สรุปคดีนาฬิกาบิ๊กป้อม จากภาพถ่ายธรรมดาในพิธีถ่ายรูปคณะรัฐมนตรี กลายเป็นคดียืดเยื้อยาวนานกว่าแปดปี จนถึงวันนี้ ศาลตัดสินให้ ป.ป.ช. 2 รายติดคุก 3 ปี

ช่วงต้นปี 2561 เพจ CSI LA โพสต์ผลการตรวจสอบภาพถ่ายคณะรัฐมนตรี สังเกตว่า บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สวมนาฬิกาหรู ปรากฏในภาพข่าวอย่างน้อย 22 เรือน แต่นาฬิกาเหล่านั้นไม่เคยปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. แม้แต่เรือนเดียว

เมื่อถูกสื่อมวลชนสอบถาม พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่านาฬิกาทั้งหมดเป็นของเพื่อนที่ยืมมาสวมและได้คืนไปหมดแล้ว กลายเป็นที่มาของวลี “นาฬิกายืมเพื่อน” ที่สังคมไทยจำได้ถึงทุกวันนี้


ป.ป.ช. สอบ แต่ได้คำตอบที่ยิ่งตั้งคำถาม

ป.ป.ช. เปิดการสอบสวนพบว่า นาฬิกาหรูทั้ง 22 เรือน (จากที่เป็นข่าว 25 เรือน แต่ซ้ำกัน 3 เรือน) น่าจะเป็นของ นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนร่วมรุ่นสมัยโรงเรียนเซนต์คาเบรียลจริง พบตัวเรือนและใบรับประกันในบ้านของนายปัฐวาท 20 เรือน อีก 1 เรือนพบใบรับประกันแต่ไม่พบตัวเรือน และอีก 1 เรือนไม่พบหลักฐาน

ปัญหาคือ นายปัฐวาท เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถยืนยันข้อมูลจากเจ้าของตัวจริงได้

จากนั้น วันที่ 27 ธันวาคม 2561 ป.ป.ช. มีมติ 5:3 ไม่รับพิจารณาคดีนี้ นาฬิกายืมเพื่อนถูกวางลงอย่างเป็นทางการ อย่างน้อยในชั้น ป.ป.ช.

สื่อสู้ เรียกร้องสิทธิเปิดเผยข้อมูล

วันที่ 28 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว The MATTER ยื่นฟ้อง ป.ป.ช. กรณีปฏิเสธเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการสอบสวนคดีดังกล่าว

การต่อสู้ในศาลปกครองใช้เวลาหลายปี จนกระทั่ง วันที่ 16 มิถุนายน 2566 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งให้ ป.ป.ช. ต้องเปิดเผยรายงานการตรวจสอบคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร


ป.ป.ช. ยังไม่ยอม บอร์ดโหวตฝืนคำสั่งศาล

แม้ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งชัดเจน กรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมากมีมติวันที่ 25 เมษายน 2566 ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว โดยเปิดเผยข้อมูลเพียงบางส่วน ปิดบังบางส่วน ทำให้เกิดการฟ้องร้องรอบใหม่

วันที่ 10 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งรับฟ้องอดีตกรรมการ ป.ป.ช. 4 ราย ที่เป็นเสียงข้างมากในมตินั้น ได้แก่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธาน ป.ป.ช., นางสาวสุภา ปิยะจิตติ, นายวิทยา อาคมพิทักษ์ และนายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 คดีนี้มีสองเส้นเรื่องที่ยังดำเนินอยู่พร้อมกัน เส้นแรก คือคดีของ พล.อ.ประวิตร เรื่องนาฬิกา ซึ่ง ความเห็นของคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่ให้ตีตกข้อกล่าวหาพล.อ.ประวิตร ยังไม่เคยถูกนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่อีกครั้ง นับรวมระยะเวลาตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 6 ปีแล้ว ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ ต่อตัว พล.อ.ประวิตรโดยตรง

เส้นที่สอง คือคดีของอดีตกรรมการ ป.ป.ช. 4 ราย ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตพิพากษาจำคุก 3 ปี ป.ป.ช. 2 ราย คือ ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.- ‘สุภา’ กรรมการฯ


ข่าวล่าสุด

อ่านต่อ
ปชน. ชวนจับตาพรุ่งนี้ งาน TH-AI passport เชื่อหวังดึงเงินเหลือในกองทุนส่งให้กลุ่มทุนสีน้ำเงิน
Thairath
บ่ายนี้ถกดับไฟใต้ เลขาฯ สมช. รับยังต้องติดตามชายแดนไทย-กัมพูชา ยึดกรอบหยุดยิง
Thansettakij
“ศุภจี” เร่งหาตลาดใหม่รองรับกุ้งไทย หลังมาเลเซียระงับนำเข้า เชื่อบริหารจัดการได้
Thairath
เขากระโดง ไม่เป็นจุดอ่อนรัฐบาล “ไชยชนก” ย้ำ เอกสารสิทธิยึดความถูกต้อง
Thansettakij
นายกฯ ไม่กังวลจีนส่งรถถังให้กัมพูชา โยน “เอกนิติ” แจงทบทวนหลักเกณฑ์บัตรคนจน
Thairath
“ภคมน” หวัง นฤชา” แจง กมธ. ปม “ช่วยน้ำเงินด้วย” ปกป้องศักดิ์ศรีข้าราชการปกครอง
Thairath
PROUD มองอสังหาฯไทยยังเปราะบาง ผู้ประกอบการเร่งระบายสต็อก
Thansettakij
ไฟไหม้รถ EV ดับยากกว่ารถน้ำมัน เปิดขั้นตอนรับมือเหตุฉุกเฉินที่ผู้ใช้ควรรู้
Thansettakij
ผู้นำธุรกิจกลุ่ม G7 เดินหน้า Net Zero ลดต้นทุน-เพิ่มขีดแข่งขัน
Thansettakij
WHA เร่ง Energy Transition ตั้งเป้าพลังงานหมุนเวียน 1,222 MW
Thansettakij