธุ์กะเพรา จึงควรพิจารณาว่ามหาวิทยาลัยควรมีส่วนในสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่เกิดจากงานวิจัยนั้นด้วยหรือไม่

ประเด็นที่ไบโอไทยกังวลยิ่งกว่าคือ หากประเทศไทยตัดสินใจเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งเป็นกรอบระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืช สิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์อาจเข้มงวดขึ้นและกระทบสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อหรือคัดเลือกพันธุ์ ซึ่งภายใต้กฎหมายไทยปัจจุบันเกษตรกรยังมีสิทธิบางประการอยู่ รวมถึงการแจกจ่ายพันธุ์ให้เพื่อนบ้านที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ จึงเรียกร้องให้ทบทวนการแก้ไขกฎหมายโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและป้องกันการผูกขาดพันธุ์พืช

ทั้งนี้ ความกังวลในพื้นที่จริงปรากฏชัดที่ตำบลบ้านใหม่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเกษตรกรบางส่วนประกอบอาชีพปลูกกะเพรา โดยกังวลว่าการขึ้นทะเบียนคุ้มครองจะทำให้ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนในราคาสูงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาปลูกและขยายพันธุ์กันเองอย่างอิสระ โดยพันธุ์ที่ปลูกทั่วไปเรียกกันว่ากะเพราใบใหญ่และกะเพราแดง

Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.