เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาการอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เยี่ยมชมฟาร์มแนวตั้ง Greenphyto ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีระบบปลูกพืชสูง 23.3 เมตร และได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ให้เป็นฟาร์มแนวตั้งที่สูงที่สุดในโลก เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตพืชในระบบปิด การบริหารจัดการด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบรับรองมาตรฐานการผลิต นำองค์ความรู้มาต่อยอดการพัฒนามาตรฐานโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ของประเทศไทย

การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการพึ่งพาสภาพอากาศภายนอก และเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่ รวมถึง Young Smart Farmer เข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการผลิตได้ตลอดทั้งปี เพิ่มศักยภาพในการรับมือกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
Greenphyto ต้นแบบฟาร์มแนวตั้ง ใช้ AI คุมการผลิต
รองปลัดเกษตรฯ กล่าวว่า Greenphyto เป็นผลจากการพัฒนาแนวคิดและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องกว่า 14 ปี จนกลายเป็นต้นแบบการผลิตพืชเชิงพาณิชย์ที่ผสานระบบควบคุมสภาพแวดล้อม หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเข้าด้วยกัน โดยบริษัทระบุว่าสามารถผลิตผักโดยไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช และได้รับการรับรองระดับ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดภายใต้ระบบ SG Fresh Produce ของสิงคโปร์ ครอบคลุมทั้งการได้รับอนุญาตประกอบกิจการฟาร์ม มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของสิงคโปร์ (SG GAP) และมาตรฐาน SG Clean and Green สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่นำมาศึกษาคือ การใช้ AI บริหารจัดการกระบวนการผลิตโดยอาศัยข้อมูลเป็นพื้นฐาน ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลการเจริญเติบโตของพืช สภาพแวดล้อม และความต้องการของตลาด เข้ากับระบบบริหารจัดการฟาร์มและแบบจำลองดิจิทัลของฟาร์ม (Digital Twin) เพื่อวางแผนรอบการปลูก คาดการณ์ผลผลิต และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับชนิดและระยะการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด

นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยวางแผนปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ ลดปัญหาผลผลิตเหลือทิ้ง และเพิ่มความแม่นยำในการส่งมอบสินค้า ถือเป็นการนำข้อมูลมาช่วยบริหารจัดการตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกไปจนถึงการตอบสนองความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการผลิตพืชเชิงพาณิชย์
ขณะเดียวกัน Greenphyto ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงาน โดยพัฒนาหลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูง ควบคู่กับการปรับระดับแสงให้เหมาะสมกับพืชแต่ละรุ่น และนำเทคโนโลยีมาช่วยควบคุมระบบปลูก โดยมีรายงานว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 30% แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
เดินหน้ามาตรฐาน Plant Factory เชื่อมองค์ความรู้ FAO
รองปลัดเกษตรฯ กล่าวว่า องค์ความรู้จากการเยี่ยมชมครั้งนี้จะนำมาประกอบการพัฒนาแนวทางมาตรฐาน Plant Factory ของประเทศไทย ทั้งด้านความปลอดภัยของผลผลิต การควบคุมกระบวนการผลิต การบันทึกข้อมูลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อวางรากฐานระบบการผลิตพืชในสภาพแวดล้อมควบคุมให้มีมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
ทั้งนี้ ยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้จากความร่วมมือระหว่างกรมวิชาการเกษตรกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการ TCP/THA/4003 เรื่อง “Sustainable control of Tetranychus urticae in greenhouse tomato and strawberry using nighttime UV-B and Phytoseiid Mites to reduce insecticide dependence” ซึ่งมุ่งเน้นการควบคุมไรสองจุดในพืชผักและผลไม้มูลค่าสูงที่ปลูกในโรงเรือนอย่างยั่งยืน เพื่อลดการพึ่งพาสารกำจัดแมลง
โครงการดังกล่าวได้จัดการฝึกอบรมในประเทศไทยระหว่างวันที่ 21–24 กันยายน 2569 ครอบคลุมการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เทคโนโลยีแสง LED และการศึกษาดูงานระบบ Plant Factory เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการผลิตพืชในสภาพแวดล้อมควบคุม โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากโครงการกับประสบการณ์จาก Greenphyto จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาระบบการผลิตพืชสมัยใหม่ของไทย
นอกจากนี้ องค์ความรู้และประสบการณ์จากสิงคโปร์ยังสามารถนำไปต่อยอดการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) เพื่อส่งเสริมบทบาทด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่เข้าถึงนวัตกรรม และร่วมยกระดับระบบเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.