วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถิติการจดทะเบียนธุรกิจช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พบธุรกิจจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 68,286 ราย เพิ่มขึ้น 1.40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการมี 13,785 ราย เพิ่มขึ้นถึง 16.05% โดยเฉพาะเดือนกันยายนที่มียอดเลิกกิจการเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน


ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 แสดงให้เห็นว่า แม้จำนวนธุรกิจเปิดใหม่ยังเพิ่มขึ้น แต่การจดทะเบียนเลิกกิจการขยายตัวในอัตราที่สูงกว่ามาก โดยยอดจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เพิ่มจาก 67,345 รายในปี 2568 เป็น 68,286 รายในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 941 ราย ส่วนยอดเลิกกิจการเพิ่มจาก 11,879 ราย เป็น 13,785 ราย หรือเพิ่มขึ้น 1,906 ราย


ด้านทุนจดทะเบียน ธุรกิจที่จัดตั้งใหม่ในช่วง 9 เดือนแรกมีทุนรวม 203,400 ล้านบาท ลดลง 5.05% จากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการมีทุนรวม 120,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 76.03% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 68,590 ล้านบาท



ตัวเลขทุนจดทะเบียนเลิกกิจการเป็นมูลค่าทุนที่บริษัทแจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ได้หมายความว่าภาคธุรกิจสูญเสียเงินลงทุนจริงเป็นจำนวนเท่ากัน


กันยายน 2569 เปิดบริษัทใหม่ 8,088 ราย เลิกกิจการ 2,365 ราย

เฉพาะเดือนกันยายน 2569 มีธุรกิจจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 8,088 ราย เพิ่มขึ้น 175 ราย หรือ 2.21% จากเดือนสิงหาคมที่มี 7,913 ราย แต่หากเทียบกับเดือนกันยายน 2568 ซึ่งมี 8,156 ราย พบว่าลดลง 68 ราย หรือ 0.83%


ทุนจดทะเบียนของธุรกิจเปิดใหม่อยู่ที่ 21,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.33% จากเดือนสิงหาคม และเพิ่มขึ้น 9.44% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน


ในเดือนเดียวกัน มีธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการ 2,365 ราย เพิ่มขึ้น 121 รายจากเดือนสิงหาคม หรือ 5.39% และเพิ่มขึ้น 215 รายจากเดือนกันยายนปีก่อน หรือ 10%


ส่วนทุนจดทะเบียนของกิจการที่เลิกอยู่ที่ 8,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.28% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2568


ร้านขายเสื้อผ้า ค้าปลีกออนไลน์ ร้านอาหาร ยังเติบโต

แม้ยอดจดทะเบียนเลิกกิจการเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พบว่าธุรกิจบางประเภทมีการจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะร้านขายปลีกเสื้อผ้า ธุรกิจขายของออนไลน์ และร้านอาหาร



ร้านขายปลีกเสื้อผ้ามีอัตราการเติบโตสูงที่สุดใน 3 กลุ่มที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้านำเสนอ โดยมีผู้จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 843 ราย เพิ่มขึ้น 89.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีทุนจดทะเบียนรวม 1,126 ล้านบาท


ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตมีผู้จดทะเบียนใหม่ 2,039 ราย เพิ่มขึ้น 47.97% ทุนจดทะเบียนรวม 3,251 ล้านบาท ส่วนธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารมีผู้จดทะเบียนใหม่ 3,343 ราย เพิ่มขึ้น 19.39% ทุนจดทะเบียนรวม 6,311 ล้านบาท


สำหรับเดือนกันยายน ยังมีบริษัทเปิดใหม่ที่มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 3 แห่ง รวมทุนจดทะเบียน 6,042 ล้านบาท ได้แก่



  • บริษัท เอสเอเอ โนวา จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 4,042 ล้านบาท

  • บริษัท ทะเลดาว จำกัด ประกอบธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหาร ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท

  • บริษัท รามบุตรี รุ่งเรือง จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจที่พักอาศัย โรงแรม และสถานที่พักตากอากาศ ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท


  • ทั้งสามบริษัทมีทุนจดทะเบียนรวมกันคิดเป็นประมาณ 27.8% ของทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่ทั้งหมดในเดือนกันยายน



    ไทยมีธุรกิจที่ยังดำเนินกิจการอยู่กว่า 1 ล้านราย

    ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ประเทศไทยมีนิติบุคคลจดทะเบียนสะสมทั้งหมด 2,118,362 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.96 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลที่ยังอยู่ในสถานะดำเนินกิจการ 1,019,431 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 24.29 ล้านล้านบาท



    แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 815,706 ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 202,206 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 1,519 ราย


    เมื่อจำแนกตามประเภทกิจการ พบว่า ธุรกิจบริการมีจำนวนมากที่สุด 555,335 ราย คิดเป็น 54.48% ของนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการทั้งหมด รองลงมาคือธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก 334,514 ราย คิดเป็น 32.81% และธุรกิจการผลิต 129,582 ราย คิดเป็น 12.71%


    นายกิตติวัฒน์ประเมินว่า ภาคธุรกิจไทยอยู่ระหว่างการเริ่มฟื้นตัว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง โดยมองว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสมีส่วนช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน


    อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น


    กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงแนะนำให้ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนและบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ใช้เทคโนโลยีช่วยพัฒนาธุรกิจ รวมถึงสร้างความแตกต่างของสินค้าและบริการ แทนการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว


    นอกจากนี้ ควรกระจายตลาดและประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมรับมือกับต้นทุนและกำลังซื้อที่อาจเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป




    ข้อมูลอ้างอิง



    • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    Contact to : xlf550402@gmail.com


    Privacy Agreement

    Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.