วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีข้าราชการตำรวจสังกัดกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยคอมมานโด เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน หลังถูกตำรวจยศดาบตำรวจ สังกัด สภ.ปากเกร็ด พร้อมพวกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บและหมดสติ เหตุเกิดภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้สั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด โดยกำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พร้อมสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมทันที เพื่อไม่ให้การปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดเดิมส่งผลกระทบต่อกระบวนการสอบสวน
การดำเนินการครั้งนี้มีทั้งการสอบสวนทางวินัย ซึ่งตรวจสอบว่าข้าราชการตำรวจประพฤติผิดระเบียบหรือจรรยาบรรณขององค์กรหรือไม่ และการสอบสวนคดีอาญา เพื่อพิจารณาความรับผิดตามกฎหมายจากเหตุทำร้ายร่างกาย โดยยังต้องรอผลการสอบสวนและพิจารณาพยานหลักฐานก่อนสรุปความผิด
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายกำชับเรื่องระเบียบวินัยและการประพฤติตนของข้าราชการตำรวจอย่างเคร่งครัด หากพบว่าตำรวจคนใดกระทำผิดกฎหมายหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาโดยไม่มีการปกป้องหรือละเว้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ
สำหรับเหตุการณ์ที่นำมาสู่คำสั่งดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ขณะที่ตำรวจยศสิบตำรวจเอก สังกัดหน่วยคอมมานโด กำลังนั่งรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มกับแฟนสาว
ตามคำร้องเรียนของผู้เสียหาย ระบุว่า ดาบตำรวจ สภ.ปากเกร็ด พร้อมชายผู้ติดตามเดินเข้ามาสอบถามว่าตนเป็นตำรวจสังกัดใด เมื่อทราบว่าเป็นตำรวจคอมมานโด กลับแสดงความไม่พอใจ ก่อนกระชากคอเสื้อและพูดว่า “กูตำรวจปากเกร็ด” แล้วใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง
ตำรวจคอมมานโดจึงชกสวนกลับไปหนึ่งครั้ง ก่อนถูกชายที่ติดตามดาบตำรวจเข้ามาร่วมชกต่อยหลายครั้ง แม้แฟนสาวจะพยายามใช้ร่างกายเข้าบังและยกมือไหว้ขอร้องให้หยุด แต่ตามคำร้องเรียนระบุว่าผู้เสียหายยังถูกทำร้ายต่อจนหมดสติ
ภายหลังตรวจสอบอาการบาดเจ็บ พบว่าผู้เสียหายมีบาดแผลบริเวณใบหน้าและศีรษะ เส้นเลือดฝอยในตาข้างขวาแตก มีเลือดกำเดาไหล และเกิดบาดแผลภายในปาก ก่อนเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ในช่วงบ่ายวันที่ 1 พฤศจิกายน พร้อมมอบภาพถ่ายและคลิปวิดีโอเหตุการณ์เป็นหลักฐาน
ต่อมาวันที่ 3 พฤศจิกายน ผู้เสียหายตัดสินใจนำคลิปวิดีโอร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เนื่องจากกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตำรวจคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่สังกัด สภ.ปากเกร็ด ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่รับผิดชอบคดี และมีความคุ้นเคยกับบุคคลในพื้นที่
ภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่และได้รับความสนใจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงชี้แจงมาตรการล่าสุด โดยยืนยันว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการตำรวจสังกัดหน่วยงานใด
ทั้งนี้ คำสั่งย้ายออกจากตำแหน่งเดิมและการตั้งกรรมการสอบวินัยเป็นมาตรการระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าดาบตำรวจคู่กรณีมีความผิดแล้ว ส่วนผลการสอบสวนคดีอาญาและบทลงโทษทางวินัยต้องรอการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
Contact to : xlf550402@gmail.com
Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.