ปอศ. เร่งสอบเส้นทางการเงิน มูลนิธิองค์กรทำดี ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ต่อจิ๊กซอว์เกือบครบ ชี้ มีสถานะประธานมูลนิธิฯ ต้องรับผิดชอบการเงิน ยัน มีการนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายส่วนตัว
วันที่ 4 พ.ย.2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางเงินและการดำเนินกิจการมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่โอนเงินบริจาคไปแล้วบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่รับรู้ข้อความการเชิญชวนบริจาคว่าต้องบริจาคผ่านช่องทางไหน รวมถึงช่วงเวลาที่บริจาค จำนวนเงินที่บริจาค
รวมถึงข้อเท็จจริงที่พบว่าเงินดังกล่าวไม่ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยรูปคดีของผู้เสียหายไม่มีความซับซ้อนและมีรูปแบบการกระทำที่ชัดเจน
สำหรับประเด็นข้อต่อสู้ของ น.ส.ปนัดดา ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ที่อ้างว่าตนเองเป็นเหยื่อและถูกสามีหลอกลวง รวมถึงประเด็นที่อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็น พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ให้น้ำหนักกับคำกล่าวอ้างดังกล่าว
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า เพราะ น.ส.ปนัดดา มีสถานะเป็นประธานมูลนิธิ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการการเงิน บัญชี การติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์ รวมถึงมีหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินและรายงานประจำปีต่อกรมสรรพากร
และการที่สามีของ น.ส.ปนัดดา อ้างว่าไม่รู้เห็นหรือภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาสามารถกล่าวอ้างได้ แต่ในทางคดีและพยานแวดล้อม รวมถึงผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีบ่งชี้ไปในทิศทางอื่น
การอ้างลักษณะนี้ฟังไม่ขึ้น ซึ่งตำรวจไม่เชื่ออยู่แล้ว และหากพิจารณาจากความสามารถและสถานะทางกฎหมาย การกระทำที่ทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่องกัน จะอ้างว่าไม่รู้ย่อมเป็นไปไม่ได้
ส่วนกระบวนการทางกฎหมายและการออกหมายเรียกหรือหมายจับ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเร่งรัด รวบรวมพยานหลักฐานและต่อจิ๊กซอว์คดีให้มีความสมบูรณ์ที่สุด โดยพิจารณาจากองค์ประกอบความร้ายแรงของคดี ผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง และพฤติการณ์ความเสี่ยงในการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ซึ่งแม้ข้อหาจะมีอัตราโทษสูงและสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับได้ทันที แต่พนักงานสอบสวนจะพิจารณาเลือกใช้ช่องทางและมาตรการตามกฎหมายที่เหมาะสมต่อไป
ขณะที่ การเรียกสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับเหมา โดยเฉพาะ “ช่างเอ๋” ผู้รับเหมาก่อสร้างพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้วเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา
ส่วน “ช่างเอ็ม” ผู้รับเหมาก่อสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 จ.ปทุมธานี ได้นัดหมายให้มาสอบปากคำวันนี้เวลา 14.00 น. โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจำแนกสถานะบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นเพียงพยานใกล้ชิดเหตุการณ์หรือมีส่วนร่วมกระทำความผิดในฐานะผู้ร่วมขบวนการวงแรก
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ยกตัวอย่างแนวทางการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ทุกขั้นตอนต้องมีความสมเหตุสมผลตามหลักธุรกิจทั่วไป ตั้งแต่การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดิน การทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน การว่าจ้างผู้รับเหมา
การทำสัญญาว่าจ้างที่มีการกำหนดราคาและงวดงานอย่างชัดเจน ไปจนถึงบุคคลที่เข้ามาเป็นพยานในสัญญาและการชำระเงิน หากพบความผิดปกติ เช่น การไม่มีสัญญาจ้างหรือการจ่ายเงินสูงกว่ามูลค่างานจริงโดยไม่มีเหตุผลสมควร สิ่งเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
ส่วนตัวเลขความเสียหาย เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียดเส้นทางการเงินทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงทางคดีและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด
แต่ยืนยันว่า น.ส.ปนัดดา มีการนำเงินบริจาคของมูลนิธิฯ ไปใช้จ่ายส่วนตัว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.ปนัดดา นำเงินจากมูลนิธิ 800 ล้านบาท มาใช้จ่ายส่วนตัว ยังไม่มีข้อมูลประเด็นนี้
ขณะนี้ ช่วงค่ำของวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต (รังษีสิงห์พิพัฒน์) หรือ ชมพู่ อารยา นักแสดงชื่อดัง ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน ปอศ. เพื่อให้ข้อมูลแล้ว ส่วน น.ส.ราณี แคมเปน หรือ เบลล่า นักแสดงชื่อดัง ยังไม่ได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวน
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.