หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า "ผู้ชายที่ไม่สวมกางเกงชั้นในเสี่ยงต่อการเป็นไส้เลื่อน" ซึ่งความเชื่อนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า โรคไส้เลื่อนเป็นโรคที่เกิดจากการไม่สวมกางเกงชั้นใน และเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ชายเท่านั้น ในความเป็นจริง โรคไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง และสาเหตุของการเกิดโรคไส้เลื่อนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสวมหรือไม่สวมกางเกงชั้นในแต่อย่างใด โรคไส้เลื่อนมีทั้งชนิดที่ไม่รุนแรงและชนิดที่รุนแรงจนถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน หากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่การติดเชื้อและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้



ไส้เลื่อนคืออะไร



ไส้เลื่อน คือ ภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้องเคลื่อนตัวออกมาจากตำแหน่งปกติ ผ่านจุดอ่อนแอของผนังกล้ามเนื้อหรือเยื่อบุช่องท้อง ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนขึ้นมา มักพบได้บริเวณผนังหน้าท้องหรือขาหนีบ



กลไกการเกิดไส้เลื่อน




  • จุดอ่อนแอ: ผนังกล้ามเนื้อหรือเยื่อบุช่องท้องบริเวณนั้น ๆ มีความอ่อนแอหรือฉีกขาด

  • แรงดัน: แรงดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้น เช่น จากการยกของหนัก ไอ จาม หรือเบ่ง ทำให้เกิดการดันอวัยวะภายในออกมา

  • การเคลื่อนตัว: อวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ หรือไขมันในช่องท้อง เคลื่อนตัวผ่านจุดอ่อนแอนั้นออกมา ทำให้เกิดเป็นก้อนนูน



ไส้เลื่อนในผู้หญิง



แม้ว่าโรคไส้เลื่อนจะพบได้บ่อยในผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนมากขึ้น ได้แก่:




  • แผลผ่าตัด:


    • แผลจากการผ่าคลอดบุตร หรือการผ่าตัดบริเวณหน้าท้องอื่นๆ อาจทำให้ผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อนแอลง



  • กิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง:

    • การออกกำลังกายที่ใช้แรงเกร็งหน้าท้องมาก เช่น การซิทอัพ หรือการยกน้ำหนัก

    • การไอหรือจามเรื้อรัง

    • การยกของหนักเป็นประจำ



  • ปัจจัยอื่นๆ:

    • ความอ่อนแอของกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ

    • การตั้งครรภ์





ดังนั้น ผู้หญิงก็ควรใส่ใจดูแลสุขภาพ และสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง หากพบก้อนนูน หรือมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม



อาการของโรคไส้เลื่อนสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายระยะ ดังนี้



ระยะเริ่มต้น:




  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงใด ๆ

  • อาจสังเกตเห็นก้อนนูนเล็กน้อยบริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ

  • ก้อนนูนนี้อาจมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อยืน นั่ง หรือออกแรง



ระยะลุกลาม:




  • เริ่มมีอาการปวดหน่วง ๆ บริเวณที่เป็นไส้เลื่อน

  • ก้อนนูนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • อาจมีอาการแน่นท้อง หรือรู้สึกไม่สบายท้อง



ระยะรุนแรง:




  • มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่เป็นไส้เลื่อน

  • ปวดท้องรุนแรง

  • อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน



วิธีรักษาไส้เลื่อน



โรคไส้เลื่อนเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ การรักษาที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้รับความนิยมในปัจจุบันคือการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง ซึ่งมีข้อดีหลายประการดังนี้




  • แผลผ่าตัดขนาดเล็ก: ทำให้เจ็บน้อยลง และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ

  • การฟื้นตัวที่รวดเร็ว: ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด

  • ความปลอดภัยสูง: เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น



ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน การผ่าตัดไส้เลื่อนจึงมีความปลอดภัยสูง ดังนั้น หากตรวจพบว่าเป็นไส้เลื่อน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด




Contact to : xlf550402@gmail.com


Privacy Agreement

Copyright © boyuanhulian 2020 - 2023. All Right Reserved.